มาตรการ COVID Free Setting ที่ รัฐบาล แนะนำให้ ประชาชน ระมัดระวังหลังจากวันที่ 1 ก.ค.ไปแล้วเพื่อเข้าสู่กระบวนการ เปลี่ยนจากโรคระบาดเป็นโรคประจำถิ่นหลังการระบาด จะใช้ได้ผลแค่ไหน คงไม่ต้องเดาความอะไรให้เมื่อยตุ้ม ขนาดมีการบังคับโดยกฎหมาย ยังฝ่าฝืนกันบานตะไท โดยกลุ่มเสี่ยงและสถานที่เสี่ยงทั้งหลายฝ่าฝืนมาเป็นอันดับหนึ่ง เผลอแป๊บเดียว ประเทศไทย มีจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 สะสมตั้งแต่ปี 2563 แล้วจำนวน 4,499,044 ราย (ยอดสะสม ณ วันที่ 18 มิ.ย.) ยอดผู้เสียชีวิตสะสม 30,467 ราย มี ยอดฉีดวัคซีนสะสม ตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ.2564 139,109,249 โดส ใน 77 จังหวัด เข็ม 1 สะสมที่ 56,908,973 ราย เข็ม 2 สะสม 53,019,509 ราย เข็ม 3 สะสม 29,180,767 ราย แต่ จำนวนวัคซีน ที่สั่งกันเข้ามาในระยะหลังๆ ไม่ค่อยแจ้งตัวเลขเลยไม่รู้ว่า ไปถมอยู่ที่ไหนบ้าง คนไทยตอนนี้ไม่กลัวโควิด กลัวอดมากกว่า นโยบายรัฐมักจะล้าหลังเสมอจะว่าไปแล้ว เรื่องที่ทอล์กออฟเดอะทาวน์มากที่สุด เห็นจะเป็นเรื่อง การปลดล็อกกัญชาออกจากยาเสพติด โดย พรรคภูมิใจไทย ที่มี อนุทิน ชาญวีรกูล เป็นหัวหน้าพรรค ในฐานะรองนายกฯและ รมว.สาธารณสุข ผลักดันจนสำเร็จ จากยาเสพติดเป็นพืชเศรษฐกิจ แถมโฆษณาด้วยว่า เราทำได้ ปลดล็อกกัญชา กัญชง ให้เป็นกัญชาเสรี ชวนชาวบ้านให้ปลูกกัญชาบ้านละต้น ด้วยซ้ำ อันที่จริง คนไทยก็ลักลอบปลูกกัญชาตามท้องไร่ท้องนาอยู่แล้ว คนไทยรู้จักกัญชามานาน นำมาใส่แกง ใส่อาหาร มาสูบ เป้าหมายคือความมึนเมา ผลพลอยได้เป็นยารักษาโรค เป็นการสันทนาการอะไรทำนองนั้น ชาวบ้านไม่สนใจ ซึ่งกัญชากับคนไทยเป็นเรื่องของคนกลุ่มหนึ่ง ที่นิยมยาเสพติดประเภทนี้ แต่ตราบใดที่ถือว่าเป็นยาเสพติด ก็ไม่สามารถแพร่ระบาดทำกันอย่างโจ๋งครึ่มได้ ลักลอบจำหน่าย ลักลอบนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้าน มาขายให้กับคนเฉพาะกลุ่ม แต่พอประกาศปลดล็อกและเชิญชวนให้ชาวบ้านปลูกกัญชา ทีนี้เรื่องใหญ่เลย คนชอบก็ค้านคนไม่ชอบก็ไม่เห็นด้วย แต่ไม่ว่าจะชอบไม่ชอบก็มีคนได้ประโยชน์ ซึ่งไม่ใช่ชาวบ้านตาดำๆแน่นอนอันตรายก็คือ การนำกัญชามาใช้โดยไม่มีการควบคุม ใส่อาหาร ใส่ขนม น้ำดื่ม โดยที่ผู้บริโภคไม่มีโอกาสรู้ด้วยซ้ำว่าที่รับประทานเข้าไปมีสารกัญชาอยู่เท่าไหร่ อันตรายถึงชีวิต ไม่รวมเรื่องปลีกย่อยอื่นๆ การจำหน่าย การเสพ รัฐใช้งบรณรงค์เลิกสูบบุหรี่หมดไปเท่าไหร่ แต่กลับสนับสนุนเรื่องของกัญชาเพิ่มชนิดยาเสพติดเข้ามาในสังคม ดูค้านสายตาพิลึก แล้วระดับความรุนแรง ระหว่างบุหรี่ กับกัญชา ต่างกันมหาศาล โดยเฉพาะการส่งผลต่อจิตประสาทความรีบร้อนของ การปลดล็อกกัญชา กลายเป็นดาบสองคม ถ้าจะตีเป็นคะแนนเสียงทางการเมือง จะเป็นดาบสองคมเช่นกัน ทำให้คนส่วนใหญ่ตัดสินใจต่อการเลือกตั้งครั้งต่อไปได้ง่ายขึ้นไหนๆก็ไหนๆ การตัดสินใจแก้ไขรัฐธรรมนูญ ให้มีบัตรเลือกตั้งสองใบ ทำให้ขั้วรัฐบาลต้องคิดหนัก เพราะจะอาศัยเสียงจาก ส.ส.พรรคเล็กมาช่วยสนับสนุนตั้งรัฐบาล คงเป็นเรื่องยากกว่าการงมเข็มในมหาสมุทร เสียงพรรคร่วมรัฐบาลก็อยู่ในระหว่างขาลง ถึงจะเรียกร้องให้เอา 500 หารแทน 100 ก็ไปไม่รอด ถ้ามีการนำไปร้องตีความศาลรัฐธรรมนูญถูกตีตกทั้งฉบับ กลับไปใช้ฉบับเดิมก็ต้องตอบคำถามให้ได้ว่าจะขอแก้รัฐธรรมนูญทำพระแสงอะไร.หมัดเหล็กmudlek@thairath.co.th