ปมขายสลากกินแบ่งรัฐบาลเกินราคา “สินค้าของรัฐพิมพ์ชัดต้องขาย 80 บาท” กลายเป็นมหากาพย์เรื้อรังมานาน “รัฐบาลหลายยุคหลายสมัย” หยิบยกขึ้นมาหาทางแก้ไขอยู่เสมอมา แต่สุดท้ายมักคว้าน้ำเหลว ไม่สามารถควบคุมการขายให้เป็นไปตามกฎหมายกำหนดไว้ได้หนำซ้ำยังเห็น “พ่อค้าแม่ค้าเสนอขายเกินราคากันโจ๋งครึ่ม” ตามที่ได้สำรวจตลาดสลากมักขายหวยชุด 2 ใบ ราคา 200 บาท ตกใบละ 100 บาท หวยชุด 5 ใบ ราคา 550-800 บาท ถ้าเป็นเลขดังราคาก็จะสูงกว่านี้แม้ก่อนนี้มี “การแก้กฎหมายเพิ่มบทโทษผู้เสนอขายเกินราคาปรับไม่เกิน 1 หมื่นบาท” ก็กลายเป็นผู้ค้ารายย่อยปลายทางรับช่วงสลากแพงจากยี่ปั๊ว ซาปั๊วถูกจับเดือดร้อนแต่ราคาลอตเตอรี่แพงเช่นเดิม จนล่าสุดมีคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 8/2565 แต่งตั้ง คกก.แก้ไขปัญหาการเสนอขายสลากเกินราคาฯ ตั้งทีมเฉพาะกิจลงพื้นที่ตรวจสอบทั่วประเทศลุยจับคนขายแพงแก้กฎหมายเพิ่มบทลงโทษแต่เรื่องนี้ก็ไม่ใช่สิ่งใหม่เพราะ “เคยมี คกก.แก้ปัญหาขายสลากแพงมาแล้ว” ในช่วงแรกขึงขังลุยไล่จับอีนุงตุงนังกันมาหลายสมัยเป็นเหมือนละครยาวไม่มีวันจบได้สักที ธนากร คมกฤส เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์หยุดพนัน บอกว่า กิจการสลากกินแบ่งรัฐบาลเปรียบเสมือน “แดนสนธยา” ที่มีเม็ดเงินจำนวนมหาศาลในกิจการนี้ มักถูกกล่าวอ้างเป็น “เสน่หาผลประโยชน์หลายฝ่าย” ที่มาของละครเรื่องยาวยังไม่จบสักทีนั่นคือ “การแก้ปัญหาขายสลากเกินราคา” แล้วรัฐบาลยุคนี้ก็พยายามแก้มาตั้งแต่ปี 2557 จนปัจจุบันเป็นปีที่ 8 ก็ยังไม่เห็นแววจะจบ “ชาวบ้านเริ่มเบื่อหน่าย” เพราะพระเอกไม่เก่งจริง นางเอกไม่น่าเห็นใจ แถมทำไปทำมาหาบทสรุปไม่ลงอีกเพราะด้วย “โครงสร้างสลากพิมพ์ออกมาแต่ละงวด 100 ล้านฉบับ” กระจายให้ระบบโควตาเกือบ 30% เช่น องค์กรสาธารณกุศล สมาคม มูลนิธิทั้งหลาย และผู้ขึ้นทะเบียนแต่ละจังหวัด อีกส่วนจัดสรรให้ผู้ค้ารายย่อยลงทะเบียนจองล่วงหน้าผ่านตู้ ATM ธ.