วงการนักเล่นการพนันบางกลุ่ม เปรียบเทียบบ่อนการพนันใน กทม. เหมือนกับสินค้าโอทอป “หนึ่งโรงพักหนึ่งบ่อน” แต่ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ยืนยันว่า กทม.ไม่มีบ่อน ตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 4 ตุลาคมเป็นต้นมา ไม่เคยมีรายงาน สอดคล้องกับ พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น.เมื่อเร็วๆนี้ เจ้าหน้าที่บุกทลายสถานบันเทิงแห่งหนึ่งในย่านยานนาวา กรุงเทพมหานคร จับกุมนักท่องเที่ยวได้นับร้อยๆคน ส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวชาวจีนที่มั่วสุมกันเสพยาเสพติด โดยที่ตำรวจท้องที่ไม่รู้ว่ามีแหล่งอาชญากรรมอยู่ในท้องที่ แต่นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ออกมา แฉว่ามีคนจีนเข้ามาตั้งแก๊งในไทยหลายแห่งเป็นแหล่งอาชญากรรมนานาชนิด เป็นทั้งสถานบันเทิง ค้ายาเสพติด และบ่อนการพนัน ทั้งที่ กทม. และเมืองพัทยา เจ้าของบ่อนเป็น “นายทุน” ระดับมหาเศรษฐี โดยมีคนไทยเป็นนอมินี มีรายงานข่าวว่า นายทุนจีนบางคนเชื่อมโยงกับอดีตรัฐมนตรีไทย ธุรกิจคือการเปิดบ่อนศูนย์เหรียญ ตำรวจกำลังตรวจสอบเรื่องนี้อยู่พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผบ.ตร. แถลงว่ายังไม่มีหลักฐานที่จะดำเนินคดีอดีตรัฐมนตรีที่มีข่าวเชื่อมโยงนายทุนจีน ท้ายที่สุดจะต้องไล่ทุกเส้นทาง ทั้งเส้นทางการเงิน และความเชื่อมโยงทั้งหมด วันนี้เราแสดงให้เห็นว่าเราเอาจริง บังคับใช้กฎหมายจริง ไม่ยอมให้คนเหล่านี้อยู่ในไทยเพื่อค้ามนุษย์ ใช้แรงงานเด็ก และอื่นๆประเทศไทยเคยชื่นชมยินดีที่นักท่องเที่ยวชาวจีนหลั่งไหลเข้ามาเที่ยวไทยปีละนับสิบล้านคน ส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวธรรมดา ไม่มีวาระซ่อนเร้นที่จะเข้ามาตั้งแก๊งอาชญากรรม ทำให้ประเทศไทยมีรายได้จากการท่องเที่ยว เป็นเงินมหาศาล แต่นักท่องเที่ยวจีนหายไปใน 2–3 ปีที่ผ่านมา จากการแพร่ระบาดของโควิดเมื่อวิกฤติโควิดเริ่มซาลง มีนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศเดินทางเข้ามาเที่ยวเมืองไทยมากขึ้น บางส่วนเป็นคนจีนแต่ไม่ใช่นักท่องเที่ยว กลายเป็น “นายทุน” ที่หอบเงินมา “ลงทุน” อาจเป็นเงินมหาศาล แต่เป็นการลงทุนก่อตั้ง “แก๊งอาชญากรรม” ไทยจึงต้อง “บังคับใช้กฎหมายจริง” ตามคำกล่าวของบิ๊กโจ๊กน่ายินดีที่สถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย ออกมาแถลง มีใจความบางส่วนว่า จีนรับทราบคดีที่ตำรวจไทยสอบสวนอยู่ รัฐบาลจีนให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการบังคับใช้กฎหมาย และปราบปรามอาชญากรรม ลามกอนาจาร การพนัน จีนยินดีร่วมมือกับประเทศไทย ในการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ.