จากการเสวนาวิชาการเรื่อง เปิดเทอมใหม่ยังมีเด็กไปไม่ถึงโรงเรียน โดยกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) โครงการพาน้องกลับมาเรียน ว่าที่ ร.ต.ธนุ วงษ์จินดา รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กล่าวว่า ภาพรวมตั้งแต่เกิดปัญหาการระบาดของโรคโควิด-19 มีนักเรียนหลุดจากระบบทั่วประเทศ ประมาณ 2.3 แสนคน จนถึงวันที่ 20 มิ.ย. สามารถตามกลับมาเรียนได้ 2 แสนกว่าคน เหลือ 17,000 คน เราจึงได้ส่งรายชื่อทั้งหมดให้เขตพื้นที่ สถานศึกษา วิทยาลัยต่างๆตามกลับมา และหาวิธีไม่ให้เด็กหลุดออกจากระบบไปอีก โดย ศธ.จัดตั้งศูนย์พาน้องกลับมาเรียน ส่งข้อมูลถึงผู้ว่าฯ เพื่อขอให้ช่วยเหลือครอบครัวเด็ก เพราะหากผู้ปกครองมีปัญหาด้านเศรษฐกิจ ก็จะไม่ยอมให้เด็กได้กลับมาเรียนศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ กรรมการบริหาร กสศ. กล่าวว่า นโยบายพาน้องกลับมาเรียนถือเป็นนโยบายเกรดเอ เด็กที่หลุดจากระบบจะมีอัตลักษณ์คือ เป็นกลุ่มยากจนเงียบเชียบ เป็นเด็กที่ไม่ค่อยพูด สายตาเศร้าสร้อย เป็นเด็กใฝ่ดี ขยัน กตัญญู และเสียสละ ครูและผู้บริหารต้องสังเกต เพราะเด็กจะไม่แสดงตน ที่น่าสังเกตคือ เด็กกลุ่มนี้จะไม่เคยได้รับทุนใดๆโอกาสหลุดจากระบบจะมีสูง รวมทั้งมีปัญหาซับซ้อน รายได้น้อย เด็กต้องช่วยครอบครัวหารายได้ บางครอบครัวเด็กเกิดจากแม่วัยใสที่ออกกลางคันมาก่อน ดังนั้น หากครูและผู้บริหารเข้าไปช่วยเด็กได้ยิ่งเร็วจะยิ่งเป็นผลดีต่อเด็กและครอบครัว ส่วนโรงเรียนที่ยอมรับเด็กกลางคันกลับมาเข้าเรียนถือว่าเป็นผู้บริหารที่มีวิสัยทัศน์และสร้างคุณูปการต่อวงการศึกษา.