นวัตกรรม “TAVI” หรือ “Trans Catheter Aortic Valve Implantation” หรือ “การเปลี่ยนลิ้นหัวใจเทียมผ่านสายสวน” เป็นอีกเทคโนโลยีที่กำลังเข้ามาช่วยทลายข้อจำกัดและเป็นความหวังในการรักษา “โรคลิ้นหัวใจตีบ” ของกลุ่มผู้สูงอายุที่สุขภาพไม่แข็งแรง มีโรคแทรกซ้อนอาทิ โรคปอด โรคไต โรคตับ จนไม่สามารถเข้ารับการผ่าตัดรักษาแบบเดิมได้เหมาะสำหรับกลุ่ม “ผู้สูงอายุวัย 75 ปีขึ้นไป” ที่มีปัญหาโรคลิ้นหัวใจเอออร์ติกที่กั้นระหว่างห้องล่างซ้ายกับหลอดเลือดแดงใหญ่เอออร์ตา (Aorta) ซึ่งเป็นห้องสำคัญทำหน้าที่เป็นประตูเปิดให้เลือดวิ่งไปเลี้ยงร่างกายและป้องกันไม่ให้เลือดไหลย้อนกลับมาที่หัวใจวิธีนี้ช่วยให้ผู้ป่วยมีอายุยืนยาวขึ้น ลดผลข้างเคียงจากการผ่าตัด เสียเลือดน้อย จะมีแผลขนาดเล็กเฉพาะที่ขาหนีบและแผลจากการให้น้ำเกลือที่คอเท่านั้น โดยตลอดกระบวนการตั้งแต่การตรวจเช็กความพร้อมร่างกาย การใส่สายสวน พักฟื้น จนกลับบ้านไปใช้ชีวิตปกติ ใช้ระยะเวลาเพียง 3 วันเท่านั้นทว่าด้วยข้อจำกัดทั้งด้าน “ค่าใช้จ่าย”...“ความพร้อม” ของทีมแพทย์ที่ต้องเป็นแบบสหสาขาวิชาชีพ TAVI...จึงยังเข้าถึงได้ยากจะมีเฉพาะในโรงพยาบาลรัฐขนาดใหญ่บางแห่ง หรือโรงพยาบาลเอกชน อาทิ โรงพยาบาล เวชธานี ...“TAVI” สำคัญยังไงทั้งในแง่เทคนิค วิธีการและความปลอดภัย กระทั่งนำไปสู่ผลการรักษา? พันตำรวจเอกนายแพทย์อนุรักษ์ เจียมอนุกูลกิจ หัวหน้าศูนย์โรคหัวใจ โรงพยาบาลตำรวจ แพทย์ที่ปรึกษาประจำโรงพยาบาลเวชธานี บอกว่า ก่อนจะตอบคำถามนี้เราต้องรู้ธรรมชาติของโรคเสียก่อน...ลิ้นหัวใจตีบถ้าไม่มีอาการก็จะไม่ค่อยต่างกับคนปกติที่อายุเดียวกันยกตัวอย่างเช่น อายุ 60 ปีมีอาการลิ้นหัวใจตีบรุนแรงแต่ไม่มีอาการเทียบกับคนอายุ 60 ปีที่ไม่มีลิ้นหัวใจตีบ อัตราการเสียชีวิตก็จะเหลื่อมกันนิดเดียว ไม่ค่อยมีนัยสำคัญเว้นแต่มีอาการนับตั้งแต่...แน่นหน้าอกจะเสียชีวิตใน 5 ปี ถ้ามีวูบเสียชีวิตใน 3 ปี และถ้ามีหัวใจวายแล้วจะเสียชีวิตใน 2 ปี ฉะนั้น... ถามว่าความสำคัญในการผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นก็คือในคนไข้ที่มีลิ้นหัวใจเอออร์ติกตีบที่มีอาการแล้ว เพราะว่าคือการต่ออายุ“ผลของการรักษาหากผ่าตัดสำเร็จ อัตราการมีชีวิตรอดเทียบเท่ากับคนปกติที่อายุเดียวกันเลย คือถ้าเลือกได้ผ่าแล้วการผ่าประสบความสำเร็จอัตราการมีชีวิตจะกลับมาเหมือนคนปกติที่ไม่ได้เป็นโรคนี้เลย”นี่คือข้อมูลสมัยก่อน และนวัตกรรม “TAVI” ก็เข้ามาชดเชย เมื่อปัญหาคนไข้ที่มีอายุมากแล้วเข้ารับการผ่าตัดไม่ได้ ความฟิตไม่ถึง ร่างกายไม่พร้อม หมอผ่าตัดปฏิเสธตั้งแต่แรก ก็คือเป็นการเสียชีวิตตามอายุขัยที่กล่าวมาข้างต้นแล้วนั่นเอง “ตอนนี้เรามีข้อมูลว่าเราทำในกลุ่มที่ศัลยกรรมไม่ทำแล้ว ทำการรักษาดีกว่าปล่อยให้คนไข้ตายแน่นอน แล้วตอนนี้ในกลุ่มที่เลือกผ่าตัดก็ได้หรือเลือกทำบอลลูนก็ได้ คนไข้กลุ่มนี้ปรากฏว่าเรามีงานวิจัยแล้วว่าผลการรักษาในระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา เทียบเท่ากันเลยกับในกลุ่มที่มีความเสี่ยงปานกลาง”“TAVI” เป็นเทคโนโลยีการแพทย์ที่มีจุดเริ่มต้นจากทางฝั่งอเมริกาและขยายไปยังยุโรป ก่อนเข้ามาในไทยเมื่อ 20 ปีที่ผ่านมา วิธีการรักษาจะเป็นการนำลิ้นหัวใจแบบเนื้อเยื่อยึดติดกับขดลวดพิเศษ ส่งผ่านสายสวนจากบริเวณขาหนีบไปจนถึงตำแหน่งลิ้นหัวใจเอออร์ติกด้วยระบบท่อนำทางจากนั้นปล่อย “ลิ้นหัวใจเทียม” ให้กางออกเพื่อทำหน้าที่แทนลิ้นหัวใจเดิม ซึ่งด้วยสรีระและอวัยวะภายในของชาวเอเชียมีขนาดและความต่างจากชาวอเมริกัน ชาวยุโรป จึงเป็นโจทย์ยากที่แพทย์ไทยต้องค่อยๆ ศึกษาปรับวิธีที่เหมาะสมจนได้รับการยอมรับจากผู้ป่วยในหลายประเทศและมีการส่งผู้ป่วยเข้ามารักษาความยากอีกข้อหนึ่งของ TAVI คือเส้นทางใส่ลิ้นหัวใจตั้งแต่ขาหนีบที่จะอ้อมเส้นเลือดแดงใหญ่ไปยังหัวใจมีโอกาสเผชิญภาวะแทรกซ้อนตลอดทาง ดังนั้น ก่อนที่แพทย์จะตัดสินใจรักษาผู้ป่วยด้วย TAVI ต้องมีการประชุมทีมแพทย์แบบสหสาขาวิชาชีพ เพื่อขออนุมัติฉันทามติร่วมกันก่อนเริ่มรักษาตั้งแต่อายุรแพทย์โรคหัวใจและหลอดเลือดเจ้าของไข้ วิสัญญีแพทย์ แพทย์เฉพาะทางด้านการสวนหัวใจและหลอดเลือด ร่วมทำการตรวจสอบการบีบตัวเส้นเลือดหัวใจ ขนาดลิ้นหัวใจ การกระจายตัวของแคลเซียมบริเวณลิ้นหัวใจว่ามีความเหมาะสมหรือมีอุปสรรคอื่นหรือไม่และเมื่อเป็น... “ผู้ป่วยสูงอายุ” ในบางเคสจำเป็นต้องเชิญแพทย์เฉพาะทางด้านไต ตับ สมองหรือด้านอื่นๆตามความเสี่ยงของผู้ป่วย เข้ามาร่วมประเมินคนไข้ก่อนรับการรักษาเพื่อลดความเสี่ยงให้ได้มากที่สุด ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ค่าใช้จ่ายของการรักษาแบบ TAVI สูงกว่าการผ่าตัดแบบเปิดอกทั่วไป นายแพทย์สุขุม เตชะสกุลเจริญ อายุรแพทย์โรคหัวใจและหลอดเลือดเฉพาะทางด้านการสวนหัวใจและหลอดเลือด โรงพยาบาลเวชธานี เสริมว่า ผู้สูงอายุหลายรายมักไม่ทราบมาก่อนว่าตัวเองมีปัญหาเกี่ยวกับโรคลิ้นหัวใจ ซึ่งสาเหตุหลักมาจากความเสื่อมของร่างกาย ส่งผลให้มีไขมันหรือหินปูนเกาะ...