ตำรวจไซเบอร์บุกทลายแหล่งค้าปืนแบลงก์กัน-ปืนอัดลมผ่านทางออนไลน์ จู่โจมค้นสถานที่จำหน่ายและจัดเก็บ 2 จุดกลางกรุง ยึดของกลางรวม 2,245 กระบอก พร้อมกระสุนกว่า 8 พันนัด จับกุมผู้ต้องหา 1 คน อ้างมีใบอนุญาตจากกรมการปกครอง แต่แท้จริงเป็นใบอนุญาตขายสิ่งเทียมอาวุธปืนเท่านั้น ยืนยัน “แบลงก์กัน” เป็นอาวุธปืน ไม่ใช่สิ่งเทียมอาวุธปืน เร่งประสานกระทรวงมหาดไทยแก้ปัญหาที่ต้นเหตุเรื่องการนำเข้าจากต่างประเทศ ชี้อันตรายซื้อขายกันง่ายจนเป็นต้นตอคดีอาชญากรรมรุนแรงที่กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ บช.สอท. เมืองทองธานี เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 14 ก.ค. พล.ต.ท.กรไชย คล้ายคลึง ผบช.สอท. พร้อมพวกร่วมแถลงผลการตรวจค้นแหล่งจำหน่ายอาวุธปืนทางออนไลน์ 2 จุดในพื้นที่กรุงเทพฯ จับกุมนายสิทธิพจน์ หรือต้น วันเพ็ญ อายุ 50 ปี ในฐานความผิดจำหน่ายอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต และช่วยซ่อนเร้น จำหน่าย พาเอาไป หรือรับไว้ ซึ่งของอันตนพึงรู้ว่านำเข้ามาโดยไม่ถูกต้องตามพิธีการทางศุลกากร ของกลางปืนแบลงก์กัน 2,103 กระบอก ปืนอัดลมแรงดันสูง 142 กระบอก กระสุนแบลงก์กัน 82,450 นัด กระสุนปืนอัดลมแรงดันสูง 410 กล่อง และอุปกรณ์ส่วนควบ 128 ชิ้นพล.ต.ท.กรไชยเผยว่า สืบเนื่องจากข่าวคนร้ายใช้ปืนยิงตำรวจที่เข้าระงับเหตุวัยรุ่นทะเลาะวิวาทกันจนเสียชีวิตในพื้นที่ อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี และเหตุอื่นๆลักษณะเดียวกัน ประกอบกับการก่อเหตุลอบสังหารบุคคลสำคัญในต่างประเทศ พบว่าปืนส่วนใหญ่ที่นำมาใช้ก่อเหตุเป็นปืนที่ผู้กระทำผิดดัดแปลงทำขึ้น ซื้อขายผ่านทางออนไลน์ ตำรวจไซเบอร์สืบสวนพบว่ามีการลักลอบจำหน่ายปืนผิดกฎหมายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ กระทั่งวันที่ 12 ก.ค. ได้รวบรวมพยานหลักฐานนำหมายศาลมีนบุรีเข้าตรวจค้นสถานที่น่าเชื่อว่าเป็นแหล่งจำหน่ายและเก็บอาวุธปืน 2 จุดจุดแรกร้านแห่งหนึ่งถนนราษฎร์พัฒนา แขวงและเขตสะพานสูง กรุงเทพฯ ยึดปืนแบลงก์กัน 1,865 กระบอก กระสุนแบลงก์กัน 82,450 นัด และอุปกรณ์ส่วนควบ 31 ชิ้น เจ้าของโต้แย้งว่าครอบครองอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ส่งให้เจ้าหน้าที่ พฐ.