พฐ.แจ้งญาติ “หลวงพ่อเย็น” อดีตเจ้าอาวาส วัดป่าทรงธรรม มรณภาพด้วยอายุ 81 ปี ไม่พบหลักฐานคนร้ายบุกงัดกุฏิขโมยทรัพย์สิน หลังหลานชายคาใจมีเงินในกุฏิ 40 ล้านบาท แต่พบเพียง 10 ล้านบาท ขณะที่เจ้าคณะอำเภอเมืองปราจีนบุรีแจ้งทรัพย์สินพระหากไม่ทำพินัยกรรม หรือมอบให้ ญาติก่อนมรณภาพ ทรัพย์สินทั้งหมดจะตกเป็นของวัดทันทีจากกรณีที่ญาติติดใจสงสัยเงินหายไปจากในกุฏิ “หลวงพ่อเย็น” พระครูสีตจิตธรรมคุณ อดีตเจ้าอาวาสวัดป่าทรงธรรม ต.ท่าตูม อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี มรณภาพด้วยอายุ 81 ปี หลังมาร่วมทำบุญครบ 50 วัน ประชุมร่วมกันมีมติเปิดกุฏิอดีตเจ้าอาวาส พบเงินมีตั้งแต่ธนบัตรใบละ 20, 50, 100, 500 และ 1,000 บาท นำมาแยกแล้วมัดรวมกัน และเหรียญจำนวนมากรวมทั้งสิ้น 10,660,150 บาท จากนั้นนำเงินไปฝากธนาคารไทยพานิชย์ สาขาบิ๊กซี มีคณะกรรมการร่วมเปิดบัญชีทั้งหมด 4 คน ขณะที่หลานชายอดีตเจ้าอาวาสคาใจมีเงินร่วม 40 ล้านบาท หวั่นโจรเข้ามางัดกุฏิ แจ้งตำรวจตรวจสอบความคืบหน้าสายวันที่ 22 มี.ค. เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจังหวัดปราจีนบุรีเดินทางไปตรวจสอบหาหลักฐานเพิ่มเติมที่กุฏิหลวงพ่อเย็น อดีตเจ้าอาวาส เพื่อค้นหาร่องรอยการงัดแงะทั้งภายนอกและภายในกุฏิ พบคราบฝุ่นหนาและมีหยากไย่เต็มไปหมด ไม่พบร่องรอยใหม่ๆ หรือมีการเคลื่อนย้ายสิ่งของมาเป็นเวลานานไม่ต่ำกว่า 1 เดือน ไม่น่าจะมีบุคคลภายนอกเข้ามาภายในกุฏิ จากนั้นเจ้าหน้าที่แจ้งให้ญาติอดีตเจ้าอาวาสทราบและอธิบายถึงเหตุผลต่างๆเพื่อคลายข้อสงสัย ทำให้บรรดาญาติสบายใจขึ้น และไม่ติดใจว่าจะมีใครเข้ามาในกุฏิเพื่อขโมยทรัพย์สินจากนั้นคณะกรรมการวัดพร้อมชาวบ้านและญาติอดีตเจ้าอาวาสเข้าไปทำความสะอาดในกุฏิส่วนใหญ่จะเป็นเครื่องสังฆทาน อุปกรณ์เครื่องใช้ อาทิ ผ้าห่ม จีวร หลอดไฟ หม้อหุงข้าว น้ำดื่ม ดอกไม้ ธูปเทียนเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะจำพวกของกินจะหมดอายุไปนานแล้ว คณะกรรมการมีความเห็นร่วมกันว่าเปิดห้องด้านหลังกุฏิที่เป็นห้องเก็บของ เมื่อเปิดประตูภายในห้องมีแต่เครื่องสังฆทานและพัดลมเป็นจำนวนมาก ไม่พบเงินสดแต่อย่างใด การตรวจสอบกุฏิพบว่า นายเอกชัย นฤทัย หลานอดีตเจ้าอาวาสที่สงสัยว่าภายในกุฏิมีเงินร่วม 40 ล้านบาท คอยสังเกตการณ์คณะกรรมการตรวจค้นและทำความสะอาดตลอดเวลา ผู้สื่อข่าวเข้าไปสอบถามนายเอกชัยรีบขับรถหนีออกจากวัดด้านนายฤทธิชัย พงษ์อ้อ รองนายก อบต.ท่าตูม กล่าวว่า เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานตรวจลายนิ้วมือ ตรวจสอบหลักฐาน อธิบายให้นายเอกชัย หลานอดีตเจ้าอาวาส ไม่มีแนวโน้มเป็นเหตุงัดกุฏิ เพราะไม่พบรอยนิ้วมือ ฝุ่นจับตู้ยังหนา สภาพยังเหมือนเดิม นายเอกชัยไปพบร้อยเวร สภ.ศรีมหาโพธิ แล้วกลับมาคุยกับคณะกรรมการบอกว่าไม่ติดใจตรงส่วนนี้ ช่วงค่ำวันที่ 21 มี.ค. คณะกรรมการวัดยังพบเงินอีก 71,000 บาท นำไปฝากที่ธนาคารรวมกับเงินของเดิมแล้วส่วนพระครูภาวนาธรรมธารี เจ้าอาวาสวัดป่ามะไฟ เจ้าคณะอำเภอเมืองปราจีนบุรี กล่าวว่า สำหรับกรณีพระภิกษุมีกฎหมายเฉพาะในเรื่องของทรัพย์สินหลังจากที่มรณภาพว่า พระภิกษุระหว่างดำรงสมณเพศ ถ้ามีทรัพย์ที่เกิดขึ้น ทรัพย์นั้นถ้าไม่ได้จำหน่ายจ่ายแจกหรือทำพินัยกรรมไว้ พระมรณภาพ ทรัพย์สินทั้งหลายจะตกเป็นของวัดตามภูมิลำเนาของท่าน คือวัดที่ท่านอยู่หรือบวชตามกฎหมายระบุไว้ในมาตรา 1623 เว้นแต่ทำพินัยกรรมหรือจำหน่ายจ่ายแจกไปก่อนที่จะมรณภาพ ดังนั้นหากไม่ได้ดำเนินการตามที่กำหนด ทรัพย์สินจะตกเป็นของวัดทันที