หล่อ โสด โปรดจีบ! จิณณ์–จิณณะ พระเอกหนุ่มจากละครดราม่าแฟนตาซี “สาวสองวิญญาณ” ทางช่อง 7HD กด 35 จับคู่มินนี่–ภัณฑิรา เคมีเข้ากันได้อย่างลงตัว เรื่องราวกำลังสนุก มีให้ลุ้นทุกอีพีจริงๆ นับว่าเป็นปีที่แฟนๆได้เห็นผลงานของหนุ่มจิณณ์อย่างต่อเนื่องจนนับว่าเป็น “ปีทอง” ก็ว่าได้ ยกเว้นเรื่องความรักที่เป็นเส้นขนานเพราะเล่นโสดจริง โสดจัง โสดนานถึง 7 ปี แต่เจ้าตัวก็ยืนยันไม่ได้กลัวความรักแค่ยังไม่เจอคนที่ใช่เท่านั้นเอง ใน “คนดังนั่งคุย” ฟีดแบ็กละครสาวสองวิญญาณเป็นอย่างไรบ้าง“ฟีดแบ็กดีมากครับ ตั้งแต่ละครเริ่มออกอากาศเลย ผมมองว่าด้วยความที่ละครเป็นแนวดราม่าแฟนตาซี เป็นละครอีกแนวหนึ่งที่จิณณ์ยังไม่เคยเล่นมาก่อนด้วย ตัวละครชวินในเรื่องนี้ค่อนข้าง จะเป็นตัวละครที่มีปมปัญหาครอบครัว ซึ่งจริงๆ ทุกตัวละครก็สะท้อนให้เห็นถึงเรื่องราวของครอบครัวต่างๆ ผมมองว่าเป็นเรื่องไม่ไกลตัว คนดูก็น่าจะมองเห็นข้อนี้เช่นกัน รวมถึงการร่วมงานกับมินนี่ด้วย น้องน่ารักครับ เป็นนักแสดงที่เก่งมากๆ ตอนนี้ละครกำลังสนุกเข้มข้น ผมอยากฝากให้ทุกคนติดตามด้วยนะครับ”ปีนี้ถือเป็นปีทองของจิณณ์ ก็ว่าได้“จะว่าอย่างนั้นก็น่าจะได้ครับ เพราะปีนี้ได้เห็นผลงานละครของผมหลาย เรื่องเลย ทั้งละครใหม่ รวมถึงละครรีรัน อย่างช่วงต้นปีก็ได้ละครเรื่อง เสาร์ 5 ที่ทุกคนได้เห็นกัน จากนั้นก็มาต่อด้วยละครรีรันอีก 2 เรื่อง คือมหาหินรีรัน เจ้าพายุรีรัน สักพักก็มาต่อด้วยละครเย็นคือสาวสองวิญญาณ ที่กำลังออกอากาศอยู่ และได้รับฟีดแบ็กกลับมาดีทีเดียวครับ รวมถึงยังมีละครเรื่องแม่เบี้ย ที่กลับมารีรันอีกครั้ง อีกเรื่องคือแฟนๆ ได้เห็นกันอย่างต่อเนื่องเลยจริงๆครับ (ยิ้ม) ต้องบอกว่าปีนี้เป็นปีที่ดีทีเดียวครับ นอกจากงานละครปีนี้ของผมก็ยังมีภาพยนตร์อีก 1 เรื่องคือ ‘รักได้แรงอก’ ที่เพิ่งถ่ายทำเสร็จไปน่าจะได้ชมกันในปีหน้าครับ การถ่ายภาพยนตร์ ซึ่งเป็นการทำงานในรูปแบบใหม่ของผม ที่ทำให้ผมได้เรียนรู้การแสดงในศาสตร์อื่นๆเพิ่มเติม ผมดีใจครับโอกาสที่เข้ามาในปีนี้ เราก็เต็มที่กับทุกงานที่เราได้รับ เพราะผมเชื่ออย่างหนึ่งว่าทุกโอกาสสำคัญเสมอ อย่างโอกาสในการแสดงภาพยนตร์ครั้งนี้ผมก็มองว่ามันไม่ง่ายเลยที่จะได้รับคัดเลือก ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นเรื่องทางภาคใต้ ที่ตัวละครจะใช้ภาษาใต้ทั้งหมด ผมต้องเรียนรู้เรื่องภาษาใต้เพิ่มเติม และยังต้องเป็นโนรา คือเป็นงานที่ท้าทายสำหรับผมมาก ต้องฝึกใหม่ทั้งหมด ทั้งเรื่องภาษา ทั้งเรื่องโนรา แล้วยังต้องเล่นเป็นผู้หญิงด้วย ส่วนจะเป็นอย่างไร ผมอยากให้รอชมกันจริงๆครับ” การที่เรามีโอกาสได้เรียนรู้งานรอบด้านในวงการบันเทิงโดยเฉพาะงานแสดงทำให้จิณณ์รักในอาชีพนี้ขนาดไหน“มากๆครับ เหมือนเราได้โตขึ้นด้วย ทำให้เรารู้สึกว่ามีอะไรอีกเยอะในอาชีพนี้ ไม่มีคำว่าสิ้นสุดจริงๆทั้งในเรื่องการพัฒนาของตัว เราเองและเรื่องของงานที่มีหลายแขนงให้เราทำ สิ่งสำคัญคือความรับผิดชอบของตัวเองที่จะต้องคอยพัฒนาตลอด เราจะคิดว่าเราอยู่มานาน เราเก่ง แล้วไม่ได้ เพราะทุกงานเหมือนการเริ่มต้นใหม่สำหรับตัวผมนะ อย่างผมเล่นละครมาตลอด วันหนึ่งพอมารับเล่นภาพยนตร์ วิธีคิด วิธีแสดงออก มันก็จะต่างออกไป และต่อให้เป็นละครเหมือนกันเมื่อเราเปลี่ยนบท เปลี่ยนเรื่อง เปลี่ยนผู้กำกับ เปลี่ยนทีมงาน เราก็จะได้วิธีทำงานใหม่ๆของแต่ละที่ให้เราเรียนรู้ใหม่อยู่ดี อาชีพนี้เลยเป็นอาชีพที่ทำให้ผมต้องตื่นตัวกับการเรียนรู้ใหม่ในทุกๆวัน เป็นอาชีพที่ทำแล้วมีความสุข และสนุกไม่มีเบื่อครับ”แม้จะสนุกกับงาน ก็เชื่อว่าต้องมีวันที่ท้อบ้าง จิณณ์ให้กำลังใจตัวเองอย่างไร“สำหรับตัวผมเองก่อนจะเริ่มทำอะไร ผมจะตั้งคำถามกับตัวเองก่อนว่า เราชอบอะไร เราอยากทำอะไร เมื่อก่อนผมไม่เคยถามตัวเองแบบนี้ แบบที่ตั้งคำถามกับตัวเองทุกวันว่าวันนี้จะทำอะไร จะมีแพลนในหัว พอเรามีแพลนในหัวแล้วเราสามารถทำตามแพลนนั้นได้ เราจะรู้สึกว่าเราสนุก เราไม่อิดออด เราจะรู้สึกว่าทุกวันของเรา เราวางแผนไว้หมดแล้ว แต่ถ้าในวันที่มันเกิดความผิดพลาดผมไม่ได้มองว่านั่นคืออุปสรรค มันเป็นเพียงสิ่งที่ทำให้เรารู้ว่าเราจะต้องแก้ไขอย่างไร เดินต่อไปอย่างไรเท่านั้น ผมอาจจะไม่ใช้คำว่าท้อ แต่ก็แน่นอนมันมีบางวันที่ผมเหนื่อย แบบเหนื่อยเลย วิธีการทำให้หายเหนื่อยของผมคือการได้อยู่กับครอบครัว กลับไปกอดคุณพ่อคุณแม่ กลับบ้านไปหาทุกคนในครอบครัว เท่านี้ก็ทำให้หายเหนื่อยครับ”เม้าท์ชัด จัดทุกตอน ติดตามได้ที่ www.thairath.co.th/novel และ Facebook Fanpage : นิยายไทยรัฐแล้วจิณณ์ไม่อยากมี ใครอีกสักคนอยู่ข้างๆ คอยให้กำลังใจอีกทางบ้างเหรอ“เนี่ย...