สงครามยูเครน-รัสเซียวันที่ 24 ยังดุเดือด กองทัพรัสเซียปฏิบัติการ รุกเผด็จศึกเมืองท่ามาริอูโปล ที่ปิดล้อมมาตั้งแต่ช่วงเริ่มสงคราม ขณะที่รัฐบาลยูเครนเรียกร้องให้เจรจาอย่างจริงใจ ส่วนรัสเซียแจงผู้นำจะนั่งคุยกับผู้นำยูเครนต่อเมื่อข้อตกลงบรรลุผล ขณะเดียวกันมีรายงานกองทัพรัสเซียใช้ขีปนาวุธความเร็วเหนือเสียง “ไฮเปอร์โซนิก” โจมตีคลังอาวุธใต้ดินของกองทัพยูเครน เมื่อวันที่ 19 มี.ค. สำนักข่าวต่างประเทศรายงานสถานการณ์การสู้รบระหว่างรัสเซียกับยูเครนว่า สำนักนายกเทศมนตรีกรุงเคียฟ เปิดเผยยอดผู้เสียชีวิตจากการสู้รบตั้งแต่เริ่มสงคราม 24 ก.พ. อยู่ที่ 222 ศพ ในจำนวนนี้เป็นพลเรือน 60 คน เด็ก 4 คน บาดเจ็บแล้วกว่า 889 คน ในจำนวนนี้เป็นพลเรือน 241 คน เด็ก 18 คน ขณะที่สำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อผู้ลี้ภัยสหประชาชาติ ชี้แจงว่าสงครามส่งผลให้มีผู้ไร้ที่อยู่อาศัยแล้วกว่า 6.5 ล้านคน อพยพออกจากประเทศแล้วกว่า 3.3 ล้านคนขณะที่นายวลาดิเมียร์ เมดินสกี ที่ปรึกษาประธานาธิบดีรัสเซีย เผยความคืบหน้าการเจรจาหาทางยุติศึกว่า สถานะการเจรจาถึงครึ่งทางแล้วในเรื่องการลดกำลังทหารยูเครน ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องกันมากขึ้นในเรื่องสถานะความเป็นกลางของยูเครน และเรื่องยูเครนจะไม่เข้าร่วมองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (NATO) แต่ต่อมานายมิคาอิล โปโดลยัก ที่ปรึกษาประธานาธิบดียูเครน ชี้แจงว่าจุดยืนของยูเครนยังไม่เปลี่ยนแปลงนายดมิทรี เปสคอฟ โฆษกรัฐบาลรัสเซียยังตอบคำถามกรณีนายวลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย ส่งสัญญาณว่าอาจนั่งหารือกับนายโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครน โดยนายเปสคอฟระบุว่าขึ้นอยู่กับรายละเอียดของข้อตกลงที่ขณะนี้ยังตกลงกันไม่ได้ รัสเซียพร้อมจะทำงานให้เร็วกว่านี้ น่าเสียดายที่ฝ่ายยูเครนดูไม่รีบร้อน ส่วนนายโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครน ออกแถลงผ่านวิดีโอว่า อยากได้การเจรจาที่จริงใจ ถึงเวลาแล้วที่เราจะมีข้อตกลงสันติภาพ เราเจรจากันหลายสัปดาห์แล้วยังหาทางออกไม่ได้สักที หากสงครามดำเนินต่อไป รัสเซียจะสูญเสียยิ่งกว่านี้ และการฟื้นฟูอาจยาวนานไปถึงคนรุ่นหลังประธานาธิบดียูเครนยังกล่าวถึงสถานการณ์การสู้รบ โดยกล่าวหากองทัพรัสเซียปิดกั้นการส่งเสบียงช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม และตอนนี้เมืองท่ามาริอูโปล ทางภาคใต้ ที่ถูกกองทัพรัสเซียปิดล้อม มีการช่วยชาวบ้านอพยพออกมาได้กว่า 