คุมตัวส่งฝากขัง “เสี่ยบี” เจ้าของผับเพลิงนรก คร่า 15 ศพ ศาลอนุญาตให้ประกันตัวรอดตะราง ตีหลักทรัพย์เงินสด 3 แสนบาทพร้อมติดกำไลอีเอ็ม กำหนดเงื่อนไขห้ามยุ่งพยานหลักฐานและให้มารายงานตัวตามกำหนด เจ้าตัวยังเครียดจัดยกมือไหว้ขอโทษ แสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บ ยืนยันเดินหน้าเยียวยาทุกคนเต็มที่ ตำรวจพิสูจน์หลักฐานนำเจ้าหน้าที่ ไฟฟ้ากองทัพเรือตรวจระบบสายไฟภายในอาคาร จุดที่เกิดไฟช็อต รวมถึงโครงสร้างหลังคาก่อนรื้อถอนออก แล้วสรุปสาเหตุผลตรวจหลักฐานนำส่งพนักงานสอบสวนจากโศกนาฏกรรมสยองขวัญ เพลิงนรกเผาวอดผับ Mountain B (เมาน์เท่น บี) อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี มีผู้เสียชีวิต 15 ศพ ได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก ยังรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล 31 คน ตำรวจ สภ.พลูตาหลวง ควบคุมตัวนายพงศ์ศิริ ปั้นประสงค์ หรือเสี่ยบี อายุ 27 ปี เจ้าของร้าน ดำเนินคดีตามหมายจับในข้อหากระทำการโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นเสียชีวิตและเปิดสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต ถูกควบคุมตัวเข้าห้องขังบนโรงพักโดยไม่อนุญาตให้ประกันตัวความคืบหน้าเมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 8 ส.ค. ร.ต.อ.บุญส่ง ยิ่งยง รอง สว.(สอบสวน) สภ.พลูตาหลวง อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี นำกำลังตำรวจควบคุมตัวนายพงศ์ศิริ ปั้นประสงค์ หรือเสี่ยบี เจ้าของผับเมาน์เท่น บี ออกจากห้องขังของโรงพักขึ้นรถกระบะควบคุมตัวผู้ต้องหาไปฝากขังต่อศาลจังหวัดพัทยา เจ้าตัวมีสีหน้าอิดโรยเคร่งเครียด ใส่แมสก์ สวมหมวกแก๊ป และมีผ้าขนหนูสีฟ้าคลุมศีรษะ หลังขึ้นไปนั่งบนรถควบคุมตัวผู้ต้องหาได้กล่าวแสดงความเสียใจ และขอโทษครอบครัวผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมจะเยียวยาทุกคนอย่างเต็มที่นายอนุชา วงศ์ศรีรัตน์ ทนายความส่วนตัวของเสี่ยบีเผยว่า เสี่ยบีให้การรับสารภาพทุกข้อกล่าวหา เตรียมหลักทรัพย์ 1,000,000 บาทไว้ยื่นขอประกันตัว ศาลจะอนุญาตหรือไม่อยู่ที่ดุลพินิจ หวังว่าจะได้รับประกันตัวเพื่อออกไปช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ครั้งนี้ ส่วนมาตรการเยียวยาของทางร้านจะจ่ายเงินผู้เสียชีวิตรายละ 5 หมื่นบาท ส่วนผู้บาดเจ็บรายละ 1 หมื่นบาท ให้ญาติส่งรายละเอียดผู้ประสบเหตุ อาทิ เอกสารการรักษา หน้าสมุดบัญชี เข้ามาทางเพจเฟซบุ๊กของร้านชื่อ “MountainB” มีแอดมินคอยประสานงานและโอนเงินช่วยเหลือที่ศาลจังหวัดพัทยา พนักงานสอบสวนนำตัวนายพงศ์ศิริ หรือเสี่ยบี ปั้นประสงค์ เจ้าของผับเมาน์เท่น บี ยื่นคำร้องขอฝากขังครั้งที่ 1 เป็นเวลา 12 วันตั้งแต่วันที่ 8-19 ส.