การสรรหา คณะกรรมการในองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ ดูเหมือนว่าจะเป็นไปตามขั้นตอนที่กำหนดไว้ในบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญว่าด้วยที่มาขององค์กรอิสระทั้งหลายไม่ว่าจะเป็น ป.ป.ช. ปปง. สตง. ผู้ตรวจการแผ่นดิน คณะกรรมการสิทธิฯ และอื่นๆอีกมากมาย โดยการเปิดรับสมัคร ผ่านขั้นตอนคณะกรรมการสรรหา ไปจนถึงการเห็นชอบจาก ส.ว. เป็นด่านสุดท้ายล้วนแต่ไม่มีความเป็นอิสระทั้งสิ้นคณะกรรมการสรรหา ก็ต้อง ได้รับความเห็นชอบจาก ส.ว. หลังจากผ่านการสรรหาแล้ว ก็ต้องให้ ส.ว.ลงมติเห็นชอบด้วย ถ้า ส.ว.ไม่เห็นชอบหรือเห็นชอบไม่ถึงกึ่งหนึ่ง ก็ต้องไปสรรหากันมาใหม่ สรุปแล้ว ส.ว.คือ คนที่เลือกคณะกรรมการอิสระตามรัฐธรรมนูญ ที่แท้จริงแล้วจะเป็นอิสระได้อย่างไรเพราะบทสรุปก็คือ ส.ว.ชุดนี้มาจาก คสช. และ คสช.ชุดนี้ก็มาเป็นรัฐบาล การจะเลือกนายกฯในสภาก็ต้องผ่านความเห็นชอบของ ส.ว.ชุดนี้ที่มีถึง 250 เสียง ไม่ต่างจากพรรคการเมืองที่ สามารถแลนด์สไลด์ได้ โดยไม่ต้องผ่านการเลือกตั้งจากประชาชน และ ส.ว.ก็ไม่ได้ผ่านการเลือกตั้งโดยตรงจากประชาชนเมื่อไม่ได้มาจากเสียงส่วนใหญ่ของประชาชนก็ไม่เป็นประชาธิปไตยอยู่ดีสิ่งที่พิสูจน์ได้อย่างชัดเจนคือมี ส.ว.บางคนออกมาระบุเลยว่า ส.ว.จะแลนด์สไลด์ ในการเลือกนายกรัฐมนตรี คนต่อไปของประเทศไทย ที่ระบุชัดเจนว่า ต้องเป็น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จากรวมไทยสร้างชาติหรือ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ จากพลังประชารัฐเท่านั้นเพราะฉะนั้นพรรคการเมืองที่ได้รับการเลือกตั้งเข้ามาด้วยเสียงข้างมากไม่มีความหมายจะบอกว่าเป็นเผด็จการรัฐสภาสูงก็ไม่ผิดนัก จะบอกว่า ส.ว. ต้องตอบแทนบุญคุณที่ คสช.เลือกเข้ามาก็ไม่ผิด เพราะถ้าผ่านการเลือกตั้งโดยตรงจากชาวบ้าน ไม่น่าจะมีโอกาสเข้ามาเป็น ส.ว.ได้จนทุกวันนี้บุญคุณต้องทดแทนมีแค้นต้องชำระสมัยก่อนอ้างว่าถ้าให้ ส.ว.มาจากการเลือกตั้ง จะกลายเป็นสภาผัวเมีย เสร็จนักการเมืองมืออาชีพ แต่ถึงอย่างไร ก็คงไม่แย่เท่ากับการที่เลือกมาด้วย การแต่งตั้งเป็นสภาที่ลากตั้งกันเข้ามา เพราะสภาผัวเมียก็ยังกระจายอำนาจมีหลายครอบครัว หลายพรรคการเมืองยังพอคานอำนาจกันได้แต่นี่ยึดทั้งอำนาจบริหารและนิติบัญญัติก็ดีอย่างที่ ส.ว.กล้าออกมาเปิดเผยจุดยืนแบบตรงไปตรงมา เสียงสวรรค์ของประชาชน จะได้ตัดสินใจได้ชัดเจน ในการสกัดแลนด์สไลด์ของ ส.ว. อย่าลืมว่าจะเป็นนายกฯได้ พรรคก็ต้องได้ ส.ส. 25 คนขึ้นไปด้วยชาวบ้านไม่ได้กินแกลบกินรำ จะเห็นมหกรรมเทคะแนนกันอีกรอบ.หมัดเหล็กmudlek@thairath.co.th