เมื่อเร็วๆนี้ แพทย์หญิงชาวอเมริกันกลายเป็นข่าวดัง หลังพยายามฆ่าสามีที่เป็นหมอด้วยกัน ด้วยการวางยาพิษเขาถึง 3 ครั้ง ซึ่งไม่ประสบความสำเร็จ แม้ฝ่ายชายป่วยรุนแรงแต่ก็รอดชีวิตมาได้ เขายื่นฟ้องหย่าและกลายเป็นผู้ปกครองลูกแต่เพียงฝ่ายเดียว เรื่องนี้ทำให้ย้อนถึงตำนานอันโด่งดังในต้นศตวรรษที่ 20 หรือกว่า 100 ปีก่อน ที่ผู้หญิงมากมายกำจัดสามีของตนด้วยการพึ่งฝีมือการปรุงยาพิษของแม่หมอสุดเลือดเย็น “บาบาอนุชก้า” ผู้ได้ฉายาว่าฆาตกรต่อเนื่องที่อายุมากที่สุดในประวัติศาสตร์บาบาอนุชก้า หรือ แม่มดแห่งบานัต มีชื่อจริงว่า อนา ดรักซิน เกิดในตระกูลผู้เลี้ยงวัวที่ร่ำรวยในภูมิภาคบานัตของโรมาเนีย เมื่อปี 2381 ก่อนจะย้ายไปยังหมู่บ้านวลาดิมิโลวักในยูโกสลาเวีย เธอมีชีวิตวัยเด็กที่ดีและได้รับการศึกษาอย่างเหมาะสม จนกระทั่งมาชีวิตพังตอนอายุ 20 ปี หลังถูกทหารหนุ่มออสเตรียหลอกให้หลงรักแล้วเททิ้ง หายหัวไปโดยปล่อยให้อกหักไม่พอ ยังแพร่เชื้อซิฟิลิสให้อีก อนาผู้ชอกช้ำหันหลังให้สังคมไปศึกษาเรื่องหยูกยาและเคมี อย่างไรก็ตามเธอหมกตัวอยู่ไม่กี่ปีก็ออกมาแต่งงานกับเจ้าของที่ดินที่แก่กว่ามากโข หลังใช้ชีวิตคู่มา 20 ปี สามีก็ตายจากไป อนาก็กลายสร้างห้องปรุงยาในบ้านและกลายเป็นแม่มดแห่งบานัตเต็มตัวชื่อเสียงของบาบาอนุชก้าโด่งดังไปทั่วว่าฝีมือเด็ดนัก ทว่าไม่ใช่เพราะรักษาคนให้หายจากโรค แต่ตรงกันข้าม โดยเธอช่วยให้ชายหนุ่มรอดจากการเกณฑ์ทหารด้วยการปรุงยาที่ช่วยให้พวกเขาป่วย และสิ่งที่ทำให้เธอได้เงินเป็นกอบเป็นกำคือช่วยสาวน้อยสาวใหญ่ทั้งหลายที่เบื่อผัว ซึ่งเมื่อหญิงเหล่านี้มาปรึกษาปัญหาครอบครัว บาบาอนุชก้าจะถามว่า “ปัญหาหนักแค่ไหน” ที่จริงแล้วหมายถึงน้ำหนักตัวสามี เพื่อใช้คำนวณในการปรุงยาผสมสารหนูเพื่อ “กำจัดปัญหา” จากนั้นบาบาอนุชก้าจะมอบ “น้ำยามหัศจรรย์” ให้ลูกค้าเอาไปให้สามีกิน ซึ่งชายเหล่านี้ไม่รู้ตัวว่าโดนวางยาและตายภายใน 8 วัน โดยธุรกิจมืดนี้รุ่งเรื่องมากและเชื่อกันว่าเธออยู่เบื้องหลังการตายมากถึง 150 ศพตำรวจเริ่มสนใจบาบาอนุชก้าหลังลูกค้าประจำคนหนึ่งซื้อยาไปฆ่าสามีคนที่สอง ซึ่งลุงของผู้ตายสังเกตว่าการตายของหลานเหมือนกับสามีคนแรกของหลานสะใภ้แสบ บาบาอนุชก้า แค่ถูกสอบปากคำแต่รอดไปได้ ก่อนจะมาถูกจับกุมฐานมีส่วนเกี่ยวข้องในคดีฆาตกรรม นิโคลา โมมิรอฟ วัย 70 ปี ซึ่งถูกลูกชายและลูกสะใภ้วางยาฆ่า โดยผลจากชันสูตรพบสารหนูในร่างผู้ตายซึ่งมาจากยาของบาบาอนุชก้า แม้บาบาอนุชก้าจะปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาแต่ก็โดนตัดสินโทษจำคุก 15 ปี ตอนอายุ 90 ปี แต่ติดจริงแค่ 8 ปี และถูกปล่อยเป็นอิสระเพราะความชรา จากนั้นก็กลับบ้านใช้ชีวิตอย่างสงบจนสิ้นใจในวัย 100 ปีเมื่อปี 2481 และกลายเป็นตำนานฆาตกรต่อเนื่องชราชื่อก้องสืบมาจนถึงทุกวันนี้.อนิตตา ธิดาสิงห์