อีก 48 ชั่วโมงก็จะหมดระยะ “ปลอดภัย” 7 กุมภาพันธ์ 2566 คือวันสุดท้ายที่ “นักเลือกตั้งอาชีพ” จะต้องสังกัดพรรคเป็นหลักแหล่งยึดเอาตามไทม์ไลน์คณะกรรมการการเลือกตั้ง กกต.ที่ปักหมุดจุดที่ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม ลากไปจนครบเทอมปลายเดือนมีนาคม ยื้อนานสุดไปเข้าคูหาเลือกตั้งในวันที่ 7 พฤษภาคม ตามเงื่อนไขรัฐธรรมนูญ บังคับให้ผู้มีสิทธิสมัคร ส.ส.ต้องสังกัดพรรค ไม่น้อยกว่า 90 วันเว้นแต่ในกรณียุบสภาล้มกระดานนั่นอีกเรื่องหนึ่งแต่เรื่องของเรื่องใครจะกล้าเสี่ยงเดาใจท่านผู้นำ ยิ่งในอารมณ์เคว้งคว้าง อ้างว้างชอบกลโอกาสตีตั๋วต่อยากขึ้นทุกขณะ ประเมินกำลังพลหามแห่ในค่ายรวมไทยสร้างชาติ มาจนถึงนาทีนี้งวดเต็มที่แล้วก็ยังดูโหรงเหรง เด่นแค่งานอีเวนต์สร้างกระแส แชร์พื้นที่ข่าวไปวันๆปั่นเรตติ้งกันยกใหญ่ แต่ถึงเวลาไร้หลักประกัน ประเภท “เสียงดี” แต่ไม่คะแนนเยอะไปตามฟอร์มที่อ่านทางได้จาก “โคตรเซียน” นักเลือกตั้งอาชีพ ไม่เฮโลกันเข้ามาร่วมหามแห่ “บิ๊กตู่” อย่างที่คาดหวังกันเอาไว้ ส่อแววต้องพึ่ง “กองกำลังชนกลุ่มน้อย” อย่าง “เสี่ยเฮ้ง” สุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน “เสี่ยแฮ้ง” อนุชา นาคาศัย รมต.ประจำสำนักนายกฯกับพวกดาวกระจาย หนักไปทางมวยเกรดบี เกรดซีที่ชัดเจนเลยก็คือ ขบวนม็อบ กปปส.ของ “ลุงกำนัน” สุเทพ เทือกสุบรรณ เป็นฐานกำลังหลักปักธงสู้กับ “ผีนายใหญ่” ตั้งท่ารบกับกองทัพของ “ทักษิณ ชินวัตร” ฉายหนังประวัติศาสตร์ม้วนเก่า วนซ้ำแล้วซ้ำอีกไม่เบื่อ มุกเฝือ จนคนดูเหลือน้อยลงทุกทีไม่แปลกที่หุ้นของ “บิ๊กตู่” ดูไร้อนาคต ยี่ห้อรวมไทยสร้างชาติไม่เปรี้ยงปร้างขณะที่อีกฝั่ง สถานการณ์ก็ไม่สู้ดีเหมือนกัน เมื่อ “ทักษิณ” ต้องเปิดศึก กับคนชื่อ “ตู่” 2 ทางจังหวะโหมปั่นแลนด์สไลด์ของ “นายใหญ่” โดนข้าเก่าเต่าเลี้ยงอย่าง “ตุ๊ดตู่” จตุพร พรหมพันธุ์ หัวโจกเสื้อแดง พลิกกลับมา เป็นหอกข้างแคร่ แฉประจาน “ทักษิณ”ลากไส้ กันไม่รู้กี่ขดต่อกี่ขด“นายใหญ่” พลาดจังๆ ลดตัวลงมาฟัดกับขี้ข้า ขี้กลากเลยลามเข้าเนื้อกองเชียร์เสื้อแดงระส่ำ คะแนนหายอื้อซ่าเลยก็แล้วกันโดยเงื่อนไขสถานการณ์ทั้ง “ประยุทธ์” ทั้ง “ทักษิณ” หัวขั้วขัดแย้งต่างอยู่ในภาวะ “อ่อนแรง” สภาวะอำนาจถดถอยลงตามเงื่อนเวลา ไม่กล้าแกร่งเหมือนเดิมมันคือจุดพลิกผัน เปลี่ยนสมการอำนาจประเทศไทยจากที่ล็อกไว้ ทีมทหารเฒ่า 3 ป. ผูกเสี่ยวกับ “เนวิน ชิดชอบ–อนุทิน ชาญวีรกูล” 2 น.ค่ายเซราะกราว ภูมิใจไทย พ่วงด้วยประชาธิปัตย์ จัดสรรปันเค้ก โกยกล้วยกันเป็นโกดัง กับฝั่งของ “ทักษิณ” ที่แท็กทีมกับค่ายเด็กรุ่นใหม่ พรรคก้าวไกล รอพลิกขั้วสูตรตายตัว บีบประชาชนคนไทยเลือกข้างแต่การเลือกตั้งรอบหน้า ส่อเค้าถึงความเปลี่ยนแปลงเกมขึงพืดอำนาจโฟกัสไปที่การเสริมทัพของ “บิ๊ก บราเธอร์” ทำได้อย่างมีพลัง กับการที่ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ หัวหน้าค่ายพลังประชารัฐ สามารถดีล “ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์” และทีมสี่กุมารทั้ง “อุตตม สาวนายน–สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์” รีเทิร์นรังเก่าทีมเศรษฐกิจแข็งโป๊ก ผนึกกับกองทัพ “นักเลือกตั้งอาชีพ” ที่ยังอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาพลังประชารัฐกลายเป็นหุ้นมีอนาคต “บิ๊กป้อม” ปาดหน้า “บิ๊กตู่” แต้มหน้าตักเหนือกว่าสไตล์ “พี่ใหญ่” คั่วไพ่ทุกหน้า ไม่ติดล็อกสูตรอำนาจกับใคร แม้แต่ดีลข้ามขั้วกับพรรคเพื่อไทย ตั้งรัฐบาลผ่านด่านความมั่นคง ตามธงสลายความขัดแย้งเปลี่ยนแปลงสมการอำนาจ ยุติเกม ขึงพืดประเทศไทย.“ตะวัน ทรงกลด”