ทำให้ลิ้นหัวใจทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ เกิดภาวะลิ้นหัวใจตีบรุนแรง ไม่สามารถสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงส่วนต่างๆของร่างกายได้เพียงพอ จึงมีอาการเหนื่อยง่าย หน้ามืดเป็นลมบ่อย และอ่อนแรง เมื่อตรวจพบก็มักมาพร้อมโรคแทรกซ้อนตามช่วงวัย อาทิ เบาหวาน ความดันบางรายจึงตัดสินใจชะลอการผ่าตัดและเลือกวิธีรักษาด้วยยาเพื่อประคับประคองอาการ แต่วิธีนี้จะไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ และมีความอันตราย คือหากไม่ได้รับการรักษาอย่างตรงจุดในช่วง 2 ปีแรกที่ตรวจพบ ก็มีโอกาสเสียชีวิตได้วิธีสังเกตผู้ป่วยโรคลิ้นหัวใจ หากพบว่าเริ่มเหนื่อยง่าย เจ็บแน่นหน้าอก ใจสั่น หัวใจเต้นผิดจังหวะ หรือเท้าบวม ควรรีบมาพบแพทย์เฉพาะทางเพื่อตรวจวินิจฉัยและรับการรักษาอย่างถูกต้องทันท่วงที ถามถึงความเสี่ยงที่จะเกิดข้อผิดพลาด คุณหมออนุรักษ์ บอกว่า ผิดพลาดก็คือสมัยก่อนก็จะมีคนที่ทำไม่ได้อยู่บ้าง เช่น เส้นเลือดที่ขาเล็กมาก อาการตีบเพราะมีการอักเสบมานาน แคลเซียมก็เกาะด้วยความแข็ง พอลิ้นที่ใช้กางออกตัวลิ้นก็จะแตก เนื้อเยื่อที่เกาะของลิ้นเดิมมีแคลเซียมไปดันก็ปริแตก อย่างนี้ก็มีหรือ...วางเสร็จมีการผิดพลาดจากการวัด วัดเสร็จกางเสร็จไม่ติด...ปลิว ซึ่งปัจจุบันนี้เกิดขึ้นได้ยากมากแล้ว เพราะใช้ซีทีวัดมีความแม่นยำสูงและมีความรู้มากขึ้น ก็สามารถเลือกเคสผู้ป่วยได้ดีขึ้น...มีสิ่งเดียวที่ทำนายไม่ได้ก็คือ การเกิดสโตรก เวลาไปบี้ขยี้หลอดเลือดที่ตีบ ที่ตัน ไม่รู้ว่าเนื้อตรงนั้นจะปลิวไปติดตรงไหนบ้าง... เป็นสิ่งที่ควบคุมไม่ได้ โอกาสเกิดก็จะอยู่ที่ 1­-2%“ระบบบริการสาธารณสุขไทยเราไม่เคยล้าหลังใคร ยุคนี้อาจจะมองในเรื่องเศรษฐศาสตร์ความคุ้มค่า ยิ่งในวงการแพทย์ต้องมุ่งประโยชน์กับคนไข้สูงสุด อยากฝากถึงผู้บริหารควรให้โอกาสคนไข้เข้าถึงการรักษาที่ดี ซึ่ง สปสช.กำลังพิจารณาหาโอกาสและความเป็นไปได้ในการเบิกจ่ายการรักษาด้วยการผ่าตัดวิธีนี้อยู่”พันตำรวจเอกนายแพทย์อนุรักษ์ เจียมอนุกูลกิจ ทิ้งท้ายว่า “คนสูงอายุ”...ก็มีคุณค่าเป็นร่มโพธิ์ร่มไทรเป็นที่รักลูกๆหลานๆไปได้อีกนานหลายปี อย่างน้อยๆ “โอกาส”...ที่ว่านี้ก็คือไม่ทำให้เขาทุพพลภาพ ลูกหลานคนทำงานไม่ต้องเสียเวลามาดูแล เราสามารถเพิ่มอายุ...คุณภาพชีวิตคนไข้ได้.