งานเลี้ยง พรรคร่วมรัฐบาล สองรอบสามรอบ ไม่พ้นเสียงบ่นจากชาวบ้าน ประชาชนกำลังจะอดตาย รัฐบาลกินหรูอยู่สบาย แทนที่จะออกนโยบายให้การช่วยเหลือในการบรรเทาความเดือดร้อนของชาวบ้านสองเด้งจาก โควิดและสงครามรัสเซีย ยูเครน รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ยังมีแก่ใจมาห่วง เสถียรภาพของรัฐบาล การเล่นเกมการเมืองมากจนเกินไป และผลพวงจากรัฐธรรมนูญพิษ ที่ทำให้ มีรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำ แต่ไม่มีเสถียรภาพในการบริหารประเทศ แม้แต่ พรรคการเมืองพรรคเล็กที่มีเสียงเดียวในสภา ยังสามารถสั่นคลอนความมั่นคงของรัฐบาลได้ ก็แสดงว่า รัฐธรรมนูญที่เป็นกฎหมายปกครองสูงสุดของประเทศ ก็ไม่มีเสถียรภาพเช่นกันสลับภาพงาน เลี้ยงพรรคร่วมรัฐบาล กับการเปิดตัวของ พรรคเศรษฐกิจไทย ที่มี พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา เป็นหัวหน้าพรรค และ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เป็นเลขาธิการพรรค กับการประกาศนโยบายและอุดมการณ์ทางการเมืองของพรรค เหมือนจะตัดขาดจาก รัฐบาลและพรรคร่วมรัฐบาล โดยพฤตินัยและนิตินัย งานเลี้ยงพรรคร่วมรัฐบาลครั้งหน้า แม้ได้รับเชิญก็จะไม่ไป ถ้ารัฐมนตรีคนไหน ไม่น่าไว้วางใจ ก็จะไม่โหวตให้ ไม่ได้เป็นสาขาของ พลังประชารัฐ ที่มี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นหัวหน้าพรรค หรือถ้าจะพูดกันในเชิงตรรกะ คือไม่สนับสนุนรัฐบาลที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯด้วย ชัดเสียยิ่งกว่าชัดพรรคเศรษฐกิจไทย มี ส.ส.ในสภา จำนวน 18 คน ที่ได้รับการยืนยันว่าเหนียวแน่น พรรคเล็ก ที่มี ส.ส. 25 เสียง ไม่นับ พรรครวมพลังประชาชาติไทย ของ กำนันสุเทพ เทือกสุบรรณ ที่เหลือทุกพรรคยกเว้นพรรคพลังธรรมใหม่ที่มี นพ.ระวี มาศฉมาดล เป็นหัวหน้าพรรค พรรคพลังท้องถิ่นไท ที่มี ชัชวาลส์ คงอุดม เป็นหัวหน้าพรรค และพลเมืองไทย ที่มี สัมพันธ์ เลิศนุวัฒน์ เป็นหัวหน้าพรรค ที่เหลือ พรรคครูไทยเพื่อประชาชน พรรคประชาภิวัฒน์ พรรคพลังชาติไทย พรรคประชาธิปไตยใหม่ พรรคเพื่อชาติ พรรคไทรักธรรม ที่มารวมกันเป็นกลุ่ม 16 ที่มี พิเชษฐ สถิรชวาล ส.ส.พลังประชารัฐ เป็นประธานกลุ่ม มีแนวโน้มที่เป็นไปในทิศทางเดียวกับ พรรคเศรษฐกิจไทย ของ ร.อ.ธรรมนัส เมื่อหักเสียงจาก พลังท้องถิ่นไท จำนวน 5 เสียงซึ่งในจำนวนนี้ มี 3 เสียง เป็นเสียงที่ฝากเลี้ยงไว้ คงเหลือเสียงของพลังท้องถิ่นไทจริงๆเพียง 2 เสียง บวกกับเสียงของ พลังธรรมใหม่และพลเมืองไทยอย่างละ 1 เสียง เป็น 4 เสียง ที่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ ดังนั้น พรรคเล็ก ที่เหลืออีกประมาณ 21 เสียง รวมกับ เศรษฐกิจไทย 18 เสียงก็พอที่จะโค่น รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ในสภาได้แล้วขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ ภายใต้การให้ความมั่นใจของกองหนุน อย่าง พรรครวมไทยสร้างชาติ ยังไม่มี ส.ส.อยู่ในมือแม้แต่คนเดียว อาศัยบารมีของ พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หรือ เสกสกล อัตถาวงศ์ มือก็ยังไม่ถึงขั้นที่จะไปต่อกร ร.อ.ธรรมนัส ได้ ในขณะที่ประชาธิปัตย์ที่มี จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ปัญหาในพรรคประชาธิปัตย์เอง ยังเก็บทรงไม่อยู่ เหลือแต่ภูมิใจไทย ที่มี อนุทิน ชาญวีรกูล เป็นหัวหน้าพรรค ก็ยังห้าสิบห้าสิบ ใน พลังประชารัฐ ด้วยแล้วยังไว้วางใจอะไรไม่ได้เลยการพยายามต่อสู้เอาชนะเกมการเมืองของ พล.อ.ประยุทธ์ ดูแล้วเหมือนจะได้เปรียบในการเข้ามาคุมอำนาจอย่างเบ็ดเสร็จ แต่ในความเป็นจริง ยังไม่เห็นอนาคตเลยด้วยซ้ำ.หมัดเหล็กmudlek@thairath.co.th