โป๊ะแตก “ทนายเดชา” แฉ “แม่ภนิดา” สารภาพเป็นคนส่งมือถือแตงโมไปให้ “บังแจ็ค” ที่สหรัฐฯ อ้างต้องการค้นหาความจริงการเสียชีวิตของลูกสาว มั่นใจแม่ถูกบังแสบหลอกว่าจะช่วยกู้ภาพที่โดนลบไปได้ ไม่ยืนยันเงิน 3 แสนบาทที่โอนเข้าบัญชี เป็นการซื้อขายโทรศัพท์หรือไม่ ขอเวลาอีก 2 วันแม่จะออกมาพูดเอง เร่งประสานเอฟบีไอจัดการ ด้านตำรวจไซเบอร์จ่อเรียกผู้เกี่ยวข้องทุกคนเข้าให้ข้อมูล ย้ำถึงอยู่ต่างประเทศก็ดำเนินคดีได้ ชี้ผิด พ.ร.บ.คอมฯถึง 2 มาตรา เจ้าหน้าที่คริสตจักรเมธอดิสท์รังสิต คลองสี่ เก็บเถ้าอัฐิ “แตงโม” ห่อใส่ผ้าขาว รอญาติพี่น้องมารับไปลอยอังคารกลายเป็นคดีมหากาพย์ที่จบไม่ลง แม้งานฌาปนกิจร่างแตงโม ภัทรธิดา หรือนิดา พัชรวีระพงษ์ ดาราสาวที่พลัดตกเรือสปีดโบ๊ตเสียชีวิตกลางแม่น้ำเจ้าพระยาจะเสร็จสิ้นไปแล้ว แต่ยังมีประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการตายของแตงโมตามมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกรณีบุคคลปริศนาปล่อยภาพและคลิปลับของดาราสาวผ่านทางสื่อโซเชียล เพจ Happy Melon Official ทำให้สังคมเกิดความกังขาว่ามือมืดได้ข้อมูลมาจากไหน เนื่องจากภาพและคลิปดังกล่าวถูกบันทึกไว้ในโทรศัพท์มือถือ ไอโฟน 13 ของแตงโมเท่านั้น พร้อมเรียกร้อง ให้นางภนิดา ศิระยุทธโยธิน มารดาของแตงโม เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ที่เผยแพร่ภาพไม่เหมาะสมดังกล่าวเพื่อปกป้องเกียรติของบุตรสาว เก็บเถ้าอัฐิแตงโมห่อผ้าขาวที่คริสตจักรเมธอดิสท์รังสิต คลองสี่ และฌาปนสถาน ถนนทางคู่ขนานวงแหวนรอบนอกกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก ต.คลองสี่ อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี สายวันที่ 25 พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าภายหลังจากเสร็จสิ้นพิธีฌาปนกิจศพ น.ส.ภัทรธิดา พัชรวีระพงษ์ หรือแตงโม นิดา ไปแล้วเมื่อช่วงเย็น วันที่ 24 พ.