เมื่อช่วงสายๆของวันอังคารที่ 11 ตุลาคมที่ผ่านมา มีข่าวแพร่สะพัดไปทั่วสื่อสังคมออนไลน์ว่า อดีตดาวตลกที่โด่งดังมากที่สุดคนหนึ่งของประเทศไทย “เด่น ดอกประดู่” เสียชีวิตแล้วครอบครัวของเด่น ดอกประดู่ เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ดาวตลก อาวุโสป่วยเป็นอัลไซเมอร์มาเกือบ 4 ปีแล้ว และเข้านอนตามปกติในช่วงหัวค่ำของคืนวันที่ 10 ตุลาคม 2565 มาทราบว่าเสียชีวิตในช่วงดึกๆ ประมาณ 1 นาฬิกาของวันใหม่ดังกล่าว สิริอายุ 80 ปี กับ 3 เดือนเด่น มีชื่อจริงว่า บรรพต วีระรัฐ เกิดที่จังหวัดพัทลุง แต่ก็เข้ามา เรียนหนังสือในกรุงเทพฯตั้งแต่เด็ก ที่โรงเรียน วัดสุทธิวราราม ก่อนจะ ไปต่อที่โรงเรียนดุริยางค์ทหารเรือ และเป็นดรัมเมเยอร์ไม้หนึ่งของกองดุริยางค์ทหารเรืออยู่หลายปี จึงใช้ชื่อในการแสดงว่า “เด่น ดอกประดู่”โดยส่วนตัวแล้ว ผมกับ เด่น ดอกประดู่ มีความสนิทสนมและคุ้นเคยกันอยู่ไม่น้อยเพราะช่วงหนึ่งผมกับเด่นต้องเจอหน้ากันทุกวันยาวนานติดต่อกันเป็นแรมเดือนก็ว่าได้...ในงานแสดง “กายกรรมเปียงยาง” ที่ มูลนิธิไทยรัฐ โดยท่าน ผอ.กำพล วัชรพล จัดขึ้นที่ยิมเนเซียม หัวหมาก เพื่อหารายได้บำรุงมูลนิธิไทยรัฐ ซึ่งเพิ่งตั้งขึ้นใหม่ๆช่วงนั้น เด่นเป็นดาวตลกที่โด่งดังระดับแนวหน้าของประเทศไทย ...ทั้งที่แสดงร่วมกับ เด๋อ ดอกสะเดา และ เทพ โพธิ์งาม ในคณะ “เด่น-เด๋อ-เทพ” และกับคณะ “เด่น-เด๋อ-ดู๋-ดี๋” ซึ่งผมไม่แน่ใจว่าคณะไหนเกิดขึ้นก่อน...แต่ที่แน่ๆคือดังมากทั้ง 2 คณะที่สำคัญมุกตลกของคณะที่เขาเป็นหัวหน้า จะไม่ใช้คำหยาบคายเลย และมีสัญลักษณ์ที่แฟนๆยังจำได้จนถึงบัดนี้ คือการใช้ “ถาดเคาะหัว” จนมีการจดบันทึกไว้ว่า คณะของเด่น ดอกประดู่ เป็นคณะแรกที่ใช้ “ถาด” เป็นเครื่องมือในการเรียกเสียงฮาไม่เพียงแต่แสดงตลกตามคาเฟ่และออกโทรทัศน์ในหลายๆรายการเท่านั้น จำได้ว่าเด่นยังแสดงภาพยนตร์อีกหลายเรื่อง และบางเรื่องเขาก็เป็นพระเอกด้วยซ้ำไป เพราะความที่เป็นตลกหน้าตาดีผมไม่แน่ใจว่าช่วงนั้นเขามีรายการทางโทรทัศนช่อง 9 ว่าด้วยการให้ความรู้แก่เกษตรกร ชื่อรายการ “ไม่ลองไม่รู้” หรือยัง?...จำได้แต่ว่า รายการนี้ดังมากและมีคุณค่าอเนกอนันต์แก่ประเทศชาติที่ยังต้องพึ่งพา การเกษตรเป็นหลักอย่างประเทศไทยของเราแม้จะมีงานมากแค่ไหน เพราะมีทั้งการแสดงตลก การแสดงภาพยนตร์ และรายการโทรทัศน์ที่มีเรตติ้งค่อนข้างดีดังที่กล่าวถึงข้างต้น ...แต่ เด่น ดอกประดู่ จะมีเวลาให้แก่ มูลนิธิไทยรัฐ เสมอทุกงานแสดงในพิธีเปิดโรงเรียน ไทยรัฐวิทยา ยุคแรกๆทั่วประเทศ เด่น กับ เด๋อ จะไปช่วยเป็นพิธีกรให้แทบจะทุกครั้งรวมทั้งในการแสดง กายกรรมเปียงยาง ที่สนามกีฬาหัวหมาก ซึ่งเด่นจะขันอาสาไปช่วยเป็นพิธีกรให้ทุกรอบการแสดง เว้นแต่จะติดงานที่หลีกเลี่ยงไม่ได้จริงๆเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ผมซึ่งก็จะแวบไปช่วยงานทั่วๆไปของมูลนิธิฯที่เวทีกายกรรม มีโอกาสได้รู้จักคุ้นเคยสนิทสนมกับเขาไปด้วยเพิ่งจะมาห่างเหินกันไปเมื่อทางมูลนิธิไทยรัฐได้รับอนุมัติให้ผู้บริจาคสามารถนำใบเสร็จไปลดหย่อนภาษีได้...ทำให้ต้องยุติการจัดการแสดงเพื่อหารายได้ต่างๆตามข้อตกลงกับกระทรวงการคลังยิ่งในช่วงหลังๆ แทบจะไม่เจอกันเลย แต่ก็ติดตามอ่านข่าวคราวที่เด่นหลบหนีจากบ้าน เดินทางไปโน่นนี่ ส่วนหนึ่งก็มาจากการที่เขาเป็นอัลไซเมอร์ ทำไปแบบไม่รู้ตัวเสียมากกว่าแต่ก็ยังโชคดีที่แฟนๆยังจำเขาได้และจะนำตัวเขาส่งกลับบ้านอยู่เสมอๆมาถึงวันนี้ เด่น ดอกประดู่ ได้ออกเดินทางไกลอีกครั้งหนึ่ง และ เป็นการเดินทางที่ไกลมากครั้งสุดท้ายของชีวิต ที่จะไม่กลับมาสู่ครอบครัวเหมือนครั้งก่อนๆอีกแล้วในฐานะกัลยาณมิตรที่รู้จักสนิทสนม และเคยร่วมทำงานในยุคแรกก่อตั้งมูลนิธิไทยรัฐมาด้วยกันผมขอตั้งจิตอธิษฐานให้เด่น ดอกประดู่ ผู้ซึ่งทั้งชีวิตมีแต่สร้างความสุขสันต์หรรษา เรียกเสียงหัวเราะให้แก่พี่น้องชาวไทย และยังมีจิตใจมาช่วยงานบุญ งานกุศลอย่างสมํ่าเสมอ...จงมีความสุข ความสงบ ณ สัมปรายภพเบื้องบนตราบกาลนิรันดร์.“ซูม”