เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา “ชาติตะวันตกประกาศ ให้ความช่วยเหลือยูเครนครั้งใหญ่เพิ่มเติม”...เพจ “ThaiArmed Force.com” แจกแจงรายละเอียดสรุปไว้น่าสนใจ “สกู๊ปหน้า 1” ขอนำมาเผยแพร่ดังนี้หลังจากสหราชอาณาจักรเรียกประชุม 25+2 ชาติพันธมิตร เพื่อหาทางช่วยเหลือก็มีประกาศ “เติมของ” หรือ “ไอเท็มจากชาติตะวันตก” ให้ยูเครนมาอย่างต่อเนื่อง และมีข่าวว่าสหราชอาณาจักรอาสาที่จะลำเลียงยุทโธปกรณ์เหล่านี้ไปส่งให้ยูเครนด้วยตนเองหนึ่ง...“เยอรมนี” ประกาศเติมของเป็นครั้งแรก หลังจากที่ผ่านมาคัดค้านการส่งอาวุธและส่งให้เพียงหมวกกันกระสุนเท่านั้น โดยการเปลี่ยนท่าทีในครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่อุตสาหกรรมป้องกันประเทศของเยอรมนีเรียกร้องให้รัฐบาลส่งความช่วยเหลือให้กับยูเครน และรัสเซียทำการบุกแล้วจริงๆโดยการช่วยเหลือแรกมาในรูปของการอนุญาตให้เนเธอร์แลนด์ส่งเครื่องยิงลูกระเบิดต่อสู้รถถังจำนวน 400 ชุดให้ยูเครน โดยคาดว่าน่าจะเป็น Panzerfaust 3 และส่งอาวุธต่อสู้รถถังของตนเอง 1,000 ชุด พร้อมจรวด Stinger อีก 500 ชุดให้ยูเครนด้วยถัดมาในส่วนของ “เนเธอร์แลนด์” เองก็เติมจรวดต่อสู้อากาศยาน Stinger 200 นัด พร้อมเครื่องยิงลูกระเบิด สาม...“ฝรั่งเศส” ส่งอุปกรณ์ป้องกันตนเองและอุปกรณ์เก็บกู้ระเบิดให้กับยูเครน และอนุญาตให้เอสโตเนียส่งปืนใหญ่ให้กับยูเครน สี่...“อังกฤษ” อาจซื้อ RPG จากประเทศที่สามเพื่อส่งมอบให้ยูเครนซึ่งก่อนหน้านี้ ห้า...“ฟินแลนด์” ก็เติมเงินให้ยูเครน 50 ล้านเหรียญและจะบริจาคอาวุธเพิ่ม หก...“เอสโตเนีย” จะส่งมอบจรวด Javelin และ Stinger ให้กับยูเครนเพิ่มเติม เช่นเดียวกับกลุ่มประเทศบอลติกอื่นและที่เติมหนักสุดเข้าขั้นต้องการสร้าง “เทพทรู” คือเจ็ด... “สหรัฐอเมริกา”ประกาศเติมของครั้งใหญ่มูลค่า 350 ล้านเหรียญ ซึ่งเป็นการมอบอาวุธต่อสู้รถถัง อาวุธปืนเล็ก...กระสุน เสื้อเกราะและอุปกรณ์อื่นๆ ซึ่งรวมแล้วสหรัฐฯเติมของช่วยเหลือให้ยูเครนแล้ว 1 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ รัสเซียอาจใช้กลยุทธ์ “Play to Earn” บุกยูเครน แต่กลยุทธ์ “Pay to Win” ของตะวันตกต่อยูเครนแม้สุดท้ายอาจไม่ทำให้เอาชนะรัสเซียได้ แต่อาจทำให้ยืดระยะเวลาทำการรบออกไป และสร้างความเสียหายให้กับรัสเซียให้มากพอ...