ตรวจสอบของกลางทั้งหมดอย่างละเอียด ส่วนจุดที่ 2 ตรวจค้นบ้านเลขที่ 1899/110 หมู่บ้านเพอร์เฟคเพลส วงแหวนรามคำแหง ถนนเคหะร่มเกล้า แขวงคลองสองต้นนุ่น เขตลาดกระบัง กรุงเทพฯ ตรวจยึดปืนอัดลมแรงดันสูง 142 กระบอก ปืนแบลงก์กัน 238 กระบอก กระสุนปืนอัดลมแรงดันสูง 410 กล่อง และอุปกรณ์ส่วนควบ 97 ชิ้น พร้อมจับกุมนายสิทธิพจน์ วันเพ็ญ อายุ 50 ปี เจ้าของบ้าน นำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี โดยร้านดังกล่าวเปิดเป็นห้างหุ้นส่วนจำกัดขายปืนบีบีกัน แต่มีการซุกซ่อนเก็บปืนแบลงก์กัน ทำมาแล้วนับ 10 ปี ทางร้านอ้างว่าขอใบอนุญาตจากกรมการปกครอง แต่แท้จริงเป็นใบอนุญาตขายสิ่งเทียมอาวุธปืนเท่านั้นผบช.สอท.กล่าวด้วยว่า ในโลกออนไลน์มีการลักลอบซื้อขายอาวุธปืนจำนวนมาก จะรายงานไปยังกระทรวงมหาดไทย เรื่องการนำเข้าจากต่างประเทศว่าใครเป็นผู้อนุญาต นอกจากนี้ ปืนแบลงก์กันยังมีความสมจริงและราคาไม่แพง นักเรียนอาชีวะสามารถซื้อผ่านช่องทางออนไลน์ได้ จึงต้องกวาดล้างเพื่อความปลอดภัยของประชาชน อย่างไรก็ตาม การจับกุมของตำรวจเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ ต้องแก้ไขที่ต้นเหตุเรื่องนำเข้าพล.ต.ต.นิเวศน์ อาภาวศิน ผบก.ตอท. กล่าวเสริมว่า จากเดิมอาวุธปืนแบลงก์กันมักใช้ในวงการภาพยนตร์ แต่ทุกวันนี้มีการดัดแปลงให้สามารถขับกระสุนปืนออกได้ ตามกฎหมายปืนแบลงก์กันถือว่าเป็นอาวุธปืนไม่ใช่สิ่งเทียมอาวุธปืน ต้องได้รับอนุญาตจากกรมการปกครองอย่างถูกต้องขณะที่ พล.ต.ต.ฉัตรชัย นันทมงคล ผบก.พฐก. กล่าวว่า ของกลางทั้งหมดจะถูกส่งพิสูจน์ที่กองพิสูจน์หลักฐานกลาง โดยอาวุธปืนแบลงก์กันในต่างประเทศเคยมีผู้ใช้ยิงศีรษะตัวเองเสียชีวิต โดย พ.ร.บ.อาวุธปืน บัญญัติไว้ถึงสิ่งประกอบเครื่องกระสุนปืน หมายถึงส่วนประกอบของเครื่องกระสุนทั้งลูก เช่น กรณีมีผู้ถูกยิงแล้วมีกระสุนในร่างกาย แม้จะเป็นหัวกระสุนอย่างเดียว แต่ถือว่าเป็นเครื่องกระสุนเช่นกัน ส่วนอาวุธปืนหมายถึงอาวุธทุกชนิดที่ใช้ส่งเครื่องกระสุนปืน ดังนั้นแม้ว่าอาวุธปืนแบลงก์กันจะไม่มีการขับกระสุนปืนออก แต่ถือเป็นอาวุธปืนเช่นเดียวกัน ส่วนบีบีกันนั้นเป็นสิ่งเทียมอาวุธปืน เพราะกระสุนที่ส่งออกไปเป็นเม็ดพลาสติก ไม่สามารถทำอันตรายต่อชีวิตได้ สำหรับข้อมูลจากกองพิสูจน์หลักฐานพบว่ามีการส่งอาวุธปืนแบลงก์กันมาตรวจสอบเฉลี่ยเดือนละกว่า 100 กระบอก หรือปีละ 1,200-1,500 กระบอก ส่วนใหญ่เป็นอาวุธปืนแบลงก์กันที่ดัดแปลงแล้วและนำไปใช้ก่อเหตุต่างๆ สร้างความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สิน