ค. บรรยากาศเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่คริสตจักรเมธอดิสท์ ได้ทยอยเก็บของที่ใช้ในงานฌาปนกิจศพไปแล้วเกือบหมด ยังคงเหลือเพียงดอกไม้ที่ใช้ตกแต่งบริเวณหน้าเวทีตั้งโลงศพอีกเล็กน้อย ในส่วนของเถ้าอัฐิแตงโม เจ้าหน้าที่ได้เก็บใส่ห่อผ้าขาวไว้แล้วรอญาติมารับไปลอยอังคารนายปนะสิทธิ์ ชุมแวงวาปี เจ้าหน้าที่ดูแลอุโมงค์เพลิง กล่าวว่า ได้เก็บเถ้าอัฐิของแตงโมตั้งแต่เวลา 07.00 น. เถ้าอัฐิของแตงโมจะนำไปเก็บรักษาไว้ภายในห้องเก็บอัฐิก่อน จากนั้นจะแบ่งออกเป็น 2 ส่วนเพื่อรอญาติพี่น้องมารับในวันเสาร์ที่ 28 พ.ค. เพื่อนำไปลอยอังคาร และอีกส่วนหนึ่งจะนำไปบรรจุไว้คู่กับเถ้าอัฐิของนายโสภณ พัชรวีระพงษ์ พ่อของแตงโม ที่ช่องหมายเลข 9 ล็อกกัลปังหา อาคารกตเวทิตา ระเบียงอาลัย ตลอดระยะเวลาในการเก็บเถ้าอัฐิของแตงโม ไม่ได้เกิดเหตุการณ์แปลกประหลาดขึ้นแต่อย่างใด เพราะตามความเชื่อของชาวคริสเตียน หากบุคคลใดเสียชีวิตไปแล้ว พระเจ้าจะรับไปตั้งแต่ตอนหมดลมหายใจแล้ว ทำให้ไม่มีหรือไม่เห็นสิ่งแปลกประหลาดใดๆตร.ไซเบอร์รู้ตัวคนใช้มือถือเวลา 11.30 น. ที่กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) เมืองทองธานี อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี พล.ต.ท.กรไชย คล้ายคลึง ผบช.สอท. เปิดเผยความคืบหน้าการตรวจสอบผู้ใช้โทรศัพท์มือถือของแตงโม นิดา หลังตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา เฟซบุ๊กส่วนตัวของแตงโมโพสต์ภาพและข้อความต่างๆ ทำให้เกิดข้อสงสัยและชาวเน็ตนำไปวิพากษ์วิจารณ์เป็นวงกว้างว่า ภายหลัง น.ส.อิจศรินทร์ จุฑาสุขสวัสดิ์ หรือกระติก เข้ามาแจ้งความร้องทุกข์กับตำรวจไซเบอร์ เมื่อวันที่ 24 พ.ค. ตำรวจได้เริ่มต้นสืบหาข้อมูลต่างๆ รายละเอียดอยู่ในสำนวน ส่วนการเข้าถึงรหัสและข้อมูลทางโทรศัพท์ของแตงโม มีความคืบหน้าไปมาก เบื้องต้นพอจะทราบได้ว่าเป็นผู้ใด แต่ยังต้องเชื่อมต่อข้อมูลระหว่างโทรศัพท์เพื่อความแน่ชัด ตอนนี้พอจะทราบสถานที่และเครือข่ายที่ผู้โพสต์ใช้วอนแม่แตงโมเข้าให้ข้อมูลพล.ต.ท.กรไชย กล่าวต่อว่า จากการประสานข้อมูลกับเฟซบุ๊ก พบว่าเฟซบุ๊กของแตงโมเริ่มโพสต์ภาพและข้อความตั้งแต่วันที่ 12 พ.ค. แต่ไม่ขอบอกว่าผู้โพสต์อยู่ที่ใด เนื่องจากจะอยู่ในประเทศหรือต่างประเทศก็ได้ ในการตรวจสอบจะต้องหาข้อมูลจากโทรศัพท์เครื่องหลักประกอบคู่กันไป หากมีใครจะเปิดใช้งานเครื่องที่ใช้โพสต์นั้น เครื่องหลักจะต้องได้รับข้อมูลก่อน ยืนยันว่ามีข้อมูลครบถ้วนทั้งหมด