แม้แต่องค์กรที่มีอำนาจสูงสุดในการตีความ–วินิจฉัย ก็ยังไปไม่เป็นกับประเด็นปัญหาเรื่องคุณสมบัติของ “วรวิทย์ กังศศิเทียม” ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ที่มีอายุครบ 70 ปี ไป เมื่อ วันที่ 1 มี.ค.2565 (เกิดวันที่ 1 มี.ค.2495)มีข้อถกเถียงกันว่า คุณสมบัติของคุณวรวิทย์จะยึดตามรัฐธรรมนูญ ปี 2550 หรือปี 2560เนื่องจาก รัฐธรรมนูญปี 50 กำหนดให้ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ มีวาระในตำแหน่งไม่เกิน 9 ปี หรือต้องอายุไม่เกิน 70 ปี ขึ้นอยู่กับเรื่องใดมาถึงก่อนหลังกรณีของ คุณวรวิทย์ มีอายุครบ 70 ปี ไปเมื่อวันที่ 1 มี.ค.2565 และดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมาแล้ว 7 ปี 6 เดือนเศษแต่ รัฐธรรมนูญปี 60 ไปกำหนดให้ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ มีวาระไม่เกิน 7 ปี หรือต้องอายุไม่เกิน 70 ปี แต่สามารถขยายอายุไม่ให้เกิน 75 ปี ได้ ถ้ายึดตามรัฐธรรมนูญ 60 คุณวรวิทย์สามารถต่ออายุอยู่ไปได้ถึง 1 มี.ค.2570ปมปัญหามันจึงอยู่ที่ความลักลั่นระหว่างรัฐธรรมนูญปี 50 กับปี 60เพราะถ้าจะยึดตามรัฐธรรมนูญ 50 จะดำรงตำแหน่งได้ไม่เกิน 9 ปี หรืออายุต้องไม่เกิน 70 ปีแต่ถ้ายึดตามรัฐธรรมนูญ 60 จะมีวาระไม่เกิน 7 ปี หรือสามารถต่อวาระไปได้ถึงอายุ 75 ปีขนาดตุลาการฯ 9 คน ยังเห็นไปคนละทางสุดท้ายที่ประชุมตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ จึงมีมติส่งเรื่องไปยังสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา เพื่อเสนอต่อ ประธานกรรมการสรรหาตุลาการศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยนายวรวิทย์ จะเป็นผู้มีคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้าม อันเป็นเหตุให้ต้องพ้นจากตำแหน่งประธานศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ตาม รัฐธรรมนูญ มาตรา 208 วรรคสี่ บัญญัติว่า กรณีที่มีปัญหาว่าตุลาการศาลรัฐธรรมนูญผู้ใดพ้นจากตำแหน่งตาม (1) หรือ (3) หรือไม่ ให้เป็นหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการสรรหาตามมาตรา 203 เป็นผู้วินิจฉัยคำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหาให้เป็นที่สุดแว่วว่าประเด็นนี้ถูกยกขึ้นมาถกเถียงกันในที่ประชุมตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ มาแล้วอย่างน้อย 2 ครั้งจนนัดล่าสุดถึงต้องใช้มติที่ประชุมชี้ขาด โดยตุลาการฯ 4 ท่าน เห็นสมควรเสนอคณะกรรมการสรรหาฯ พิจารณาวินิจฉัยการดำรงตำแหน่งดังกล่าว ส่วนอีก 4 ท่าน เห็นว่าไม่ควรขณะที่นายวรวิทย์ ประธานศาลรัฐธรรมนูญ งดออกความเห็น แต่ไม่ได้ลุกออกจากที่ประชุมปมปัญหานี้ต้องเร่งพิจารณาวินิจฉัยให้ได้ข้อยุติโดยไวไม่เช่นนั้นจะไปกระทบกับคดีความ หรือคำร้องขอต่างๆ ที่ค้างคารอการวินิจฉัยอยู่จำนวนมาก ต้องเลื่อนวาระการพิจารณาคดีต่างๆ ออกไปทั้งหมด เพื่อรอให้เรื่องนี้ได้ข้อยุติก่อนความจริงเรื่องนี้ก็ไม่ได้มีอะไรลึกลับซับซ้อน อย่าว่ามาสอนจระเข้ให้ว่ายน้ำเลยก็แค่ไปดูหลักการและเหตุผล ตอนยกร่างรัฐธรรมนูญ ในหมวดศาลรัฐธรรมนูญทำไมถึงต้องปรับเรื่องวาระการดำรงตำแหน่ง หรือให้ขยายอายุออกไปได้ไม่เกิน 75 ปีรวมถึงบันทึกการประชุม และการลงมติของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ที่มี “ซือแป๋” มีชัย ฤชุพันธุ์ คุมหัวโต๊ะอยู่เท่านี้ก็รู้แล้วว่าหลักการของกฎหมาย ให้ยึดเงื่อนไขใดเป็นหลักยกเว้นแต่จะมีคนคิดวางยา ผูกปมปัญหาเอาไว้ทุกประเด็นจนกลายเป็นบ่วงรัดคอพวกตัวเอง.เพลิงสุริยะ