ในโอกาส พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานผ้าพระกฐินให้ บริษัท พูลผล จำกัด น้อมนำมาถวายพระภิกษุสงฆ์ผู้จำพรรษาถ้วนไตรมาส ณ วัดทองธรรมชาติวรวิหาร เพื่อทำนุบำรุงและสืบทอดพระพุทธศาสนา โดยมี นายเพชร หวั่งหลี รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท พูลผล จำกัดและกรรมการผู้จัดการ บริษัท ธนากรผลิตภัณฑ์น้ำมันพืช จำกัด เป็นประธานในพิธีกฐินพระราชทาน เนื่องในวาระที่บริษัท พูลผล จำกัด ดำเนินธุรกิจครบ 80 ปี พร้อมให้คณะผู้บริหาร พนักงานของกลุ่มพูลผล และประชาชนทั่วไป ได้มีส่วนร่วมอนุโมทนาบุญ เพื่อความเป็นสิริมงคล พร้อมร่วมสืบสานวิสัยทัศน์องค์กรมุ่งสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน ดนัยธนิต พิศาลบุตร กรรมการผู้จัดการ บริษัท พูลผล จำกัด ในกลุ่มพูลผล เปิดเผยว่า การจัดพิธีทอดกฐิน ตลอดจนการส่งเสริมพระพุทธศาสนา ปฏิสังขรณ์ และซ่อมแซมสิ่งปลูกสร้างถาวรวัตถุในวัดต่างๆ เป็นสิ่งที่กลุ่มพูลผลให้ความสำคัญและดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง และเป็นรากฐานสำคัญตั้งแต่จุดเริ่มต้นในการก่อตั้งบริษัท พูลผล จำกัด เมื่อ 80 ปีที่แล้ว โดยคุณตันซิวเม้ง และคุณทองพูล หวั่งหลี ซึ่งเป็นดั่งผู้นำทางจิตวิญญาณของชาวพูลผล ได้เป็นแบบอย่างแก่ บุตร ธิดา รวมทั้งพนักงานชาวพูลผลจากรุ่นสู่รุ่น พร้อมเป็นตัวอย่างของพุทธศาสนิกชนที่เปี่ยมด้วยศรัทธาในพระพุทธศาสนาเสมอมา จากรากฐานดังกล่าวนำมาสู่หลักการในการดำเนินธุรกิจของกลุ่มพูลผล ตั้งแต่จุดเริ่มต้นถึงปัจจุบัน โดยยึดหลักการดำเนินธุรกิจด้วยความซื่อสัตย์ต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Stakeholder) พร้อมให้ความสำคัญต่อการตอบแทนคืนสู่สังคม และการดูแลสิ่งแวดล้อมและชุมชน รวมถึงให้ความสำคัญในการส่งเสริม และสนับสนุนทั้งด้านการศึกษา การแพทย์และสาธารณสุขและบริจาคสาธารณกุศล ฯลฯ โดยมีเป้าหมายให้เกิดประโยชน์กับสังคมและชุมชนอย่างสูงสุด และยังคงเป็นนโยบายที่กลุ่มบริษัทพูลผลมุ่งมั่นดำเนินต่อเนื่องจากนี้ นอกจากนี้ ทางกลุ่มพูลผล, มูลนิธิทองพูล หวั่งหลี และตระกูลหวั่งหลี ยังสืบสานเจต นารมณ์ที่ดีงามของคุณทองพูล หวั่งหลี โดยได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการบูรณะภาพจิตรกรรมฝาผนังในพระอุโบสถวัดทองธรรมชาติวรวิหาร ซึ่งได้ร่วมกับกรมศิลปากร นักวิชาการ นักอนุรักษ์ภาพจิตรกรรม และวิศวกรผู้เชี่ยวชาญ ร่วมกันศึกษาข้อมูลด้านต่างๆ เพื่อนำมาบูรณะองค์พระประธาน “พระพุทธชินชาติ มาศธรรมคุณ” และภาพจิตรกรรมฝาผนังในพระอุโบสถวัดทองธรรมชาติวรวิหาร มรดกทางศิลป วัฒนธรรมที่สำคัญยิ่งของไทย ซึ่งได้รับผลกระทบจากความชื้นและผลึกเกลือที่มาพร้อมกับระดับน้ำทะเลที่หนุนสูงขึ้นในปัจจุบัน จนเป็นเหตุให้ถาวรวัตถุ อาทิ พระประธาน พระสาวก ตลอดจนภาพจิตรกรรมฝาผนัง เกิดความเสื่อมสภาพและชำรุดเสียหายอย่างรวดเร็ว การอนุรักษ์ในครั้งนี้เพื่อเป็นประโยชน์ต่อการศึกษาค้นคว้าทางศิลปกรรมไทยที่สำคัญชิ้นหนึ่งของชาติสืบไป สำหรับวัดทองธรรมชาติวรวิหาร นั้นตั้งอยู่ในเขตคลองสาน ถือเป็นวัดที่ครอบครัวหวั่งหลีได้มีโอกาสเยี่ยมเยียนและร่วมทำบุญ เนื่องจากตั้งอยู่ใกล้กับบ้านหวั่งหลี และบริษัท พูลผล จำกัด ก่อนจะย้ายที่ตั้งมาที่ย่านสาทรจนถึงปัจจุบัน.