ค. ต่อมาญาติผู้ต้องหายื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์ขอปล่อยตัวชั่วคราว ศาลพิจารณาแล้วมีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว ตีราคาประกันเป็นเงินสด 300,000 บาท พร้อมทั้งติดกำไลอีเอ็ม และมีเงื่อนไข 2 ข้อคือห้ามผู้ต้องหายุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานหรือก่อเหตุร้ายประการอื่น และให้ผู้ต้องหามารายงานตัวต่อศาลเมื่อครบฝากขังครั้งที่ 2 ครั้งที่ 4 และครั้งที่ 7ในช่วงบ่ายหลังจากนายพงศ์ศิริ หรือเสี่ยบี ได้รับการประกันตัวเดินออกมาทางด้านหลังศาลจังหวัดพัทยาขึ้นรถกระบะที่มีคนขับมารอรับ เสี่ยบีกล่าวสั้นๆว่า “ผมขอโทษ จะเยียวยาทุกอย่าง ผมออกไปจะเยียวยาทุกคน” เจ้าตัวยกมือไหว้ตลอดเวลา น้ำเสียงสั่นเครือ และมีแววตาสีหน้าเคร่งเครียดตลอดเวลา ก่อนจะนั่งรถออกจากศาลไปก่อนหน้านี้ผู้สื่อข่าวพูดคุยกับนางอนงค์นาถ ปั้นประสงค์ อายุ 31 ปี ภรรยาของเสี่ยบีเผยว่า ตั้งแต่วันเกิดเหตุสามีสติแตกมาก หลังช่วยลูกค้าและควบคุมเพลิงไว้ได้ก็เดินทางมาอยู่โรงพัก สภ.พลูตาหลวง ตั้งแต่วันเกิดเหตุ คอยอยู่ให้ปากคำจนถูกออกหมายจับก่อนจะถูกส่งตัวมาที่ศาลวันนี้ ยอมรับว่าทำใจไม่ได้อีกทั้งสามีต้องนอนคุกและการสูญเสียต่างๆที่เกิดขึ้น อย่างไรก็ตามขอน้อมรับความผิดทั้งหมดและจะเร่งเยียวยาครอบครัวผู้ตายและคนเจ็บทั้งหมด ก่อนหน้านี้เริ่มดำเนินการไปบ้างแล้ว ทั้งไปร่วมงานศพ เยี่ยมคนเจ็บ และมอบเงินเยียวยาไปบางส่วนแล้ว ส่วนที่ผับเมาน์เท่น บี ตั้งแต่ช่วงเช้ามีการติดตั้งโครงเหล็กนั่งร้านเสร็จเรียบร้อยแล้ว เพื่อรอตำรวจพิสูจน์หลักฐานและเจ้าหน้าที่เทศบาลเมืองสัตหีบ เข้าตรวจหาพยานหลักฐานในมุมสูงทั้งภายในและภายนอกอาคาร โดยเฉพาะโครงสร้างหลังคาอาคาร หลังตรวจสอบแล้วจะต้องรื้อหลังคาออกเพื่อป้องกันไม่ให้พังถล่มลงมา ขณะเดียวกันได้มีนางสมใจ หินเธาว์ อายุ 52 ปี มารดาของ จ.อ.สมรัฐ หินเธาว์ อายุ 31 ปี สังกัด พัน. สอ.21 กรม สอ.2 สอ.รฝ. กองทัพเรือ ที่เสียชีวิตบริเวณห้องน้ำภายในผับ นิมนต์พระสงฆ์มาทำพิธีเชิญดวงวิญญาณลูกชาย นางสมใจเผยว่า จ.อ.สมรัฐ เป็นลูกชายคนเดียวและเป็นความหวังของพ่อแม่ เป็นการสูญเสียครั้งใหญ่สร้างความเศร้าโศกเสียใจให้ทุกคนในครอบครัวต่อมาเวลา 11.30 น. พล.ต.ต.ทนงค์ ทองประดับเพชร ผบก.ศพฐ.2 พล.ต.ต.ฉัตรชัย นันทมงคล ผบก.พฐก. นำกำลังตำรวจพิสูจน์หลักฐาน ร่วมกับเจ้าหน้าที่สำนักงานกิจการไฟฟ้า สวัสดิการสัมปทาน กองทัพเรือ เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุเป็นครั้งที่สอง ตรวจระบบสายไฟทั้งในอาคาร จุดที่เกิดไฟช็อต และโดยรอบตัวอาคารอย่างละเอียด รวมถึงโครงสร้างหลังคาทั้งหมดก่อนจะรื้อถอนออก หลังจากนั้นจะร่วมประชุมสรุปสาเหตุและรวบรวมผลตรวจพยานหลักฐานนำส่งพนักงานสอบสวน สำหรับแบบก่อสร้างอาคารที่เกิดเหตุ นายพงศ์ศิริ หรือเสี่ยบี เป็นผู้ยื่นขอต่อเทศบาลเมืองสัตหีบ เป็นใบอนุญาต แบบ อ.1 เลขที่ 115/2563 ชนิด ค.ส.ล. 1 ชั้น ก่อสร้างอาคารเพื่อใช้เป็นสถานที่จำหน่ายอาหารและเครื่องดื่ม (ร้านอาหาร) ในวันที่ 25 ธ.ค.63วันเดียวกัน นายนริศ นิรามัยวงศ์ รอง ผวจ.