เมื่อวันที่ 7 ก.ค. ที่ รพ.ราชวิถี นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวเปิดการประชุมวิชาการโรงพยาบาลราชวิถีครั้งที่ 32 ประจำปี 2565 พร้อมกล่าวปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “Do our best in the next normal” ว่า 2 ปีครึ่งที่เราเผชิญการระบาดของโควิด-19 ที่ต้องปรับตัวอย่างมาก จริงๆธรรมชาติมาเตือนเราเกือบ 10 ปีที่ผ่านมาแล้วที่จะเกิดโลกยุค new normal แต่ไม่มีใครสนใจเท่าไหร่ ครั้งนี้การระบาดของโควิด-19 มาเตือนและชี้ทางที่จะต้องปฏิรูปงานการรักษาพยาบาล รพ.ราชวิถี ปีนี้ย่างเข้าสู่ปีที่ 72 หากเป็นคนก็ถือชเป็นวัยที่มีความเชี่ยวชาญหลายด้าน ได้ทราบว่า รพ.ได้วางแผนเชิงยุทธศาสตร์ในอีก 5 ปีข้างหน้า ต้องยอมรับ รพ.ราชวิถีเป็นเรือธงมานานตอนนี้ต้องเป็นยานอวกาศธงพร้อมที่จะเทกออฟ ไม่เฉพาะแค่กรมการแพทย์แต่ทั้งกระทรวงสาธารณสุขในการปฏิรูประบบการบริการการรักษาพยาบาล ไม่เฉพาะการรักษาพยาบาลที่เป็นงานประจำ แต่รวมถึงการวิจัยด้วย ต้องยอมรับโลกยุค new normal และกำลังไปสู่ยุค next normal ความคาดหวังของประชาชนมีมาก รพ.ราชวิถีต้องวางตัวเองพร้อมที่จะเชื่อมต่อระบบทั้งหลาย ซึ่งตนมั่นใจ รพ.ราชวิถีพร้อมที่จะพาพวกเราเดินไปสู่การปฏิรูปการดูแลรักษาพยาบาลประชาชน โดยเป็นสะพานเชื่อมระหว่างบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขไปหาประชาชน บางเรื่อง รพ.สังกัดกรมการแพทย์อื่นๆก็มีจุดดีจุดแข็งเป็นสิ่งที่ดีที่จะได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อนำไปสู่การพัฒนาที่ก้าวหน้าต่อระบบสาธารณสุขไทยนพ.สมศักดิ์กล่าวด้วยว่า ยุค next normal การพัฒนาระบบต่างๆคงไม่ใช่มองว่าเราอยากเป็นอะไร แต่อยู่ที่ประชาชนอยากให้เราเป็นอะไร เราจะต้องเคลื่อนที่นำระบบบริการสาธารณสุขออกนอก รพ.ให้มากที่สุด เอื้ออำนวยให้เข้าถึงประชาชนมากที่สุด โดย รพ.จะรองรับผู้ป่วยที่จำเป็นต้องเข้ารับการรักษาที่ รพ.เท่านั้น ทั้งนี้ จะต้องมีการออกแบบใหม่และชนำดิจิทัลเข้ามาช่วย ทั้งนี้ กรมการแพทย์ตั้งเป้าจะเป็นองค์กรหลักในการจัดหาบริการทางการแพทย์แบบองค์รวมระดับชาติ เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าของประชาชน.