ส่วนเรื่องที่ผู้โพสต์อยู่ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นเรื่องที่คาดเดากันไปเอง ตอนนี้พนักงานสอบสวนกำลังรวบรวมหลักฐานต่างๆ หากมีใครเกี่ยวข้องจะขอความร่วมมือเข้ามาให้การกับตำรวจ เช่นเดียวกับนางภนิดา ศิระยุทธโยธิน แม่ของแตงโม จากการประสานเจ้าตัวขอให้เสร็จพิธีศพทั้งหมดแล้วอาจจะเข้ามาพบ ตำรวจจะต้องสอบถามแม่ด้วยว่าโทรศัพท์ของแตงโมอยู่กับใครอยู่ ตปท.ก็ดำเนินคดีได้ชัวร์“กรณีนี้มีหลายคนเข้าใจผิดว่าหากแม่แตงโมไม่มาแจ้งความ ตำรวจจะสืบสวนสอบสวนไม่ได้ กฎหมายระบุว่าผู้มีกรรมสิทธิ์และสิทธิในการฟ้องร้องคดีคือพ่อแม่ คู่สมรส และบุตร เป็นต้น ยืนยันตำรวจได้ทำงานควบคู่กันไป เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับโลกออนไลน์ และเป็นประเด็นที่สังคมให้ความสนใจ เราสามารถเดินหน้าได้เต็มที่ หากผู้ก่อเหตุอยู่ต่างประเทศ ต้องตรวจสอบว่าประเทศที่ผู้นั้นอยู่ มีสนธิสัญญาผู้ร้ายข้ามแดนระหว่างประเทศหรือไม่ และประเทศนั้นต้องตรวจสอบว่า เรื่องดังกล่าวเป็นคดีสำคัญหรือไม่ เพราะอาจจะไม่ส่งตัวผู้ร้ายกลับมาก็ได้ เนื่องจากในอดีตมีบางคดีสำคัญยังต้องใช้เวลานานหลายปี” ผบช.สอท.กล่าว ย้ำผิด พ.ร.บ.คอมฯ 2 มาตราพล.ต.ท.กรไชย กล่าวอีกว่า กรณีที่เกิดขึ้นเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14 นำข้อมูลเท็จเข้าสู่ระบบ และมาตรา 16 นำเข้าภาพของบุคคลอื่นซึ่งอาจเกิดจากการตัดต่อเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ส่วนกรณีที่มีข่าวพบการโอนเงินหลักแสนให้กับบุคคลที่แตงโมเคารพรักนั้น เรื่องนี้ตนไม่ทราบข้อมูล ขอไม่ตอบ และการโอนเงินก็ถือเป็นเรื่องส่วนตัว และจะมีความเชื่อมโยงหรือเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้หรือไม่ ยังไม่ขอตอบเช่นกัน เพราะการโอนเงินอาจจะให้ด้วยความเสน่หาหรือไม่ และจะโอนให้ใคร จะเกี่ยวข้องกับเรื่องโทรศัพท์หรือไม่ เป็นเรื่องที่ต้องตรวจสอบต่อไปชี้ถูกโพสต์จากเมืองบอสตันจากแนวทางการสืบสวนสอบสวนของตำรวจไซเบอร์ได้ข้อมูลว่า บุคคลปริศนาที่โพสต์ภาพและข้อความเกี่ยวกับแตงโม ต้นทางโพสต์มาจากเมืองบอสตัน รัฐแมสซาชูเสตต์ ประเทศสหรัฐอเมริกา ขณะนี้ยังไม่ยืนยันว่าโทรศัพท์มือถือเครื่องดังกล่าวอยู่ที่ใคร เพราะหลังจากตำรวจชุดคลี่คลายคดี บช.