จนทั้งสองฝ่ายยินยอมจะเข้าสู่โต๊ะเจรจาแบบไม่ตั้งเงื่อนไขฝ่ายเดียวก็เป็นได้เพราะนั่นหมายถึงการที่ยูเครนไม่ต้องยอมรับเงื่อนไขของฝ่ายรัสเซียแต่เพียงอย่างเดียว แต่สามารถเพิ่มน้ำหนักการเจรจาได้มากขึ้น เพราะถ้ายูเครนยังมีทั้ง “อาวุธ” และ “เงินทุน” มาใช้ในการสู้รบได้เรื่อยๆ แต่รัสเซียซึ่งถูกคว่ำบาตรและถูกอายัดทรัพย์สิน ก็ไม่แน่ใจว่าสายป่านของรัสเซียจะสามารถลากสงครามได้ยาวกว่าที่คิดไว้หรือไม่ครับข้อมูลข้างต้นนี้ถูกแชร์มาจากโพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวของ “Analayo Korsakul” ที่สรุปไว้ด้วยว่า “เนี๊ย เติมทรู...ขนาดนี้ (มีทั้งเงินและอาวุธสนับสนุนอย่างมากมาย) โอเคถึงยูเครนไม่ชนะ แต่อีกฝ่ายก็เจ็บหนักอ่ะ...รัสเซียจะซัมม่อน (เรียก) ใครมาก็ลำบาก โดนอายัดทรัพย์สินบางส่วนไว้ แต่ยูเครนมีคนเงินทรูเติมไอเท็มตลอด งานนี้น่าจะยาวและหนักหน่อยล่ะครับสำหรับรัสเซีย เออ แล้วซัมม่อนคาซัสถาน คาซัคถานก็ไม่ยอมมาด้วย”“ThaiArmedForce.com” ยังได้วิเคราะห์ยุทธวิธีของ “รัสเซีย”...รัสเซียพลาดตรงไหน ทำไมยังยึด “ยูเครน” ไม่ได้? อีกว่า... “คงไม่มีใครปฏิเสธว่าถ้าเกิดสงครามระหว่างรัสเซียกับยูเครน ชัยชนะน่าจะตกอยู่ในมือของรัสเซียค่อนข้างแน่ เนื่องจากความแข็งแกร่งของกองทัพรัสเซียที่สูงกว่ายูเครนอย่างมีนัยสำคัญ”แม้ “คุณภาพ” จะดีกว่า “จำนวน” แต่ในบางทีจำนวนก็มีคุณภาพในตัวเอง และสำหรับรัสเซียในตอนนี้ มีทั้งคุณภาพและจำนวน ดังนั้นให้วิเคราะห์ยังไง ถ้าใครจะบอกว่ารัสเซียจะยึดพื้นที่ไม่ได้เลยสักเมตรก็คงเป็นไปไม่ได้ แต่ในทางกลับกัน เมื่อรัสเซียเปิดสงครามกับยูเครนกลับไม่สามารถปิดเกมได้เร็วอย่างที่คาดคิด เมืองที่สำคัญที่สุดเมืองหนึ่งของยูเครนคือเมืองคาร์คิฟเป็นเมืองวิทยาศาสตร์และอุตสาหกรรมที่ทุกคนคาดว่าน่าจะตกอยู่ในมือของรัสเซียภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง เพราะอยู่ไม่ห่างจากชายแดนรัสเซีย...ภูมิภาคโดเนตสก์และลูฮันสก์ แต่จนถึงตอนนี้แม้จะยังคงความได้เปรียบ แต่เมืองก็ยังไม่ตกไปอยู่ในมือของรัสเซียอย่างสมบูรณ์ยังไม่นับการสูญเสียของฝ่ายรัสเซียที่ดูแล้วมากกว่าที่ควรจะเป็น เมื่อเทียบกับว่ารัสเซียมียุทโธปกรณ์ที่ทันสมัยกว่ายูเครนและยุทธวิธีต่างๆก็ดูแล้วน่าจะยังใช้ได้ผล ด้วยสูญเสียเครื่องบินขับไล่...เครื่องบินลำเลียงไปมากกว่าสิบลำ เฮลิคอปเตอร์อีกหลายสิบลำ รถถัง...ยานเกราะหลายร้อยคัน ไปจนถึงหน่วยพลร่ม VDVย้ำวิเคราะห์ยุทธวิธีบางส่วน ข้อแรก...แผนยุทธการการรุกของรัสเซียไม่มีอะไรผิดพลาด สามารถรวมอำนาจการยิงให้มหาศาลเพื่อเข้าตี ยึดพื้นที่ได้ง่าย...