หลังจากที่เราเคยมีมนุษย์ไปเหยียบบนดวงจันทร์แล้ว ในอนาคตอันใกล้นี้ก็มีโครงการมากมายที่จะทำบนดวงจันทร์ ทั้งการส่งมนุษย์กลับไปอีกครั้ง การวางแผนตั้งโครงสร้างที่อยู่อาศัยพักพิง และใช้เป็นนิคมด่านหน้าสำหรับการเดินทางไปดาวเคราะห์ดวงอื่นๆ ในอนาคต รวมถึงการศึกษาที่จะแปรสภาพวัตถุบนจันทร์โลกให้สามารถรองรับการใช้ชีวิตอยู่ในระยะยาวของมนุษย์ได้ และสิ่งอื่นๆอีกมากมาย ฯลฯนอกจากนี้มนุษย์ยังมีแผนขุดเหมืองเพื่อเอาแร่ที่มีอย่างอุดมในดวงจันทร์ แต่เป็นแร่ที่หายากในโลก กลับมาใช้ประโยชน์ตอบสนองความเจริญก้าวหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง และการสำรวจระบบสุริยะของมนุษย์จะไม่หยุดที่ดวงจันทร์และดาวอังคารอย่างแน่นอนเป็นไปได้ว่าในที่สุดแล้วลูกหลานเหลน โหลนของมนุษย์ก็จะกระจายไปทั่วระบบสุริยะ แต่ขณะที่เป้าหมายยังคงโฟกัสที่ดวงจันทร์กับดาวอังคารเป็นหลัก ก็มีกลุ่มนักวิจัยที่ผุดพรายความคิดว่า แล้วเมื่อไหร่ล่ะที่เราจะไปได้ไกลกว่านั้น? เมื่อใดที่คาดว่าจะเห็นมนุษย์ไปปรากฏตัวในระบบสุริยะชั้นนอก เมื่อเร็วๆนี้ ก็มีผลศึกษาล่าสุดจากนักวิจัยในสหรัฐอเมริกา จีน และเนเธอร์แลนด์ เผยแพร่ลงในคลังบทความวิชาการของ arXiv ที่ให้ข้อมูลที่น่าสนใจ ทีมวิจัยระบุว่าวิธีการเริ่มการคำนวณนั้นมีความซับซ้อนอยู่ไม่น้อย พวกเขาจึงเริ่มต้นจากพื้นฐานโดยอาศัยวิชาแคลคูลัส เพื่อทำความเข้าใจว่าเมื่อใดที่มนุษย์ไปได้ไกลกว่านี้ในระบบสุริยะ ซึ่งจำเป็นต้องมีตัวแปร 2 ตัวคือระยะทางและเวลา ในกรณีนี้ ระยะทางหมายถึงระยะทางจากโลกที่มนุษย์เดินทาง และเวลาถูกกำหนดให้เริ่มต้นที่จุดเริ่มต้นของการแข่งขันอวกาศในปี พ.ศ.2500 ที่ยังไม่มีมนุษย์เดินทางออกจากโลก ซึ่งมนุษย์ไปถึงดวงจันทร์ครั้งแรกในปี พ.ศ.2512หลังจากได้ตั้งค่า 2 สถานการณ์ที่แตกต่างกันว่าเมื่อใดที่มนุษยชาติจะไปถึงดาวอังคาร ทีมก็คำนวณและประเมิน โดยสิ่งที่พวกเขาบอกมาก็ยังเป็นแค่สมมติฐานเท่านั้น เช่น อ้างว่ามนุษย์กลุ่มแรกน่าจะเหยียบบนดาวอังคารในปี พ.ศ.2581 ซึ่งก็เป็นไปตามกรอบเวลานักวิทยาศาสตร์เขาวางไว้ หรืออาจไปถึงแถบดาวเคราะห์น้อย ที่เป็นบริเวณในระบบสุริยะที่อยู่ระหว่างวงโคจรของดาวอังคารกับดาวพฤหัสบดีได้ในปี พ.ศ.2616 และไปถึงระบบของดาวพฤหัสบดีในปี พ.ศ.2646 จนในที่สุดมนุษย์อาจสามารถเดินทางไปถึงระบบดาวเสาร์ได้ในปี พ.ศ.2659เห็นลำดับเวลาแล้วก็ชวนตื่นเต้น แต่เห็นตัวเลขการรอคอยยาวๆกว่า 130 ปีก็เป็นท้อ เพราะคงอยู่ไม่ถึง แต่หากเทคโนโลยีก้าวหน้ามากขึ้น ก็เชื่อได้ว่าขึ้นชื่อว่ามนุษย์แล้วคงทำให้เวลาร้อยกว่าปีหดสั้นเข้ามาได้.ภัค เศารยะ