ภ.1 คืนโทรศัพท์ของแตงโมให้กับนางภนิดา แม่ของแตงโมไปแล้ว โทรศัพท์ได้อยู่ในการครอบครองของนางภนิดา เป็นระยะเวลา 8 วัน ก่อนจะมีมือมืดปริศนาโผล่ใช้งานบัญชีโซเชียลต่างๆของแตงโมในวันที่ 21 พ.ค. ครั้งแรกนางภนิดาระบุว่ามือถือยังอยู่กับตน ต่อมาได้บอกว่ามือถืออยู่ที่ทนายเดชา แต่ทนายเดชาปฏิเสธทันทีว่าไม่ได้ครอบครองมือถือและไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆกับการที่เฟซบุ๊กของแตงโมกลับมามีชีวิตอีกครั้ง สำหรับมือถือของแตงโมเป็นยี่ห้อไอโฟน 13 รุ่นโปรแม็กซ์ ความจุ 1 Tb มีภาพที่อยู่ในเครื่อง 1.2 ล้านภาพ รวมทั้งมีภาพในคืนเกิดเหตุที่ถูกถ่ายไว้ด้วย มีทั้งภาพที่ลบไปแล้วและยังไม่ได้ลบ รวมกว่า 500 ภาพมีเงินโอนเข้า บช. 2-3 แสนขณะที่มือมืดผู้โพสต์ภาพ คลิป และข้อความต่างๆได้ใช้อุปกรณ์ 2 อย่างคือ คอมพิวเตอร์ และโทรศัพท์มือถือ เป็นการโพสต์แบบตั้งเวลาอัตโนมัติ เพื่อให้โพสต์เกิดขึ้นตามเวลาในประเทศไทย ตำรวจไซเบอร์ยังตรวจสอบข้อมูลพบว่า การโทร.จากไลน์ไอดีของแตงโมเข้าเครื่องของ “กระติก” อดีตผู้จัดการ พร้อมปล่อยคลิปลับของแตงโมขณะที่กระติกให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนนั้น โทร.มาจากประเทศสหรัฐอเมริกาเช่นกัน อีกทั้งยังติดต่อโดยการโทร.ไลน์หาคนใกล้ชิดที่แตงโมเคารพรักมานาน เป็นระยะเวลาประมาณ 1 เดือนกว่า ตำรวจได้สันนิษฐานว่ามือถือของแตงโมน่าจะถูกส่งไปที่ต่างประเทศ เพราะมีหลักฐาน 1 ชิ้นที่ตรวจสอบได้ว่า มือมืดปริศนาได้โอนเงินเข้าบัญชีของบุคคลใกล้ชิดที่แตงโมเคารพรักจำนวนเงิน 2-3 แสนบาท ในช่วงที่มือถือของแตงโมไม่ได้อยู่ในการดูแลของตำรวจแม่รับส่งมือถือให้ “บังแจ็ค”เวลา 14.00 น. ที่สำนักงานทนายคลายทุกข์ นายเดชา กิตติวิทยานันท์ ทนายความคดีการเสียชีวิตของแตงโม ได้เปิดแถลงข่าวกล่าวถึงกรณีมีเพจปล่อยภาพและคลิปต่างๆที่อยู่ในโทรศัพท์ของแตงโมบนสื่อสังคมออนไลน์ว่า หลังจากที่ตนได้พูดคุยกับนางภนิดา ศิระยุทธโยธิน แม่ของแตงโม คุณแม่ยอมรับว่าเป็นผู้ส่งโทรศัพท์ของแตงโมไปให้บังแจ็ค ที่ประเทศสหรัฐฯด้วยตนเอง ส่วนที่ตัดสินใจส่งโทรศัพท์ไป เนื่องจากต้องการค้นหาความจริงเกี่ยวกับสาเหตุการเสียชีวิตของลูกสาว เพราะหลังจากแม่ได้รับโทรศัพท์คืนจากตำรวจ แม่ได้นำโทรศัพท์ไปยังแอปเปิล สโตร์ ประเทศไทย เพื่อกู้ภาพต่างๆ แต่ทำไม่ได้เพราะกลัวข้อมูลรั่วไหล “ยูทูบเบอร์ดัง” ถูกหลอกด้วย“ในช่วงหลายเดือนหลังจากแตงโมตาย บังแจ็ค ได้โทร.