ชลบุรี พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมแถลงปิดศูนย์อำนวยการให้ความช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากกรณีเพลิงไหม้ร้านเมาน์เท่น บี ที่จัดตั้งขึ้นที่ อบต.พลูตาหลวง นายนริศเผยว่า ศูนย์อำนวยการฯ เปิดให้การช่วยเหลือตั้งแต่วันที่ 6 ส.ค. มีญาติผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บเดินทางมายื่นเอกสารหลักฐานเพื่อรับความช่วยเหลือจากหน่วยงานราชการต่างๆ จากรายงานยอดผู้เสียชีวิต 15 ราย ผู้บาดเจ็บ 40 ราย ขณะนี้ได้รับข้อมูลเอกสารจากญาติผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บครบถ้วนแล้ว หลังจากนี้จะนำข้อมูลไปให้ความช่วยเหลือตามสิทธิตามระเบียบราชการโดยเร็วที่สุด ขอปิดศูนย์นับแต่บัดนี้ ส่วนภารกิจประสานติดตามให้ความช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบยังคงดำเนินการต่อไป ปรับเป็นศูนย์ติดตามและคณะทำงานติดตามให้ความช่วยเหลือ ณ ศาลากลางจังหวัดชลบุรีที่วัดป่ายุบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี นายสุเทพ ชิตยวงษ์ เลขานุการ รมว.แรงงาน มอบเงินช่วยเหลือแก่ทายาทของนายวิริยะ แต่งสง่า อายุ 31 ปี ผู้จัดการร้านเมาน์เท่น บี ที่วิ่งเข้าไปช่วยเหลือลูกค้าจนตัวเองถูกไฟคลอกเสียชีวิต เป็นลูกจ้างผู้ประกันตนที่อยู่ในระบบประกันสังคมประสบอันตรายจากการทำงานให้กับนายจ้าง จะได้รับสิทธิประโยชน์จากกองทุนเงินทดแทน มีนางเบญจมาภรณ์ คล้ายแสง มารดา รับมอบเงินค่าทำศพ 50,000 บาท เงินทดแทนกรณีตาย 1,008,000 บาท เงินบำเหน็จชราภาพของผู้ประกันตนมาตรา 33 จำนวน 24,410.50 บาท ไม่รวมดอกผล และเงินบำเหน็จชราภาพมาตรา 40 ทางเลือกที่ 3 จำนวน 300.96 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 1,082,711.46 บาท ที่รัฐสภา มีการประชุมวุฒิสภา พิจารณากระทู้ถามสดของนายวันชัย สอนศิริ ส.ว. กรณีเกิดเหตุไฟไหม้สถานบันเทิงเมาน์เท่น บี อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ว่ามีการสั่งการให้ดำเนินการอย่างไรต่อผู้ประกอบการ เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง และผู้ได้รับผลกระทบ รวมถึงมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำซาก พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ชี้แจงว่า สั่งการให้ทุกส่วนทำตามอำนาจหน้าที่ยึดประชาชนเป็นหลัก ยึดหลักธรรมาภิบาล โปร่งใส รับผิดชอบ ไม่มีผลประโยชน์ ไม่มีพวกพ้อง กรณีสถานประกอบการเมาน์เท่น บี เป็นอำนาจของท้องถิ่นในการให้อนุญาตคนที่กำกับท้องถิ่นคือผู้ว่าราชการจังหวัด ถ้าไม่สุจริต หรือมีร้องเรียนก็ต้องสอบข้อเท็จจริง การขออนุญาตจดทะเบียนเป็นร้านอาหาร แต่เปิดเป็นสถานบริการ ดังนั้นขั้นต้นท้องถิ่นต้องรับผิดชอบแน่นอน ส่วนผู้ประกอบการจงใจเจตนาที่จะดำเนินการถือเป็นการขอจดทะเบียนผิดประเภท ขณะที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองถือว่ามีความผิดด้วย ขั้นต้นมีคำสั่งย้ายนายอำเภอ พร้อมตั้งคณะกรรมการสอบสวนแล้ว ต้องพิสูจน์ต่อไปว่ามีเจตนาทำผิด คอร์รัปชันมีผลประโยชน์ มีส่วนได้ส่วนเสีย หรือปล่อยปละละเลยหรือไม่ ได้ออกหนังสือเวียนทั่วประเทศให้กวดขันไม่ให้ใช้อาคารผิดประเภท และคิดว่าต้องลงโทษให้เป็นเยี่ยงอย่าง ไม่ให้เกิดการอะลุ้มอล่วย กรณีที่เกิดขึ้นถือว่าเข้าข่ายผิดทั้งทางวินัยและอาญาที่สำนักงาน ป.