ทำยูเครนเสียความได้เปรียบในการป้องกันตัวเองไปข้อสอง...รัสเซีย หรือแม้แต่คนทั้งโลก ประเมินยูเครนต่ำไป? ถึงจุดนี้ต้องยอมรับว่ากองทัพยูเครนทำได้ดีกว่าที่คิดไว้ค่อนข้างมาก ซึ่งสร้างความประหลาดใจให้กองกำลังรัสเซียที่ได้รับคำยืนยันจากการข่าวว่าเมื่อเข้าไปในยูเครนแล้วจะพบกับการต้อนรับของชาวยูเครนที่ต้องการให้รัสเซียเข้ามาปลดปล่อยแน่นอนว่ารัสเซียกำลังยึดพื้นที่ได้มากขึ้นเรื่อยๆ แต่ก็ช้ากว่าที่ควรจะเป็น ที่สำคัญ...“รัสเซีย” ยังไม่สามารถครองอากาศได้อย่างสมบูรณ์ ทั้งที่รัสเซียใช้ทั้งเฮลิคอปเตอร์ เครื่องบินโจมตี ทำการโจมตีกวาดระบบป้องกันภัยทางอากาศ...ระบบเรดาร์แจ้งเตือนของยูเครนไปได้มาก แต่ก็ยังปรากฏการสูญเสียกำลังทางอากาศอยู่ ข้อสาม...แผนยุทธการของรัสเซียอาจจะดี แต่ยุทธวิธีล้าสมัยหรือไม่? ข้อที่สี่...รัสเซียมีข้อจำกัดในการปฏิบัติการตอนกลางคืน? ข้อที่ห้า...หน่วยสนับสนุนและการส่งกำลังบำรุงเกิดปัญหา?ซึ่ง...อาจเป็นได้ที่ทั้งระบบการส่งกำลังบำรุงยังมีปัญหา หรือ...พบการต่อต้านที่ไม่คาดคิดจากยูเครน เราจึงเห็นบางครั้งที่รัสเซียสามารถรุกไปข้างหน้าได้ แต่หน่วยยิงสนับสนุนตามไม่ทัน หรือหน่วยส่งกำลังบำรุงยังไม่สามารถทำงานได้เต็มประสิทธิภาพสำหรับยูเครนในหลายกรณีนั้น พร้อมที่จะถอยทัพเพื่อรักษายุทโธปกรณ์เอาไว้ หรือถ้ารักษายุทโธปกรณ์ไม่ได้ก็ถอยเพื่อรักษาชีวิตทหาร ซึ่งแม้จะทำให้รัสเซียสามารถรุกคืบได้ แต่ก็ไม่สามารถทำลายกำลังของยูเครนลงได้อย่างสมบูรณ์ ซึ่งการที่ยูเครนมีระบบอาวุธแบบพกพาจำนวนมาก เช่น จรวดต่อสู้รถถังหรือจรวดต่อสู้อากาศยานประทับบ่า ทำให้มีโอกาสหลายครั้งที่สามารถตีโต้สร้างความเสียหายให้กับกำลังที่กำลังเคลื่อนที่ของรัสเซียในขณะที่เคลื่อนที่และรุกไปข้างหน้าได้นำไปสู่ ข้อที่หก...รัสเซียไม่ได้เตรียมรับมืออาวุธแบบพกพาอย่างเพียงพอ ซึ่งจริงๆรัสเซียก็ทราบอยู่แล้ว แต่น่าสังเกตคือยานเกราะบางส่วนยังไม่ได้เตรียมการป้องกันจรวดที่ใช้การทำลายจากด้านบนอย่างเจฟรินมากพอ จึงทำให้กลายเป็นว่าหลายครั้งมีผลงานสร้างความเสียหายขึ้นได้ การศึกสงครามระหว่าง “รัสเซีย” และ “ยูเครน” ครั้งนี้เป็นที่น่าจับตาของชาวโลก ถ้าพูดในมิติของการทหาร อย่างไรเสียยูเครนก็น่าจะต้องพ่ายแพ้แก่รัสเซีย เพียงแต่ “ชัยชนะ” ของ “รัสเซีย” ในครั้งนี้อาจจะเป็นชัยชนะที่ช้ากว่าที่ควร...สูญเสียมากกว่าที่จำเป็น และ...ทุลักทุเลมากกว่าที่คาดไว้.