มาพูดคุยกับคุณแม่จนมีความสนิทสนมและบังแจ็คยังอ้างว่าสามารถค้นหาภาพที่บ่งบอกว่าแตงโมถูกฆาตกรรมที่อยู่ในโทรศัพท์ได้ มีอยู่ 2 ภาพที่ถูกลบไป เป็นภาพที่แตงโมใส่ชุดนอนอยู่ในโรงแรม ซึ่งไม่ใช่ภาพที่เกี่ยวข้องกับคดีนี้ บังแจ็คหว่านล้อมจนคุณแม่คล้อยตามยอมส่งโทรศัพท์ไปให้ แต่จากรายงานการสืบสวนในทางลับของเจ้าหน้าที่ คาดว่าบังแจ็คนำภาพดังกล่าวไปให้กับยูทูบเบอร์คนหนึ่ง และอาจนำไปใช้เชื่อมโยงกับการฆาตกรรม เชื่อว่ายูทูบเบอร์คนดังกล่าวอาจถูกบังแจ็คหลอกก็เป็นได้” นายเดชากล่าวขอ 2 วันแม่ออกมาพูดเองนายเดชากล่าวอีกว่า ส่วนผู้ที่โพสต์ภาพต่างๆนั้น อีก 2 วัน คุณแม่จะขอเป็นผู้พูดเอง รวมถึงเรื่องการแจ้งความบังแจ็คเช่นกันว่าจะดำเนินคดีหรือไม่ อย่างไรก็ตาม คุณแม่ยืนยันว่าโทรศัพท์อยู่ที่บังแจ็ค เชื่อได้ว่าบังแจ็คเป็นผู้โพสต์ วันที่มีกระแสข่าวเรื่องภาพของแตงโมบนสื่อสังคมออนไลน์ ตนได้สอบถามคุณแม่แล้วตนขอให้พูดความจริง และขออนุญาตแถลงข่าว เบื้องต้นคุณแม่บอกว่าได้ส่งโทรศัพท์ให้บังแจ็คที่สหรัฐอเมริกา 2 อาทิตย์แล้ว มีค่าส่งประมาณ 2,000 บาท แต่ตนไม่ทราบว่าส่งไปด้วยช่องทางใด และไม่ทราบว่าบังแจ็คได้ส่งข้อมูลอะไรกลับมาให้คุณแม่บ้าง ส่วนกรณีที่มีภาพภายในงานฌาปนกิจของแตงโมนั้น ยังไม่ได้สอบถามไปยังคุณแม่ประสาน “เอฟบีไอ” จัดการนายเดชากล่าวอีกว่า ตนคิดว่าผู้ที่โพสต์ภาพและคลิปของแตงโมควรหยุดการกระทำ เพราะการเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวของผู้อื่นนั้นมีความผิด ตนได้ประสานเพื่อนให้ประสานต่อไปยังเอฟบีไอแล้ว และตนยังคงเป็นทนายความของคุณแม่เหมือนเดิม จากนี้ต้องรอให้คุณแม่หายเครียดก่อน ตนก็เป็นห่วงเรื่องสุขภาพจิต เพราะในงานฌาปนกิจยังมีบุคคลเข้ามาบอกให้คุณแม่แจ้งความ หรือหาความเชื่อมโยงกับประเด็นการฆาตกรรม อย่างไรก็ตาม คุณแม่ส่งโทรศัพท์ให้บังแจ็คกู้ข้อมูล ไม่ได้มีเจตนาให้นำภาพไปปล่อยตามสื่อสังคมออนไลน์ ตนไม่ทราบว่ายูทูบเบอร์คนดังกล่าวได้ข้อมูลจากบังแจ็คได้อย่างไร ส่วนคุณแม่จะเชื่อการแถลงของตำรวจหรือไม่นั้น คุณแม่ไม่เคยบอกอะไรกับตน รวมถึงไม่ได้พูดเรื่องเงิน 300,000 บาท จากการส่งโทรศัพท์ไปด้วย ทนายมั่นใจ 27 พ.