แก๊งเงินกู้ดอกเบี้ยโหดยังอยู่ยงคงกระพันแม้ภาครัฐจะมีนโยบายปราบปราม แต่มันเหมือนปากว่า ตาขยิบชอบกล?เรื่องราวสุดสลดของครอบครัวหาเช้ากินค่ำ เปิดเผยโดย นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจ “สายไหมต้องรอด” มันรับไม่ได้!เมื่อครอบครัวหนึ่งอาศัยอยู่ย่านมีนบุรี พ่อมีอาชีพขับรถสองแถว แม่รับเย็บผ้า มีลูกอีก 2 คน การเงินขัดสนจนถูกชักจูงเข้าไปติดกับดักของขบวนการปล่อยเงินกู้ดอกเบี้ยโหดเริ่มจากไปกู้เงินกลุ่มขบวนการเหล่านี้มา 1 หมื่นบาท ต้องจ่ายดอกเบี้ยสุดโหดร้อยละ 60 จ่ายดอกรายวัน 200 บาท เฉพาะดอกเบี้ยต้องจ่ายเดือนละ 6,000 บาท!เมื่อเริ่มจ่ายไม่ไหว เจ้าหนี้เริ่มยุทธการจิตวิทยากลั่นแกล้ง บีบคั้นสารพัด หาทางออกด้วยการไปกู้เงินนอกระบบจากเจ้าอื่นมาผ่อนเจ้าเดิมวนไป เหมือนลิงแก้แหโงหัวไม่ขึ้น จากหนี้ 1 หมื่นบาท กลายเป็นลูกหนี้แก๊งเงินกู้นอกระบบถึง 6-7 แก๊ง ค่าเช่าบ้านยังไม่มีปัญญาจ่ายเข้าตาจนหาทางออกไม่ได้ ไม่มีเงินจ่ายก็ต้องหนีเพราะหวาดกลัว ขับรถสองแถวพากันไปนอนตามวัดบ้าง ตามสถานที่สาธารณะต่างๆบ้างไปเรื่อยสุดท้ายก็คิดสั้น คิดฆ่าตัวตายยกครัว เพราะจ่ายหนี้ไม่ไหว!โชคดีคนในครอบครัวบางคนยังมีสติ เข้าขอความช่วยเหลือจากเพจสายไหมต้องรอด พาเข้าพบ พ.ต.อ.รัฐศักดิ์ รักสลาม รองผบก.น.3 และ พ.ต.อ.กฤษ ก้อมน้อย ผกก.สน.มีนบุรี ที่ดูแลท้องที่เกิดเหตุให้ช่วยเหลือตำรวจก็ช่วยเหลือไกล่เกลี่ยอย่างดี แถมยังช่วยจ่ายค่าเช่าบ้านที่ค้างบางส่วนให้ครอบครัวนี้กลับเข้าไปอยู่อาศัยได้ พร้อมสั่งตำรวจสายตรวจวนไปดูแล ไม่ให้เกิดเหตุการณ์ข่มขู่คุกคามอีกแต่ไม่น่าเชื่อ ยังมีเจ้าหนี้บางราย กล้าส่งลูกน้องไปตามทวงหนี้อีก?!แสดงว่ากลุ่มแก๊งพวกนี้ไม่ได้เกรงกลัวตำรวจเลยแม้แต่น้อยแล้วอย่างนี้ยังไม่ตั้งแท่นดำเนินคดีให้หลาบจำอีก หรือว่าพวกเดียวกัน?สหบาท