9,000 คน แต่กำลังรอฟังความคืบหน้าเรื่องโรงละครถูกทิ้งระเบิด หน่วยกู้ภัยช่วยพลเรือนที่ติดอยู่ใต้ซากปรักหักพัง ออกมาได้กว่า 130 คน ยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตหน่วยวิเคราะห์ความมั่นคงชาติตะวันตก ประเมินว่าแม้แนวรบทางภาคเหนือพื้นที่กรุงเคียฟ จะไม่มีความคืบหน้า แต่กองทัพรัสเซียยังประสบความสำเร็จในการรุกคืบในจังหวัดโดเนตสก์ และลูฮานสก์ ทางภาคตะวันออกของยูเครน กระนั้นมีรายงานเคสทหารรัสเซียทำร้ายร่างกายตัวเองมากขึ้น เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกส่งไปรบในยูเครนต่อมานายวาดิม บอยเชงโก นายกเทศมนตรีเมืองมาริอูโปล เผยว่า กองทัพรัสเซียปฏิบัติการรุกหนัก เมื่อวันที่ 19 มี.ค. ส่งรถถังยานเกราะ เคลื่อนที่เข้าในตัวเมือง เบื้องต้นทราบว่ามีการปะทะอย่างหนักหน่วงบริเวณใจกลางเมือง ขณะที่อาคารพักอาศัยกว่าร้อยละ 80 เสียหายหรือพังทลาย ในจำนวนนี้ร้อยละ 30 ไม่สามารถซ่อมแซมได้อีก ขณะที่นายเอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส โทรศัพท์หานายปูติน แสดงความกังวลสถานการณ์ในเมืองมาริอูโปล ส่วนที่เมืองมิโคลาเยฟ เมืองหน้าด่านพื้นที่ชายฝั่งตะวันตกเฉียงใต้ของยูเครน มีรายงานค่ายทหารยูเครนถูกรัสเซียโจมตีทางอากาศ ทหารยูเครนเสียชีวิตอย่างน้อย 40 นาย กระทรวงกลาโหมยูเครนยืนยันด้วยว่า ยูเครนเสียดินแดนชายฝั่งทะเลอาซอฟ ทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศไปทั้งหมดแล้ววันเดียวกัน สำนักข่าวต่างประเทศรายงานด้วยว่า กองทัพรัสเซียใช้ขีปนาวุธความเร็วเหนือเสียง หรืออาวุธไฮเปอร์โซนิค มาใช้ในสงครามยูเครนเป็นครั้งแรก โดยใช้โจมตีคลังอาวุธใต้ดินของกองทัพยูเครน ในภาคตะวันตกของยูเครน แต่ไม่ระบุรายละเอียดเพิ่มเติม ขณะที่กองทัพยูเครนยังไม่ยืนยันต่อรายงานดังกล่าว ทั้งนี้ ขีปนาวุธเร็วเหนือเสียงเป็นอาวุธรุ่นใหม่ ที่กองทัพทั่วโลกอยู่ระหว่างการพัฒนา เพราะยากที่จะป้องกันด้วยระบบต่อต้านในปัจจุบัน โดยมีกองทัพรัสเซียกับกองทัพจีนที่พัฒนาล้ำหน้ากว่าใครขณะที่เทศบาลเมืองซาโปริชเชีย ในภาคกลางตอนใต้ของยูเครน ที่กองทัพรัสเซียเคยส่งหน่วยรบเข้ายึดครองโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ประกาศมาตรการเคอร์ฟิว เป็นเวลา 38 ชั่วโมง ให้ประชาชนอยู่แต่ในที่พักอาศัย แต่ไม่ชี้แจงรายละเอียดเพิ่มเติม คำประกาศดังกล่าวมีขึ้นในช่วงที่ผู้อพยพจากเมืองมาริอูโปล กำลังมุ่งหน้าไปยังเมืองซาโปริชเชีย พร้อมทั้งรายงานกองทัพรัสเซียกำลังคืบคลานเข้าใกล้เมืองดังกล่าวไปทุกขณะ