กรุงไทย 70% แทนโควตา 5 เสือถูกยกเลิกตัวแทนขายสลากผูกขาดมานานไปประเด็นการแก้ปัญหาสลากแพงนี้มีข้อเสนออยู่ว่า “ควรล้างระบบโควตาใหม่ทั้งหมด ยกเลิกโควตาถาวรต่างๆที่ให้ใครต่อใคร” เพราะด้วยโควตา 30% ไม่ว่าเป็นองค์กร สมาคม มูลนิธิ ถูกก่อตั้งมานานแล้ว “สภาพองค์กรไม่ถูกอัปเดต” บางองค์กรเปลี่ยนแปลงไปแทบไม่มีความพร้อมการออกมาขายสลากได้ด้วยซ้ำแต่องค์กรเหล่านี้กลับได้รับโควตาดังเดิม กลายเป็นเหมือนทุกขลาภมักนำมาขายต่อให้ผู้ซื้อคงหนีไม่พ้น “ธุรกิจในกลุ่มอดีต 5 เสือ” แม้ถูกยกเลิกโควตาแล้วแต่ยังทำธุรกิจรับซื้อ-ขายสลากเช่นเดิมเพราะมีความสัมพันธ์เหนียวแน่นกับบางองค์กรที่ได้โควตาเก่า และกลุ่มผู้ได้โควตาใหม่ ที่ไม่อยากขายเองก็ถูกนำมาขายช่วงต่อให้ด้วยนี้ แม้แต่ “โควตาจังหวัดก็ไม่รู้อัปเดตข้อมูลหรือไม่?” ทำให้ตั้งข้อสงสัยสลากถูกส่งนั้นถึงผู้ว่าฯ หรือถึงมือยี่ปั๊วด้วยซ้ำ ดังนั้นเพื่อเคลียร์ปัญหานี้ควรต้องล้างบางระบบบัญชีโควตาทั้งหมด แล้วให้ผู้ค้าสลากเข้าสู่บัญชีระบบผ่านประตูเดียวกัน “จองล่วงหน้าผ่านตู้ ATM ธ.กรุงไทย” ให้เหลือบัญชีผู้ค้าสลากบัญชีเดียวเพื่อจะง่ายต่อการตรวจสอบและร่อนตะแกรง เอาตัวปลอมออกไประหว่างทางอยู่เรื่อยๆถัดมาคือ “แหล่งที่มาของสลากต้องมีแหล่งเดียว คือ มาจากสำนักงานสลากเท่านั้น” เพราะตอนนี้มีแหล่งที่มาของสลากนำออกมาขายในตลาดราคาแพงจาก “กลุ่มคนจำนวนหนึ่งต้องการขายสลากไม่ได้โควตาหรือจองล่วงหน้าผ่านตู้ ATM ไม่ทัน” ก็หันไปหาซื้อจาก “ยี่ปั๊ว” “ซาปั๊ว” ...ตามตลาดขายส่งแทนอันนี้ก็เป็นเสมือน “สลากมาจากนอกระบบสำนักงานสลากฯ” ดังนั้นตราบใด “คนต้องการขายสลากหาซื้อตามตลาดค้าส่งได้เสมอ” ก็ไม่อาจควบคุมคนกลุ่มนี้ได้ จึงจำเป็นต้องปิดประตูลอดช่องไม่ให้เกิดผู้ค้านอกระบบสำนักงานสลากฯ ที่ควบคุมไม่ได้ เพื่อให้ “สลาก” และ “ผู้ขายสลาก” มีที่มาจากระบบแหล่งเดียว“ทุกคนรู้ดีอยู่แล้ว เจ้าของตลาดค้าส่ง คือ ยี่ปั๊วคู่ค้าของสำนักงานสลากฯ เก่าอันเป็นโมเดลธุรกิจเคยถูกใช้ในการขายสลากก่อนหน้านี้ แล้วช่วงหลังเกิดปัญหาสลากแพงส่งผลให้ยี่ปั๊วต้องตกเป็นผู้ต้องหาถูกกล่าวอ้างเป็นผู้ทำสลากแพงจนถูกตัดโควตาทั้งหมด แต่มีคำถามว่าเมื่อถูกตัดโควตาทำไมตลาดค้ายังมีหลงเหลืออยู่...?” ธนากรว่า สิ่งนี้สะท้อนเห็นว่า “มีกระบวนการนำสลากลอตใหญ่ออกมาซื้อขายกัน” แล้วก็อาจเป็นผู้ค้ากดจองผ่านตู้ ATM นำมาขายให้ยี่ปั๊ว ซาปั๊ว หรือเป็นการกวาดต้อนหาซื้อมาก็ได้ ที่เรียกว่า “ซื้อ-ขายช่วง” ทำให้สลากไหลมารวมกันในตลาดค้าส่งนี้เป็นผู้กำหนดราคาเอากำไรมากขึ้นเป็นทอดๆ จนราคาหน้าแผงแพงเกินจริงหนำซ้ำบางงวด “กำหนดราคาตรงจากตลาดค้าส่งก็มี” ด้วยอัปราคาสูงตามกลไกเหตุผลเป้าหมายสร้างเม็ดเงินอย่างมีนัยอะไรก็ไม่แน่ใจ ส่วนปล่อยกระแส “เลขดัง” เป็นการปั่นราคาตลาดให้เลขนั้นขายราคาสูงขึ้นตั้งข้อสงสัย? กันว่าอาจเป็นฝีมือ “บรรดายี่ปั๊ว ซาปั๊ว หรือผู้ค้ารายใหญ่” กระตุ้นการตลาดที่เรียกว่า “ดีมานด์เทียม” มักอ้างอิงเกี่ยวกับเหตุการณ์สำคัญ “ปั่นราคาให้คนสนใจแย่งชิงกัน” ดังนั้น “สำนักงานสลากฯ หรือรัฐบาล” ต้องใช้อำนาจที่มีจัดการไม่ให้มีตลาดค้าส่ง ที่อาจจะตั้งโต๊ะปราบปรามจับกุมเข้มงวดก็แล้วแต่ตอกย้ำวิธีตรวจสอบ “ขายผ่านเครื่องช่วยควบคุม” โดยสำนักงานสลากฯ อาจพัฒนารูปแบบอย่างที่คิดกัน “เปิดแพลตฟอร์มขายสลากออนไลน์” แล้วผู้ค้ามาเปิดแผงขายในระบบ ที่สำนักงานสลากฯสามารถควบคุม และตรวจสอบได้ตลอดทาง ถ้าไม่สะดวกก็ให้ “เอกชนมาประมูลขอเปิดแพลตฟอร์ม” ทำหน้าที่ให้บริการแทนก็ได้ยิ่งกว่านั้น ในช่วงนี้ “การแก้ปัญหาสลากแพงกำลังอีนุงตุงนังหาบท สรุปไม่ลง” จนถูกวิพากษ์วิจารณ์กล่าวอ้างเป็นเพราะว่า “สลากกินแบ่งรัฐบาลเป็นสินค้าการเมือง” ที่มีการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องในกิจการการค้าสลากตลอดเวลา...มีข้อสังเกตสำคัญจาก “รัฐบาลทุกยุคทุกสมัย” มักให้ความสำคัญมากกับกิจการสลากฯ อดีตสมัยก่อน “ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง” มักเข้ามานั่งเป็นประธานบอร์ดสลากเองด้วยซ้ำ ลือกันในยุคหลังมานี้ “ผอ.สำนักงานสลากฯ หรือประธานบอร์ด” ก็มักเป็นฝ่ายการเมืองที่ไว้วางใจอย่างเช่น...ยุคตำรวจก็ให้ตำรวจมาเป็น ผอ. หากยุคทหารก็ให้ทหารมาเป็น ผอ. แสดงให้เห็นว่ากิจการนี้มีความหมายต่อฝ่ายการเมืองยิ่งแถมลือกันหนาหูต่อเนื่องกันไปอีกว่า “ผลประโยชน์จากวงการค้าสลากโยงใยกับฝ่ายการเมือง” ที่เห็นชัดเจนคือเรื่องการแก้ปัญหาสลากมักถูกใช้เป็นเครื่องแซะการเมืองฝ่ายตรงข้าม ทั้งการตั้งทีมแก้ปัญหาวางตัวบุคคล และมุ่งเป้าแซะยังกลุ่มการเมืองบางกลุ่มในการจับกิจการบางอย่างที่มีเส้นสายเชื่อมโยงถึงฝ่ายการเมืองใช้เหตุผลแก้ปัญหาสลากแพงเป็นประโยชน์ทำลายฝั่งที่ไม่ใช่พวกพ้องของตน