ทำไมทุกคนชอบคิดว่าผมมี (หัวเราะ) ผมยังไม่มีใครเลยครับ ผมโสดจริงๆนะ มีอยู่ครั้งหนึ่งที่ทางช่อง 7HD ลงโพสต์ประมาณว่าหนุ่มโสด หนึ่งในนั้นมีตัวผมด้วย ผมก็แชร์โพสต์นั้นไปที่ไอจีตัวเอง ก็มีคนเข้ามาทักเยอะมากเลยว่า ไม่เชื่อหรอก ไม่จริงแล้ว (หัวเราะ) ผมบอกตรงนี้อีกครั้งเลยนะครับ ผมไม่มีจริงๆคือทุกคนอะชอบคิดว่าผมมีแล้ว” เพื่อนๆไม่หาให้บ้างเหรอ “เพื่อนมีแต่ถามว่าไม่มีจริงอะ แล้วถ้ามีเข้ามาจะลองคุยไหม ผมบอกเลยว่ามาเลย แนะนำมาเลย แต่ถึงเวลาก็ไม่มี แล้วผมน่ะจะมีกลุ่มเพื่อนสนิทที่เป็นผู้ชาย เคยไปเที่ยวต่างจังหวัดด้วยกัน ทุกคนก็เอาแฟนของตัวเองไปกัน มีผมที่ไปคนเดียวซึ่งผมก็เข้าใจนะครับ เป็นสถานการณ์จำยอม (ยิ้ม) ที่เราก็จะช่วยทำหน้าที่เป็นช่างภาพให้กับทุกคน หลังๆนี่แอบเช็กก่อนเหมือนกันว่าเพื่อนชวนไปเที่ยวนี่ทริปชายล้วนไหม หรือทริปคู่รัก ถ้าทริป คู่รักผมไม่ไปแล้วนะ (หัวเราะ)” งานมันล้นจนเราไม่คิดถึงการมีคนรัก หรือว่าเรารออะไร“ผมอะคิดตลอดเลย (หัวเราะ) หามั้ยก็หาอยู่ อยากมีมั้ยก็อยากมีอยู่ คือเรื่องของความรักแต่ละบุคคลให้ความรู้สึกไม่เหมือนกัน คือความรักแบบครอบครัวผมมีแล้ว ความรักแบบเพื่อนผมมีแล้ว แต่ความรักแบบคนรักมันหายไป ผมเลยต้องหา แต่ด้วยความที่ทุกวันของผมก็มีกิจกรรมตลอด ทั้งเรื่องของการทำงาน พอว่างเราก็อยู่กับเพื่อน เพื่อนกลุ่มนั้นบ้าง กลุ่มนี้บ้าง แล้วเพื่อนผมอะต่อให้สนิทกันมากๆ เขาก็ไม่เชื่อว่าผมไม่มีใคร พอผมบอกว่าให้แนะนำใครให้ผมรู้จักบ้างเขาก็ไม่เชื่อ เขาบอกว่าผมอะหาเองได้ แล้วพอเขามีความเชื่อแบบนั้นเขาก็ไม่มีความคิดที่จะมาหาใครให้เรารู้จัก” แล้วถ้าวันหนึ่งบังเอิญไปเจอคนที่ถูกใจจริงๆ จะกล้าจีบเขาไหม “เอาจริงๆคือผมมีแฟนมา 2 คน คนแรกผมคบนาน 5 ปี คนที่ 2 คบประมาณ 2-3 ปี จนกระทั่งอายุ 22 ปีผมก็ไม่มีใครมาจนถึงตอนนี้ก็ 7 ปีแล้ว ด้วยวัยที่เราโตขึ้น สังคมที่เราอยู่มันทำให้เรารู้สึกว่าเราพ้นวัยป๊อปปี้เลิฟมาแล้ว มันจะเป็นความรักที่ต้องมองไปที่อนาคต เป็นความรักที่ต้องพร้อมพัฒนา ไม่ใช่รักกันแบบวันนี้พรุ่งนี้เลิก แล้วพอตัวผมไม่มีความรักมา 7 ปี การที่เราจะเจอใครสักคนแน่นอนผมค่อนข้างคิดเยอะ แต่ถ้าคนคนนั้นผมรู้สึกว่าเขาใช่ ผมก็พร้อมจะบุกเลย (ยิ้ม) คือเต็มที่เลย เขาจะคิดกับเราแบบไหนผมพร้อมรับนะ ถ้าเขาโอเค เราโอเค ก็มาเริ่มต้นไปด้วยกัน เพราะผมเนี่ยไปงานแต่งงานเพื่อนรุ่นเดียวกันหลายคนแล้ว”สเปกของจิณณ์ในเวลานี้จะต้อง เป็นแบบไหน“ตรงๆเลยนะครับ คือเรายังคงมีสเปกอยู่ แต่ไม่ตายตัวนะ บางทีผมก็ชอบสาวหมวย หมวยอินเตอร์ หน้าคมๆ ผมชอบผู้หญิงเท่ ผมไม่ชอบผู้หญิงสวย หรือบางทีก็จะเป็นลูกครึ่งไปเลย ผมจะมองวนๆอยู่ประมาณนี้ อันนี้คือในส่วนของภาพแรกที่เราเห็นนะครับ แต่สุดท้ายก็ต้องมาคุยกันและดูในเรื่องของนิสัยใจคอซึ่งสำคัญที่สุด ต้องยอมรับด้วยว่าอาชีพของเราไม่เหมือนคนอื่น เวลาที่เรามีเวลา เราก็เต็มที่ แต่เมื่อไหร่ที่เราไม่มีเวลาคือเราไม่มีเลยจริงๆ นะ ถ้าเขาทำงานแบบคนปกติเวลาก็น่าจะไม่ตรงกันแล้ว แต่สุดท้ายผมก็มองว่าถ้าเขาจะใช่ ยังไงก็น่าจะไปด้วยกันได้ ผมเองถ้ามีเวลาก็จะดูแลอย่างเต็มที่ ผมยังเชื่อว่าความรัก คือความเข้าใจ ถ้าเขาเข้ามาและเข้าใจในสิ่งที่เราเป็น เราเข้าใจเขาในสิ่งที่เขาเป็น เราก็พร้อม จะพัฒนากันไปเรื่อยๆครับ” 7 ปีที่โสด ไม่ได้กลัวความรัก“ไม่กลัวนะครับ แค่ยังไม่เจอมากกว่า ผมอะปกติไม่เคยดูดวงเรื่องความรักมาก่อนนะ ที่ผ่านๆ มาจะถามแค่เรื่องงาน เรื่องครอบครัว แต่ล่าสุดไปดูดวงมา ผมก็ถามเขาเลยว่า คู่แท้ของผมอะมีไหม แล้วจะได้เจอไหม เขา บอกกับผมว่าคู่แท้ของผมจะมาตอนผมอายุ 32 ตอนนี้ผม 29 แล้วก็อีกประมาณ 2-3 ปี คือฟังดู เหมือนเป็นเรื่องปกติใช่ไหมครับที่เราจะตั้งคำถามกับหมอดูในเรื่องที่เราอยากรู้ แต่ผมอะตกใจตัวเองเหมือนกันนะพอมานั่งคิดดู คือเรามาถึงจุดที่ต้องปรึกษาหมอดูแล้วว่าเรามีคู่แท้ไหม (หัวเราะ) คือเรามาถึงจุดนี้ได้ยังไง คือถ้ามองในเรื่องของจิตใต้สำนึกเวลาเราถามหมอดู เราก็จะถามในสิ่งที่เราคิด เราอยากรู้ แล้วเนี่ย...เรื่องคู่แท้ของผมเป็นหนึ่งในสิ่งที่ผมถาม นั่นก็หมายความว่าจิตใต้สำนึกของผมกำลังคิดถึงเรื่องนี้ ตัวผมตอนนี้อาการหนักเหมือนกัน (หัวเราะ) คืออยากมีนั่นแหละ”.เรื่อง: วรรณี ห่อวโนทยาน