ป.ช. นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ยื่นคำร้องเอาผิด พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ผวจ.ชลบุรี และผู้เกี่ยวข้อง รวม 8 คน ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ปล่อยให้เปิดสถานบันเทิงเมาน์เท่น บี ในพื้นที่ต้องห้าม ผับดังกล่าวเคยถูก สภ.พลูตาหลวง จับกุมเมื่อวันที่ 16 ก.ค.65 ข้อหาก่อเสียงดังสร้างความรำคาญ แต่กลับไม่ตรวจสอบเรื่องการเปิดให้บริการโดยไม่ได้รับอนุญาตและอยู่ในพื้นที่โซนนิ่ง ตาม พ.ร.บ.สถานบริการ กำหนดให้ รมว.มหาดไทย และ ผวจ. ฝ่ายปกครอง ต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด แต่ยังปล่อยให้ละเมิดกฎหมาย นำมาซึ่งความสูญเสีย ขอให้ ป.ป.ช.ไต่สวนเอาผิดผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดที่ศาลาว่าการ กทม. 2 ดินแดง นายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าฯ กทม. เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะผู้บริหาร กทม.ถึงความคืบหน้าการตรวจสถานบริการในพื้นที่กรุงเทพฯว่า กทม.ได้ตรวจสถานบริการ สถานประกอบการ และคล้ายสถานบริการ 494 แห่ง พบปัญหาลักษณะทางเข้าออกหรือประตูทางออก 83 แห่ง ปัจจุบันสั่งปิดให้บริการแล้ว 3 แห่ง อยู่ระหว่างการดำเนินคดี 2 แห่ง แก้ไขเรียบเรียบร้อยแล้ว 4 แห่ง ออกหนังสือให้แก้ไขแล้ว 12 แห่ง และอยู่ระหว่างออกหนังสือให้แก้ไข 62 แห่ง ให้เวลาปรับปรุงแก้ไขให้ตรงตามมาตรฐาน 7 วัน และต้องปิดให้บริการเพื่อความปลอดภัย รวมถึงรายงานความคืบหน้ากับ กทม.ด้วยน.ส.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าฯ กทม. กล่าวว่า สำนักงานเขตจะต้องมีแผนการตรวจมาตรฐานความปลอดภัยร่วมกับสำนักการโยธา ที่จะตรวจเรื่องโครงสร้าง การใช้พื้นที่ และสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยที่จะต้องตรวจวัสดุ ความเสี่ยง และระบบไฟ กทม.พยายามจะตรวจสถานประกอบการทุกที่ที่มีข้อสงสัย ร่วมมือกับตำรวจและหน่วยงานอื่นให้รอบคอบและรัดกุมขึ้น ขอให้สถานประกอบ การสื่อสารเรื่องประตูทางออก และวัสดุไวไฟไปยังประชาชนที่ใช้บริการอย่างชัดเจน เพื่อให้เกิดความปลอดภัยในยามฉุกเฉินนายขจิต ชัชชวานิชย์ ปลัด กทม. เผยว่า สถานประกอบการที่ไม่ตรงตามมาตรฐานส่วนใหญ่เป็นเรื่องการตรวจจับควันไฟ ถังดับเพลิงมีไม่ครบตามจำนวนที่กำหนด ทางหนีไฟ แสงสว่าง และไฟสำรอง กทม.ลงพื้นที่ตรวจทั้งกลางวันและกลางคืน พร้อมกำชับห้ามเปิดเกินเวลาที่กำหนด ส่วนกรณีที่พบว่าเขตจตุจักรมีสถานประกอบการที่ไม่ได้มาตรฐานจำนวนมาก จากการตรวจสอบพบ 38 แห่ง ร้านที่มีดนตรีเล่นแล้วไม่เป็นไปตามมาตรฐาน 5 แห่ง สั่งการยกเลิกการแสดงดนตรีแล้ว ส่วนที่เหลือจะเร่งตรวจสอบต่อไป