และก็ถูกฝ่ายตรงกันข้ามนำเรื่องนี้มาแซะโต้ตอบกลับเสมอ เพราะด้วย “การเมือง” เข้ามาเกี่ยวข้องกับกิจการสลากฯทำให้การแก้ปัญหาสลากแพงที่ผ่านมาไม่เป็นไปอย่างตรงไปตรงมามักแก้ปัญหาแบบเกาไม่ถูกที่คันมาเสมอ เหมือน “ลูบหน้าปะจมูก” เพราะกลัวกระทบกระเทือนผลประโยชน์ไม่ของตัวเองก็ของพวกพ้อง ส่วนรัฐบาลก็ไม่อยากไปอะไรเรื่องนี้มาก “ด้วยประโยชน์สามารถยึดเม็ดเงินเข้ารัฐได้มากขึ้น” เพราะใช้เป็นข้ออ้างพิมพ์สลากเพิ่ม...รวมหวยชุด รวมถึงออกผลิตภัณฑ์ใหม่ ล้วนแต่นำมาซึ่งส่วนแบ่งนำเงินเข้ารัฐเพิ่มขึ้นทั้งสิ้น แล้วการปล่อยให้มีการขายเกินราคาเฉลี่ยใบละ 20 บาทกับสลากหลายสิบล้านใบในแต่ละงวดก็ย่อมสร้างเม็ดเงินนอกระบบจำนวนมหาศาล ที่แน่นอนว่าจำนวนไม่น้อยไหลมาสู่กลุ่มก๊วนทางการเมืองด้วยหรือไม่...?เมื่อเป็นเช่นนั้น “การแก้สลากราคาแพงให้จบจริง” ก็ต้องให้ฝ่ายการเมืองจัดการปัญหา เพราะเป็นอำนาจนอกเหนือ “สำนักงานสลากฯที่เป็นข้าราชการประจำ” ไม่อาจชนกับฝ่ายการเมืองได้ ฉะนั้นหากจะแก้ให้ตรงจุดตามที่เสนอมาข้างต้นบุคคลสำคัญสามารถสั่งการได้คือ “นายกรัฐมนตรี” ต้องใช้ความเด็ดขาดตรงจุดนี้ถึงแม้ว่าอาจมี “คนเจ็บแต่จบปัญหาคาราคาซังเนิ่นนานก็ควรต้องยอม” เพื่อเคลียร์ผู้ไม่ควรได้รับผลประโยชน์ออกไป มิเช่นนั้นคนกลุ่มนี้จะทำให้ราคาสลากแพงดังเดิม ในส่วนกลุ่มคนสมควรได้รับผลประโยชน์ที่เป็นผู้ค้าจริงก็คงอยู่ในระบบเช่นเดิม แล้วท่านนายกฯจะได้คะแนนทางการเมืองไปแบบเต็มๆนี่คือต้นตอ “ขบวนการนอกระบบทำสลากแพง” ถูกฝังรากลึกมายาวนาน เรื่องนี้คงต้องฝากวิงวอนไปถึง “ท่านนายกฯ” ช่วยเคลียร์ปัญหาคาราคาซังนี้เพื่อให้ “คนไทย” จะได้ซื้อหวยราคาถูกกันสักที.อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องตรวจหวย 2 พฤษภาคม 2565 ตรวจผลสลากกินแบ่งรัฐบาล หวย 2/5/65ชมถ่ายทอดสด ผลการออกสลากกินแบ่งรัฐบาล 2 พฤษภาคม 2565รวมเลขเด็ด 2/5/65 หวยงวดล่าสุด ออกบ่ายนี้ ลุ้นใครจะเป็นเศรษฐีใหม่คนต่อไปคอหวยส่อง "เลขเด็ด" ลุ้นรวย ขันน้ำมนต์-ยอดเงินปากนาค เกาะคำชะโนด (คลิป)ผัวเมียขอเลขเด็ด "ไอ้ไข่" เล่าฝันเห็นผู้หญิงใส่ชุดไทยมาให้โชค 5 งวดติด (คลิป)