ฝนตก รถติด น้ำท่วม รับวันเปิดเทอม เป็นอย่างไร คนกรุงเทพฯที่ต้องออกจากบ้านไปทำงานแต่เช้า คงได้รับความทุกข์ทรมานมาแล้ว รถติดวินาศสันตะโร คุณฮาย อาภาพร นครสวรรค์ นักร้องลูกทุ่งชื่อดัง โพสต์ลงอินสตาแกรมห้ามคนออกจากบ้าน “ออกจากบ้านมาตั้งแต่ยังไม่ 7 โมง จนป่านนี้ยังไม่ถึงที่ทำงานเลย ที่สำคัญ... ปวดเยี่ยว ใครก็ได้ช่วยด้วย” ส่วน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ที่ดูแลเรื่องน้ำ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ซึ่งมีข่าวสนับสนุน พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ครั้งนี้ ตอบคำถามนักข่าวว่า “ฝนตกหนัก ระบายไม่ทัน ก็ท่วมเป็นธรรมดา” คนกรุงเทพฯ ฟังก็เจ็บปวดหัวใจ เหมือนตอนได้ยิน ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร อดีตผู้ว่าฯ กทม. ที่โดนคดีทุจริตแก้ตัววันน้ำท่วมกรุงเทพฯว่า “กทม.ไม่มีน้ำท่วม มีแต่น้ำขังรอการระบาย”พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง เป็นรองผู้ว่าฯ กทม. สมัย ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ เป็นผู้ว่าฯ กทม. ได้รับแต่งตั้งจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. เป็น ผู้ว่าฯ กทม. ต่อจาก ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ย่อมรู้เรื่องปัญหาน้ำท่วมกรุงเทพฯดี แถมยังเป็นผู้ว่าฯ กทม. มานานถึง 5 ปีกว่า กลับไม่มีอะไรดีขึ้นพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงฝนตกน้ำท่วมรถติดทั่วกรุงว่า “มันก็เป็นอย่างนี้ทุกครั้ง เวลาฝนตกในฤดูนี้ ทุกคนทราบดีอยู่แล้ว กรุงเทพฯค่อนข้างแออัดพอสมควร ฉะนั้นการระบายน้ำอาจจะไม่ทันเวลา” พูดอย่างนี้ เราจะมี ผู้ว่าฯ กทม. นายกรัฐมนตรี รัฐบาล ไปเพื่ออะไร ถ้ามันต้องเป็นอย่างนี้ทุกครั้งที่ฝนตก ทำไมชีวิตคนกรุงเทพฯ เมืองหลวงของประเทศไทย จะต้องเลวร้ายเช่นนี้ไปตลอดกาลหรือการที่นายกฯ พล.อ.ประยุทธ์ พูดอย่างนี้ แสดงถึงความไม่อาทรต่อความเดือดร้อนของประชาชน แสดงถึงความไม่รับผิดชอบต่อหน้าที่นายกฯ ที่ต้องทำให้บ้านเมืองดีขึ้น ทำให้คุณภาพชีวิตประชาชนดีขึ้น ไม่ใช่เดือดร้อนเหมือนเดิมทุกปี ขนาดคนกรุงเทพฯในเมืองหลวงยังต้องเผชิญชะตากรรมเดือดร้อนเช่นนี้ คนในชนบทห่างไกลจะเป็นอย่างไรสาเหตุที่นํ้าท่วมกรุงเทพฯ คุณวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. พรรคก้าวไกล ออกมาแฉ โดยอ้างข้อมูลจาก Rocket Media Lab ว่า การลอกท่อระบายนํ้าช่วงเดือนธันวาคม 2563 ถึงพฤษภาคม 2564 ทำได้เพียง 7.51% จากความยาวท่อทั้งหมดในกรุงเทพฯ (ท่อระบายนํ้ากรุงเทพฯมีความยาวกว่า 3,000 กม.) คุณวิโรจน์ บอกว่า ปัญหานํ้าท่วมแก้ได้ ถ้าลอกท่อทั่วเมือง ลอกคลองทั่วกรุง จบปัญหานํ้ารอระบาย ไม่ต้องใช้เมกะโปรเจกต์ ผมก็เห็นด้วย เพราะเป็นวิธีแก้ปัญหาที่ง่ายที่สุด แต่เมกะโปรเจกต์ระบายนํ้ายังต้องมีตั้งแต่ พล.ต.อ.อัศวิน เป็นผู้ว่าฯ กทม. ซอยบ้านผมในเขตจตุจักร ในหลายปีนี้ไม่เคยเห็นการลอกท่อระบายนํ้าเลย รถเก็บขยะก็คันใหญ่ยักษ์คับซอยที่รถเก๋งจอดได้แค่สองคันคุณวิโรจน์ ยังแฉด้วยว่า งบที่เกี่ยวข้องกับการแก้ปัญหานํ้าท่วมกลับถูกตัดเหี้ยน (ไม่รู้งบปีนี้หรือไม่) เช่น งบซ่อม/สร้างสถานี-ประตู-บ่อสูบนํ้า โดนตัดไป 5,170 ล้านบาท เหลือ 136 ล้านบาท งบสร้างแก้มลิง โดนตัดไป 1,463 ล้านบาท เหลือ 96 ล้านบาท งบเครื่องสูบนํ้าและรถเคลื่อนที่เร็ว โดนตัดไป 1,005 ล้านบาท เหลือ 0 บาท งบโครงการพื้นฐานในการลอกท่อลอกคลอง โดนตัดไป 7,144 ล้านบาท เหลือ 521 ล้านบาท แต่งบสร้างอุโมงค์ยักษ์ 2,000 ล้านบาทที่ยังไม่มีการเบิก กลับไม่โดนตัดสักบาทเขียนถึง อุโมงค์ยักษ์ระบายนํ้าท่วม กทม.แล้ว คนที่อาศัยอยู่ ถนนวิภาวดีรังสิต ช่วงห้าแยกลาดพร้าวถึงคลองบางซื่อยังจำได้ดี นํ้าท่วมถนนวิภาวดีรังสิตครั้งที่ 2 อุโมงค์ยักษ์ระบายนํ้าคลองบางซื่อ สร้างเสร็จแต่ระบายนํ้าไม่ได้ โดย กทม.แก้ตัวว่า ฟิวส์ขาดผมเป็นห่วงก็ วันเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 22 พฤษภาคมนี้ ถ้าฝนตกหนัก นํ้าท่วมหน่วยเลือกตั้ง จนต้อง “ยกหีบ (ลงคะแนน) หนี (นํ้า)” แล้วจะลงคะแนนนับคะแนนกันอย่างไรดี.“ลม เปลี่ยนทิศ”