ค. คดีจบนายเดชากล่าวอีกว่า ตนไม่เคยโกรธคุณแม่เลย ส่วนที่แม่บอกว่าโทรศัพท์อยู่ที่ตนนั้น แม่คงต้องเอาตัวรอด รวมถึงรู้ว่าอย่างไรตนก็ไม่โกรธ ยืนยันตนจะไม่ถอนตัวจากการเป็นทนายความ ตนภูมิใจที่ได้ทำคดีนี้ แม้จะมีผู้คนด่ามากขึ้นก็ตาม ส่วนในวันที่ 27 พ.ค.นี้ อัยการจังหวัดนนทบุรี นัดสั่งฟ้องคดี เชื่อว่าจะสามารถสั่งฟ้องคดีได้ตามกำหนด หลังจากนี้ขอให้เชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมที่ตำรวจได้รวบรวมพยานหลักฐานส่งให้อัยการเรียบร้อยทั้งหมดแล้วแฉประวัติฉาวของ “บังแจ็ค”จากการสืบค้นประวัติของ “บังแจ็ค” ที่เผยแพร่ในสื่อโซเชียลพบว่า บังแจ็คเป็นชาวต่างชาติ คาดว่าเป็นชาวปากีสถาน ใช้ชื่อในวงการว่า “แจ็ค ราชา ไฮเดอร์” และมีชื่อในเฟซบุ๊กว่า “ซาคาเนียน ราชา ไฮเดอร์” เป็นอดีตหนึ่งในสมาชิกแก๊งรถซิ่งของ “เบนซ์ เรซซิ่ง”ต่อมาบังแจ็คถูกจับกุมที่ จ.นครราชสีมา เมื่อเดือน ส.ค.59 ในข้อหาเข้าเมืองผิดกฎหมาย และ ถูกผลักดันออกจากประเทศไทย ปัจจุบันบังแจ็คย้ายไปอยู่ที่เมืองซานฟรานซิสโก ประเทศสหรัฐอเมริกา บังแจ็คเคยมีวีรกรรม อาทิ ขายไอโฟนแล้วไม่ยอมส่งของ, เข้าไปพัวพันกับคดีใหญ่เครือข่ายค้ายาเสพติดฟอกเงิน “ไซซะนะ” ชาวลาว เคยขู่ฆ่าเบนช์ เรซซิ่ง, บุ๋ม-ปนัดดา และแพท-ณปภา รวมไปถึงตำรวจและเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองเข้ามาปั่นกระแสคดีแตงโมบังแจ็คเข้ามาปั่นกระแสในคดีแตงโมตั้งแต่ต้นเดือน มี.ค. หลังจากบังแจ็คได้โพสต์ภาพแชตที่อ้างว่าได้คุยกับ “กระติก” ผู้จัดการดาราสาว เนื้อหา ทำนองได้ช่วยเหลือค่าทนาย แลกกับให้กระติกพูดความจริงบางอย่าง แต่กระติกปฏิเสธไม่เคยคุยกับบังแจ็ค ต่อมาบังแจ็คได้ติดต่อ “ส.ส.เต้” นายมงคลกิตติ์สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ อ้างว่า เก็บผ้าลูกไม้ผูกเอวสีขาวของแตงโมที่หายไปได้ ทั้งยังพยายามติดต่อ “ทนายตั้ม” นายษิทรา เบี้ยบังเกิด เพื่อขู่ว่ามีคนจ้องจะเล่นงาน กระทั่งเฟซบุ๊กของแตงโมกลับมาเคลื่อนไหวอย่างน่าสงสัย โพสต์รูปและข้อความแปลกๆ ทนายตั้มได้ตั้งข้อสงสัยว่าเป็นฝีมือบังแจ็คที่เข้าไปป่วน เนื่องจาก ข้อมูล icloud ในโทรศัพท์ของแตงโมถูกส่งต่อให้ กับคนที่อยู่ต่างประเทศ อีกทั้งแม่ของแตงโมบอกว่า เคยโทร.