นักอ่านพงศาวดารจีน พอเอ่ยคำ “งานเลี้ยง” ก็มีเรื่องให้คิด บางงานเลี้ยงจบลงตรงการเชิญมาฆ่า บางงานจบที่ฆาตกรรมหมู่ แบบฝังทั้งเป็นในหนังสือ “กลศึกสามก๊ก” (หลีปิ่งเอี้ยน ค้นคว้า บุญศักดิ์ แสงระวี แปล สำนักพิมพ์ ก.ไก่ พ.ศ.2537) เรื่องที่ 41 งานเลี้ยงที่ด่านโปยสุยก๋วน อ่านแล้วจะรู้ว่า งานเลี้ยงไม่ได้เลิกราด้วยแผนฆ่า แต่จบลงด้วยไมตรีจิตมิตรภาพเหตุการณ์นี้ เกิดเมื่อเล่าปี่เดินหน้าตามแผนขงเบ้ง รุกเอาแผ่นดินเสฉวน ตั้งหลักเป็นก๊กที่สามด่านแรกเล่าปี่เจอกับเล่าเจี้ยง เจ้าเมืองเซงโต๋ แทนการรุกรบกลับเป็นนัดหมายเจรจาที่ด่านโปยสุยก๋วนตำนานสามก๊ก ตอนที่ 61 ภาษาจีน เขียนไว้ว่าก่อนเจรจา บังทองที่ปรึกษาเสนอกลอุบาย“ระหว่างงานเลี้ยง เราควรซ่อนมือดาบ 100 คน ไว้หลังกระโจม เมื่อท่านทิ้งจอกเหล้าเป็นสัญญาณ มือสังหารก็จะเข้ามาจับเล่าเจี้ยงฆ่า จากนั้นจึงยกเข้าเมืองเซงโต๋ดาบยังมิทันออกจากฝัก เกาทัณฑ์ยังมิทันขึ้นสาย ก็สามารถครองอาณาเขตได้อย่างแน่นอน”นี่คือกลยุทธ์ “จับโจรเอาหัวโจก” ที่บังทองตั้งใจ และหวดเจ้ง ทหารเอกเห็นพ้องแต่ผิดคาด เล่าปี่บอก “เล่าเจี้ยงกับข้าพเจ้าเป็นคนสกุลเดียวกัน ไม่ควรจะเอาสิ่งที่เป็นของเขามา” บังทอง หวดเจ้งอ้อนวอนหลายครั้ง “ไม่ควรเสียโอกาสอันดีนี้ไป” เล่าปี่ก็ไม่ยอมในงานเลี้ยงรุ่งขึ้น บังทองจับตา เห็นเล่าปี่กับเล่าเจี้ยงพูดคุยสนิทสนมกลมเกลียว ไม่มีท่าทีจะเดินตามแผนที่ตนเสนอไว้ จึงสั่งอุยเอี๋ยน ขุนพลใหญ่เข้าไปรำกระบี่ให้คู่สนทนาชม หาโอกาสฆ่าเล่าเจี้ยงอุยเอี๋ยนเริ่มแผน ชักกระบี่ขึ้นมารำ กรายไปกรายมาหน้าโต๊ะเล่าเจี้ยงเตียวหยิม ขุนพลฝ่ายเล่าเจี้ยง เห็นผิดสังเกต ก็ชักกระบี่ออกมารำคุมเชิงถึงเวลานั้น ทหารของทั้งสองฝ่ายต่างก็เปลือยกระบี่ขึ้นมารำคุมเชิงกันไปมา แบบไม่กะพริบตาสถานการณ์ฉุกละหุกตึงเครียดเหลือคาด เล่าปี่ก็ลุกขึ้นคว้ากระบี่ทหารข้างตัว กระโจนออกไปกลางวง ประกาศก้องให้สองฝ่าย หยุดรำกระบี่ ยับยั้งการนองเลือดที่กำลังจะเกิดในนาทีต่อมาที่จริงแล้ว บังทองเจ้าของแผนเอง ก็เคยได้ยินเล่าปี่คุยถึงปณิธานในการตั้งก๊กที่เสฉวนว่า “ทุกวันนี้ ผู้ที่เป็นศัตรูเราดุจน้ำกับไฟก็คือโจโฉ โจโฉร้อน ข้าพเจ้าเย็น โจโฉโหดเหี้ยม ข้าพเจ้าเมตตา โจโฉกะล่อน ข้าพเจ้าซื่อสัตย์สิ่งซึ่งตรงกันข้ามกับโจโฉ จะทำให้การใหญ่สำเร็จถ้าหากเห็นแต่ประโยชน์เล็กน้อย และสูญเสียเกียรติภูมิต่อหน้าคนทั้งหลาย ข้าพเจ้าไม่ควรทำ”ทัศนะทางการเมืองของเล่าปี่ ผู้รู้รุ่นต่อมาวิจารณ์ว่า เหนือบังทองชั้นหนึ่ง เล่าปี่ยังยึดกลยุทธ์ โจมตีด้วยใจ ช่วงชิงประชาชน อดทน รอคอย แสวงข้ออ้าง ก่อนดำเนินการเล่าปี่รอ...จนเมื่อเล่าเจี้ยงขอร้องให้เขานำทัพรบกับเตียวฬ่อ ที่่ด่านแฮบังก๋วน ได้ใจชาวเสฉวนไว้แล้ว เมื่อจะกลับเกงจิ๋ว เล่าปี่ขอทหารและเสบียงจากเล่าเจี้ยงเป็นการชดเชย เล่าเจี้ยงจำใจให้ทหารแก่ๆสี่พันนาย ให้ข้าวน้อยนิดเพียงหมื่นหู...ถึงขั้นนี้ เล่าปี่ก็ได้ที! ตบโต๊ะตวาด ด่าเล่าเจี้ยงใจคอคับแคบ ใช้เป็นเหตุรุกเข้ายึดเสฉวนได้ตามเป้าหมายบุญศักดิ์ แสงระวี จบเรื่องนี้ว่า การแสวงหาแต่เป้าหมายทางการทหาร แม้จะได้ชัยชนะ ก็ชั่วระยะเวลาหนึ่ง หากพิจารณาจากความยาวไกล นับเป็นการเดินหมากที่ไม่ดีผมจงใจเล่าเรื่องงานเลี้ยงสมัยสามก๊ก หลังรู้ข่าวงานเลี้ยงพรรคใหญ่จบไปแล้ว สิ้นเดือนนี้จะมีงานเลี้ยงพรรคเล็กๆ ผมกับหมอระวี พรรคพลังธรรมใหม่ รักกัน ก็เป็นห่วงอยากให้ระวังตัวกลัวภัยเอาไว้สมัยนี้การรำกระบี่ฆ่าคงจะไม่มี แต่การหลอกไปฆ่ากันทางการเมือง...ทำนองว่าหลอกให้ตังก็ยังมี.กิเลน ประลองเชิง