พฤษภาคมเป็นเดือนสำคัญทางการเมืองอีกเดือนหนึ่งของประเทศไทย เนื่องจากมีเหตุการณ์สำคัญๆเกิดขึ้นหลายครั้ง ก่อนหน้านี้ถือว่ามิถุนายนเป็นเดือนที่สำคัญที่สุด เพราะวันที่ 24 มิถุนายน ตรงกับวันเปลี่ยนแปลงการปกครอง เป็นประชาธิปไตย 24 มิถุนายนเคยมีบทเพลงสดุดี เป็น “วันชาติ” แต่บัดนี้สูญสลายเพราะอำนาจนิยม24 มิถุนายนไม่ได้เป็นแม้แต่วันหยุดราชการธรรมดา ไม่มีพิธีเฉลิมฉลองใดๆ เพราะมีเดือนสำคัญอื่นๆเข้ามาแทนที่ เช่น เดือนตุลาคม เคยเป็นเดือนสำคัญทางการเมือง 14 ตุลาคม 2516 เป็นวันแห่งชัยชนะ ในการลุกฮือขึ้นต่อสู้ของนักศึกษาประชาชน ส่งผลให้ประชาธิปไตยเบ่งบาน แต่ 6 ตุลาคม 2519 ประชาธิปไตยเศร้าเป็นความเศร้าจากการที่นักศึกษา ถูกล้อมปราบนองเลือด ในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ตามด้วยรัฐประหาร ยึดอำนาจรัฐบาลเลือกตั้ง และนำมาซึ่งเผด็จการเต็มใบ จากนั้นวันสำคัญทางการเมืองก็เปลี่ยนไป เปลี่ยนมาเป็นเดือนพฤษภาคม ที่เรียกติดปากว่า “พฤษภาทมิฬ” 2535 ประชาชนลุกขึ้นมาต่อต้านการสืบทอดอำนาจเป็นการต่อต้านการสืบทอดอำนาจ ของคณะรัฐประหาร รสช. ที่ยึดอำนาจรัฐบาลเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2534 ยุติลงด้วยพระบารมี และด้วยชัยชนะของประชาชน ประเทศไทยกลับสู่ประชาธิปไตยอีกครั้ง ด้วยความเชื่อเต็มเปี่ยมว่ารัฐประหาร 2534 จะเป็น “ครั้งสุดท้าย” จะไม่เชื่อว่าจะมีใครทำอีกแล้วประชาธิปไตยที่ฟื้นขึ้นมาใหม่ มาพร้อมกับความหวังเศรษฐกิจไทย จะเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ จากประเทศเกษตร กรรม เป็น “ประเทศอุตสาหกรรมใหม่” หรือ “นิกส์” แต่แล้ววัฏจักรการเมืองไทย ก็กลับคืนสู่รัฐประหารอีกครั้ง เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2549 เป็นครั้งที่ว่างเว้นนานถึง 15 ปี แต่ตามด้วยรัฐประหารอีกครั้งนั่นก็คือรัฐประหารโดย คสช. เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 รวมเป็นรัฐประหารที่ทำสำเร็จถึง 13 ครั้ง ไม่สำเร็จกลายเป็นกบฏอีกสิบกว่าครั้ง ประวัติศาสตร์การเมืองยุคประชาธิปไตย กลายเป็นประวัติศาสตร์รัฐประหารเป็นส่วนใหญ่ เพราะรัฐประหารทำให้เกิดการเปลี่ยนรัฐบาล และเปลี่ยนรัฐธรรมนูญมากกว่าวิธีการอื่นๆแม้แต่การหาเสียงเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. รัฐประหารก็ยังกลายเป็นประเด็นการเมือง เมื่อผู้สมัครถูกถามว่า ถ้าเกิดรัฐประหารจะทำอย่างไร บางคนตอบว่าจะนำประชาชนต่อต้าน แต่บางคนบอกว่าไม่ต้องต่อต้านเสมอไป ถ้าเป็นการล้มรัฐบาลที่ไม่ดี แสดงว่ายอมรับรัฐประหารในการแก้ปัญหา แม้จะทำให้ประชาธิปไตยถอยหลังเข้าคลอง.