เมื่อถึงเดือนมีนาคม กรมฝนหลวงและการบินเกษตร จะเปิดปฏิบัติการ ฝนหลวงสู้ภัยแล้งเป็นประจำทุกปี เพื่อช่วยเหลือพื้นที่การเกษตรประสบภัยแล้ง เติมน้ำต้นทุนให้กับอ่างเก็บน้ำและเขื่อนต่างๆที่กำลังร่อยหรอ ดับไฟป่า สลายการเกิดพายุลูกเห็บ ยับยั้งปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5)สำหรับปีนี้ได้มีการตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงประจำ 5 ภูมิภาค 10 หน่วยปฏิบัติการ...ภาคเหนือตอนบน ตั้งหน่วยปฏิบัติการที่ จ.เชียงใหม่ และ จ.ตาก, ภาคเหนือตอนล่าง ตั้งหน่วยปฏิบัติการที่ จ.แพร่ และ จ.พิษณุโลก, ภาคกลาง ตั้งหน่วยปฏิบัติการที่ จ.นครสวรรค์ และ จ.กาญจนบุรีภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ตั้งหน่วยปฏิบัติการที่ จ.อุดรธานี, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ตั้งหน่วยปฏิบัติการที่ จ.บุรีรัมย์, ภาคตะวันออก ตั้งหน่วยปฏิบัติการที่ จ.จันทบุรี, ภาคใต้ ตั้งหน่วยปฏิบัติการที่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ และจัดตั้งฐานเติมสารฝนหลวง 2 แห่ง ที่ จ.ขอนแก่น และ จ.ระยองโดยใช้เครื่องบินกรมฝนหลวงฯ จำนวน 24 ลำ และได้รับการสนับสนุน เครื่องบินกองทัพอากาศ ชนิด ALPHA JET จำนวน 1 ลำนายสำเริง แสงภู่วงค์ อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร แสดงความ กังวลถึงปัญหาภัยแล้งในปีนี้ว่า แม้ฤดูฝนที่ผ่านมาจะมีปริมาณฝนมากกว่า ปีก่อน แต่พื้นที่ภาคเหนือ ตอนบนกลับมีฝนน้อย เห็นได้จากเขื่อนสิริกิติ์ เก็บกักน้ำได้น้อยกว่าปีก่อน ฤดูแล้งปีนี้เขื่อนสิริกิติ์ คงไม่สามารถส่งน้ำไปหล่อเลี้ยงพื้นที่อื่นๆ ได้เหมือนที่ผ่านมา จึงเป็น ภาระหน้าที่ของกรมฝนหลวงฯ ที่ต้องหาทางเติมน้ำให้เขื่อนมากขึ้น พื้นที่ ภาคอีสานตอนบนก็เช่นกัน ประสบปัญหาแบบเดียวกัน นั่นแสดงให้เห็นว่า ปัจจุบันที่บอกว่า ฝนมามากจริงๆ เป็นแค่ตัวเลขของค่าเฉลี่ยทั้งประเทศ ฝนไม่ได้ตกมากแบบตกกระจายอย่างเท่าเทียมไปทั้งประเทศนอกจากนั้น แม้ปีนี้จะมีการคาดการณ์ฝนจะมากและมาเร็ว แต่ที่น่ากังวลก็คือ เมื่อฝนมาแล้วอาจจะมาแค่ 1-2 สัปดาห์ แล้วอาจจะทิ้งช่วง ไปยาวนานจนถึงต้นเดือนสิงหาคมก็เป็นไปได้ดังนั้น เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน การปฏิบัติการ ของฝนหลวงปีนี้ จะเน้นไปในพื้นที่นอกเขตชลประทานเป็นหลัก เพราะเป็นพื้นที่ส่วนใหญ่ที่ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำซ้ำซากโดยประชาชนสามารถขอรับบริการ หรือแจ้งข้อมูลความต้องการ น้ำในพื้นที่ได้ทาง เพจ Facebook กรมฝนหลวงและการบินเกษตร Line Official Account Instagram Twitter : @drraa_pr หรือ โทร. 0-2109-5100.สะ-เล-เต