คุยกับบังแจ็คด้วยบังแสบปฏิเสธไม่เกี่ยวข้องขณะเดียวกัน แซน วิศาพัช มโนมัยรัตน์ หนึ่งในกลุ่มเพื่อนที่อยู่บนเรือสปีดโบ๊ตลำเกิดเหตุ และเป็น คนที่อ้างว่าเห็นแตงโมพลัดตกเรือ แซนระบุว่าถูก ผู้ชายที่ชื่อ “แจ็ค” โทรศัพท์และส่งข้อความมาหาหลายครั้ง ทำให้มั่นใจว่าน่าจะเป็น “บังแจ็ค” ที่มา ก่อกวน ขณะที่บังแจ็คได้ออกมาชี้แจงผ่านสื่ออ้างว่า เรื่องนี้ตนไม่ได้เกี่ยวข้องกับการโพสต์เฟซบุ๊กแตงโมแต่อย่างใด และไม่ได้เป็นคนโพสต์ภาพต่างๆ ถ้าหาก เป็นคนโพสต์คงออกมาพูดแล้วเพจดังโพสต์ตอบโต้ทันควันขณะที่เพจเฟซบุ๊ก Happy Melon Official ได้โพสต์ตอบโต้กรณีที่มีสื่อหลายช่องพยายามให้ข่าวว่าคนถือโทรศัพท์คุณแตงโมปล่อยคลิปที่ไม่เหมาะสมออกมา เพราะไม่ประสงค์ดี เป็นการกระทำที่ต้องการป่วนคดี เพจขอชี้แจงดังนี้ 1.การโทร.ไปหา คุณกระติกเป็นการวิดีโอคอลส่วนตัว โดยไม่ทราบว่า มีสื่อมวลชนหลายช่องอยู่ด้วย ไม่ได้เป็นการเผยแพร่คลิปดังกล่าวสู่สาธารณะ แต่เพื่อต้องการให้คุณกระติก ทราบว่าภาพเหตุการณ์วันเกิดเหตุส่วนหนึ่งได้ถูกกู้ กลับคืนมาได้แล้ว ถึงเวลาที่ต้องพูดความจริงแล้วหรือไม่ดักคอทนายอย่าเพิ่งร้อนตัว2.การบันทึกภาพคลิปดังกล่าวโดยสื่อมวลชนเหล่านั้นเป็นการทำผิดหรือไม่ และหากมีคลิปดังกล่าว หลุดออกไปในโซเชียล ความผิดนั้นควรเป็นของใคร ในเมื่อเป็นการโทร.ส่วนตัวให้คุณกระติกดู ในเครื่องคุณกระติกยังไม่มีคลิปวิดีโอนี้ด้วยซ้ำ 3.การที่ทนายออกมาไลฟ์สดชี้แจงเรื่องคุณแม่ให้มือถือไปกับคนที่อยู่ต่างประเทศ และมีการออกตัวไปก่อนว่าเดี๋ยวก็จะมีคลิปตัดต่อออกมา ทำไมทนายต้องรีบร้อนออกตัว ขนาดนั้น มีใครกลัวว่าจะมีคลิปอะไรในมือถือคุณแตงโม ที่จะเชื่อมโยงเหตุการณ์ได้อีกหรือ ถึงรีบให้สัมภาษณ์ดักไว้ “บังแจ็ค” โวมือถืออยู่ที่ตัวเองต่อมาช่วงเย็น ทีมงานรายการ “ถกไม่เถียง” ทางช่อง 7 ได้ติดต่อไปยัง “บังแจ็ค” สอบถามประเด็นที่ทนายเดชาออกมาแถลงในวันนี้ บังแจ็คยอมรับว่าโทรศัพท์มือถือแตงโมอยู่ที่ตน แม่แตงโมเป็นคนส่งมาให้เอง ยืนยันว่าไม่ได้โอนเงินไปให้คุณแม่ ที่คุณแม่ส่งมาเพราะต้องการให้ช่วยกู้ข้อมูลคืนมาจากมือถือ ตนพยายามกู้อยู่ เพราะข้อมูลมันเยอะพอสมควร ตอนนี้สามารถกู้ข้อมูลสำคัญๆมาได้บางส่วน มีคลิป ข้อความ รูปภาพ ข้อมูลการรับงาน และการโอนเงินบางส่วนที่ถูกลบไป รวมแล้วน่าจะมีรูปประมาณ 5 หมื่นภาพ คลิปที่กู้มาได้เป็นคลิปที่ไม่สุภาพของแตงโมอ้างแม่อนุญาตให้โพสต์รูปได้บังแจ็คยังอ้างอีกว่า เพจ Happy Melon official ที่มีผู้ติดตาม 1.5 ล้านคน เป็นเพจของตน ที่ได้รับอนุญาตจากคุณแม่แล้วในการโพสต์สิ่งเหล่านี้ ส่วนที่เพจอื่นๆนำไปโพสต์ไม่ใช่ฝีมือของตน เรื่องที่โทร.หากระติก แล้วมีการส่งภาพไม่เหมาะสมของแตงโมไป เรื่องนี้ตนไม่รู้ เป็นความผิดของกระติกที่ให้สื่อถ่าย ปกติการพูดคุยโทรศัพท์ต้องคุยกันเป็นการส่วนตัว วันที่เราโทร.ไปกระติกวางสายทันที สื่ออย่าไปเข้าข้างพวกนี้ ทำไมไม่ไปถามเขาว่ากระติกลบข้อมูลในมือถือแตงโมทำไม“บังแจ็ค” โชว์มือถือของแตงโมต่อมาช่วงค่ำ รายการ “ไทยรัฐ นิวส์โชว์ ช่อง 32” สัมภาษณ์นายเดชา กิตติวิทยานันท์ ทนายความคดีแตงโม กรณีที่นางภนิดา ศิระยุทธโยธิน มารดาแตงโม ยอมรับว่าได้ส่งโทรศัพท์มือถือแตงโมไปให้ “บังแจ็ค” ที่สหรัฐอเมริกาจริง พร้อมเปิดคลิปที่ผู้สื่อข่าวทีวีวิดีโอคอลคุยกับบังแจ็คขณะขับรถอยู่ที่นครลอสแอนเจลิส สหรัฐอเมริกา อ้างจะมุ่งหน้าไปสนามบินบินกลับเมืองไทยเพื่อมาเคลียร์คดีต่างๆ รวมทั้งแตงโมด้วย ระหว่างนั้นบังแจ็คยังได้โชว์โทรศัพท์มือถือไอโฟนของแตงโม เครื่องที่นางภนิดาส่งไปให้ผู้สื่อข่าวดูด้วย เมื่อพิธีกรถามทนายเดชาว่า โทรศัพท์เครื่องนี้เป็นของแตงโมจริงหรือไม่ ทนายเดชาบอกว่า ไม่เคยเห็นเครื่องจริง แต่คิดว่าใช่ตามที่ตำรวจบอกตร.ไซเบอร์ออกหมายเรียกแม่“ตอนนี้โทรศัพท์ไม่ใช่หลักฐานทางคดีแล้ว เพราะตำรวจดูดข้อมูลในเครื่องไปหมดแล้ว และส่งคืนกลับมาให้แม่ของแตงโมแล้ว แม่มีสิทธิ์ที่จะยกให้ใครหรือขายใครก็ได้ ยกเว้นว่ามีเจตนาอย่างอื่นที่ต้องการให้นำข้อมูลไม่เหมาะสมในเครื่องไปเผยแพร่ ขณะนี้ตำรวจไซเบอร์ได้ออกหมายเรียกนางภนิดาเข้าให้ปากคำแล้ว เนื่องจากกระติกได้เข้าแจ้งความไว้ว่าถูกมือมืดโพสต์รูปภาพทำให้เสื่อมเสีย และเป็นรูปภาพที่มาจากมือถือของแตงโม ยอมรับว่าตอนนี้เป็นห่วงเรื่องของข้อมูลส่วนบุคคลที่อาจหลุดออกไป เพราะเป็นเรื่องที่ผิดกฎหมายและไม่เหมาะสม” ทนายเดชากล่าว