นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ให้สัมภาษณ์ถึงแนวทางการตรวจสอบสารพิษอาหารในการประชุมสัปดาห์ผู้นำเขตเศรษฐกิจ เอเปกว่า ความปลอดภัยของอาหารในการประชุมเอเปกแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ 1.การให้คำแนะนำการปรุงอาหารให้สุก สะอาด ปลอดภัยตามหลักสุขา ภิบาลอาหาร เป็นหน้าที่ของกรมอนามัยและ 2.การตรวจสารพิษที่จะปนมาในอาหารโดยกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เช่น สารโลหะหนัก สารหนูต่างๆ แต่ไม่ได้ตรวจถึงขั้นมีเชื้อโรคอะไร เนื่องจากต้องใช้เวลาจะตรวจเฉพาะมื้อสำคัญที่ถูกกำหนดไว้แล้ว เช่น รัฐบาลหรือนายกรัฐมนตรีเป็นเจ้าภาพ ผู้ร่วมรับประทานเป็นแขกสำคัญ ไม่ได้ตรวจทุกชาม ทุกคน การตรวจจะมีทั้งการตรวจวัตถุดิบที่ใช้ปรุงอาหาร และสุ่มตรวจตัวอย่างอาหารที่ปรุงเสร็จแล้วด้วยด้านนางเลขา ปราสาททอง ผอ.สำนักคุณภาพและความปลอดภัยอาหาร กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวว่า กรมวิทย์จะตรวจในส่วนของอาหารผู้นำและภริยาผู้นำ ไม่ใช่การเลือกปฏิบัติ เนื่องจากผู้ติดตามจะใช้อาหารจากโรงแรมต่างๆ ที่มีการควบคุมดูแลมาตรฐานผู้ประกอบการ แต่อาหารผู้นำจะมีเมนูที่นอกเหนือจากโรงแรมด้วย การตรวจจะใช้หลักการตรวจภาวะเป็นพิษที่เรียกว่า แอนตีโคลีนเอสเตอเรส (Anty Cholinesterase) ซึ่งเป็นเอนไซม์ที่ร่างกายจะผลิตออกมาเมื่อได้รับสารพิษเข้าไป ไม่ใช่ตรวจว่าในอาหารนั้นมีสารพิษสารปนเปื้อนอะไรอยู่บ้าง โดยจะมีค่ามาตรฐานอยู่ว่าถ้าเกินระดับเท่านี้ถือว่าเป็นพิษและเป็นอันตรายต่อร่างกาย ขั้นตอนการตรวจนั้นทางผู้ประกอบการอาหารจะส่งเมนูให้เราดูก่อน เพื่อพิจารณาว่าเมนูนั้นๆ วัตถุดิบอะไรที่น่าจะเป็นตัวเสี่ยงต่อสารพิษ ก็จะส่งมาให้กรมตรวจก่อนที่จะสั่งวัตถุดิบลอตใหญ่มาปรุงเสิร์ฟวันนั้นนอกจากนี้ยังจัดทีมลงไปตรวจหน้างานอย่างใกล้ชิด เพื่อสุ่มตรวจก่อนเสิร์ฟด้วยชุดทดสอบอย่างง่าย ใช้เวลา 15-20 นาที จะกำหนดว่าจะเก็บตัวอย่างก่อนเป็นเวลานานเท่าใด เชื่อว่าไม่กระทบการเสิร์ฟอาหารต่อผู้นำ.