เมื่อวันที่ 20 พ.ค. น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยว่า ตนได้ประชุมร่วมกับผู้บริหารระดับสูงของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) เพื่อติดตามผลการดำเนินงานการปฏิรูปการอาชีวศึกษาของ สอศ.ในประเด็นหลักที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กำชับเร่งรัดให้เห็นผลโดยด่วน ซึ่งพบว่าทุกโครงการดำเนินการได้ดี โดยด้านการผลิต พัฒนากำลังคน เพื่อตอบสนองความต้องการ 10 กลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย พบว่า สอศ. มีแผนการผลิตและพัฒนากำลังคน ทั้งระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) และปริญญาตรีที่ชัดเจน ตนได้ขอให้ สอศ.เพิ่มผู้เรียนให้ได้ตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ โดยเฉพาะในสาขาที่เป็นความจำเป็นของประเทศ และให้นำเสียงสะท้อนจากผู้ใช้กำลังคนมาปรับปรุงหลักสูตรและการผลิตกำลังคน รวมถึงเร่งรณรงค์เพิ่มผู้เรียนในโครงการอาชีวะสร้างโอกาสทางการศึกษาให้ เยาวชน เพื่อผลิตและพัฒนากำลังคนของประเทศ หรือ “อาชีวะอยู่ประจำ เรียนฟรี มีอาชีพ” เพื่อให้เด็กด้อยโอกาสได้กลับเข้ามาเรียนในระบบ ขณะนี้ยังมีที่รองรับ โดยมุ่งเป้าหมายผู้เรียนบางกลุ่มบางพื้นที่ผ่านผู้ใหญ่บ้าน กำนัน และองค์การบริหารส่วนตำบลรมว.ศธ.กล่าวอีกว่า ส่วนโครงการอาชีวศึกษาทวิภาคี ได้ย้ำการเพิ่มสถานประกอบการที่มีคุณภาพมาตรฐานมาร่วมจัดเพิ่มขึ้นและเร่งเพิ่มจำนวนผู้เรียนในระบบทวิภาคีทั้งในวิทยาลัยของรัฐและเอกชน โดยต้องมีแผนบูรณาการเชื่อมโยงระหว่างการศึกษาขั้นพื้นฐานกับอาชีวศึกษา ทำให้เกิดความยืดหยุ่นในเรื่องวิชาชีพ เพิ่มบทบาทภาคเอกชน/สถานประกอบการ ให้มาช่วยวางแผนการผลิตและพัฒนาคุณภาพการอาชีวศึกษา เพื่อตอบโจทย์ให้ตรงตามความต้องการที่แท้จริงน.ส.ตรีนุชกล่าวด้วยว่า สำหรับโครงการศูนย์ความเป็นเลิศทางการอาชีวศึกษา หรือ Excellent Center และศูนย์บริหารเครือข่ายการผลิตและพัฒนากำลังคนอาชีวศึกษา หรือ Center of Vocational Manpower Networking Management (CVM) ได้ขอให้เร่งใช้ประโยชน์จาก Excellent Center และ CVM ทุกที่ ทั้งการผลิตนักศึกษา ฝึกอบรมและพัฒนากำลังคนในสาขานั้นๆ ส่วนโครงการเกษตรอัจฉริยะ หรือ Smart Farmer ได้ปรับปรุงการเรียนการสอนในวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยี มุ่งเน้นผู้เรียนให้มีความสามารถนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาบริหารจัดการและลดต้นทุนการผลิต ทั้งนี้ ขอให้มีการพัฒนาต่อยอด ที่สำคัญได้ฝากให้ทุกคนช่วยสร้างภาพลักษณ์อาชีวะให้เป็นที่ต้องการของนักเรียน นักศึกษา โดยเชื่อมโยงกับทางสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)