กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ร่วมกับ มูลนิธิอินเทอร์เน็ตร่วมพัฒนาไทย และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดเสวนาพอกันทีกรูมมิ่ง : Child Grooming ล่อลวงเด็กออนไลน์ ภัยร้ายที่ต้องจบ นายอนุกูล ปีดแก้ว ปลัด พม. กล่าวเปิดงานว่า ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีดิจิทัลที่ไร้ขีดจำกัด เป็นช่องทางให้ผู้ไม่ประสงค์ดีแสวงหาประโยชน์จากเด็กในรูปแบบต่างๆ ขณะที่ภาครัฐมีการแต่งตั้งกลไกคณะอนุกรรมการส่งเสริมการปกป้องคุ้มครองเด็กและเยาวชนในการใช้สื่อออนไลน์เพื่อเป็นหน่วยเฝ้าระวัง แจ้งเตือนภัยดร.ศรีดา ตันทะอธิพานิช กรรมการผู้จัดการมูลนิธิอินเทอร์เน็ตร่วมพัฒนาไทย กล่าวว่า ผลสำรวจสถานการณ์เด็กไทยกับภัยออนไลน์ ปี 2565 ระหว่างเดือน พ.ค.-ก.ค.2565 กลุ่มตัวอย่างอายุ 9-18 ปี 31,965 คน พบ 81% มีแท็บเล็ตหรือสมาร์ทโฟนเป็นของตัวเอง 64% มีอินเตอร์เน็ตที่บ้าน 85% ใช้โซเชียลมีเดียทุกวันหรือเกือบทุกวัน ที่น่าตกใจเด็ก 36% มีประสบการณ์ถูกจีบ ส่วนใหญ่เป็นเด็กมัธยม โดยคนร้ายพยายามทำให้เด็กตกหลุมรัก ขอภาพลับ นัดพบจนนำไปสู่การละเมิดทางเพศเด็ก 54% เคยพบเห็นสื่อลามกอนาจาร เด็ก 4% เคยถ่ายภาพหรือ live โชว์ลามกอนาจาร เด็ก 11% ถูกคุกคามทางเพศ ดังนั้น ทุกฝ่ายต้องช่วยกันปกป้องเพื่อให้เด็กเข้าถึงสื่อที่ปลอดภัยพล.ต.อ.นิเวศน์ อาภาวศิน รองผู้บัญชาการกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี กล่าวว่า จากประสบการณ์ทำงานในคดีล่วงละเมิดทางเพศจากภัยออนไลน์ พบมากสุด คือการถูกหลอกให้ไปเป็นดารานางแบบ ด้วยการให้ส่งภาพลับที่ให้เห็นทรวดทรงและนำไปแบล็กเมล์สู่การล่วงละเมิดทางเพศ ทั้งยังมีการนำภาพลับส่วนตัวแลกเงิน โดยเฉพาะเด็กต่ำกว่า 10 ปีจะถูกหลอกได้ง่าย จากนั้นก็จะถูกข่มขู่เพื่อล่วงละเมิด รวมทั้งยังมีการนำภาพส่วนตัวที่มีกิจกรรมทางเพศกับแฟนและตัวแฟนนำไปเผยแพร่หรือแม้แต่ช่างซ่อมโทรศัพท์ที่กู้ภาพลับลูกค้าไปเผยแพร่.