เมื่อวันที่ 31 ม.ค. น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยภายหลังการลงพื้นที่ตรวจติดตามนโยบายการศึกษาที่โรงเรียนบ้านกอก อ.เขื่องใน จ.อุบลราชธานี ว่า โรงเรียนดังกล่าวเป็นโรงเรียนขนาดเล็กที่สามารถบริหารจัดการได้ดี มีการดึงหน่วยงานอื่นๆเข้ามาช่วยสนับสนุนการจัดการศึกษา โดยโรงเรียนบ้านกอกมีนักเรียนทั้งหมด 107 คน มีครู 18 คน ในจำนวนนี้เป็นครูอัตราจ้าง 5 คน แต่ขาดผู้อำนวยการโรงเรียน โดยมีครูผู้สอนทำหน้าที่รักษาการผู้อำนวยการโรงเรียน ขณะนี้เรามีโรงเรียนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) 30,000 กว่าโรง ในจำนวนนี้มีโรงเรียนที่มีเด็กต่ำกว่า 120 หลายแห่งที่เมื่อผู้อำนวยการโรงเรียนเกษียณอายุราชการไปแล้วจะไม่มีการจัดสรรอัตรากลับคืนมาให้ ทำให้โรงเรียนในกลุ่มนี้ขาดครูและขาดผู้บริหารสถานศึกษา ซึ่งการดำเนินการแก้ปัญหาของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ในเรื่องนี้คือเรามุ่งเป้าหมายสร้างโรงเรียนคุณภาพ โดยให้โรงเรียนเหล่านี้ได้เข้ามาเชื่อมต่อใช้ทรัพยากรร่วมกันกับโรงเรียนคุณภาพต้นแบบ แต่เมื่อได้รับทราบข้อมูลที่แท้จริงกลับพบว่าโรงเรียนขนาดเล็กกลุ่มนี้ไม่สามารถควบรวมหรือเข้าไปเชื่อมต่อกับโรงเรียนคุณภาพได้รมว.ศึกษาธิการกล่าวอีกว่า ศธ.จึงทบทวนและวางแนวทางแก้ปัญหาที่จะทำอย่างไรให้เด็กได้เข้าถึงโอกาสทางการศึกษาได้มากที่สุด ซึ่งขณะนี้กำลังปรับอัตราโครงสร้างเพื่อให้มีผู้อำนวยการโรงเรียนเข้ามาดูแลบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ และตนไม่ได้ละเลยกับปัญหานี้ พร้อมแก้ไขปัญหา เพื่อสร้างโอกาสให้แก่ผู้เรียนอย่างทั่วถึง โดยคาดว่าจะเสนอปรับโครงสร้างอัตราครูและผู้บริหารสถานศึกษาให้คณะกรรมการกำหนดเป้าหมายและ นโยบายกำลังคนภาครัฐ (คปร.) พิจารณาได้ในเร็วๆนี้.