ยังสวมบทเป็น “อันธพาลโลก” ต่อเนื่อง กับท่าทีล่าสุดของรัสเซียที่ส่ง “มาเรีย ซาคาโรวา” โฆษกกระทรวงต่างประเทศฯ ออกมาประกาศข่มขู่สองชาติในแถบนอร์ดิก คือ ฟินแลนด์ และ สวีเดน หากแสดงเจตจำนงสนใจเข้าร่วมเป็น สมาชิกองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอต แลนติกเหนือ (NATO)จะต้องเผชิญผลที่ตามมาอย่างร้ายแรง ทั้งทางทหารและการเมืองด้วยข้ออ้างเดิมๆ “ฟินแลนด์และสวีเดนไม่ควรวางรากฐานด้านความมั่นคงด้วยการทำลายความมั่นคงของประเทศอื่นๆ และการเข้าร่วมนาโตของพวกเขาอาจมีผลเสีย และต้องเผชิญกับผลที่ตามมาทางทหารและการเมือง”ตามด้วยทวิตเตอร์ของกระทรวงต่างประเทศรัสเซีย ที่ทวีตข้อความในลักษณะเดียวกันเป็นการรุกคืบอีกขั้นของ “วลาดิเมียร์ ปูติน” ผู้นำสูงสุดรัสเซีย ที่จะกำราบชาติเพื่อนบ้านอย่างสวีเดนและฟินแลนด์ ที่มีพรมแดนติดกับรัสเซีย ไม่ให้เข้าร่วมเป็นสมาชิกนาโตการสั่งโจมตียูเครนก็เป็นการแสดงแสนยานุภาพเตือนไปแล้วเมื่อวานเขียนทิ้งท้ายถึงจีน ทำไมถึงถูกมองว่ามีบทบาทสำคัญต่อสงครามระหว่าง “รัสเซีย-ยูเครน”ที่ผมใช้คำว่าสงคราม เพราะเริ่มชัดเจนแล้วว่ารัสเซียไม่ได้มุ่งโจมตีเฉพาะจุดยุทธศาสตร์ความมั่นคง และยุทธศาสตร์เชิงสัญลักษณ์ของยูเครน แต่ขีปนาวุธที่ถูกระดมยิงบางส่วนยังสร้างความเสียหายและคร่าชีวิตประชาชนผู้บริสุทธิ์ แม้แต่เด็กน้อยวัย 6 ขวบก็โดนลูกหลงเสียชีวิตที่มองว่าจีนมีความสำคัญก็เพราะช่วงหลังๆ 2-3 ปีมานี้ รัสเซีย-จีน มีหลายโปรเจกต์ที่ร่วมมือกันอย่างใกล้ชิด ทั้ง 2 ชาติต่างก็มีประเด็นข้อขัดแย้งกับสหรัฐฯและชาติพันธมิตรตะวันตกถึงขนาดที่ “สี จิ้นผิง” ประธานาธิบดีจีน เคยกล่าวยกย่อง “ปูติน” ว่าเป็น “เพื่อนที่ดีที่สุด”จึงไม่แปลกที่จีนจะถูกมองว่า รัสเซียต้องการผูกมิตรไว้เป็นหลังอิง เมื่อถูกคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจแต่คงต้องย้ำอีกครั้งว่า “ของฟรีไม่มีในโลก”ความเป็นมิตรก็ส่วนมิตร แต่ผลประโยชน์ชาติต้องมาก่อนในกรณีนี้ รัสเซียอาจต้องจ่ายในราคาที่แพงมหาศาลก็ได้กับวิกฤติ “รัสเซีย-ยูเครน” นายกฯประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้เตรียมรับมือโดยสั่งการให้กระทรวงด้านเศรษฐกิจออกมาตรการต่างๆ ทั้งการอุ้มราคาน้ำมัน-ก๊าซหุงต้ม รวมถึงการดูแลราคาสินค้าที่จะแพงขึ้นแต่ตรงนี้ยังไม่แน่ใจว่า ถ้าวิกฤติต้องยืดเยื้อออกไป รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์จะมีศักยภาพเพียงพอในการรับมือไหวหรือไม่ซึ่งก็ตรงกับ คุณพิชัย นริพทะพันธุ์ รองประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทยด้านเศรษฐกิจที่มองว่าสถานการณ์ความขัดแย้งน่าจะใช้เวลาอีกนาน น่าจะทำให้ราคาน้ำมัน-ก๊าซ เพิ่มสูงขึ้นอีกเป็นปีประกอบกับปัจจัยอื่น ทั้งภาวะเงินเฟ้อที่พุ่งสูง ทำให้ไปลดการขยายตัวทางเศรษฐกิจอีกมีแนวโน้มว่าธนาคารกลางสหรัฐฯจะประกาศขึ้นดอกเบี้ยอีกหลายหนในปีนี้ ไทยเองคงเลี่ยงผลกระทบนี้ไม่ได้ จะเป็นต้นทุนการเงินที่เพิ่มขึ้น ภาคธุรกิจที่กำลังย่ำแย่อยู่แล้ว โดยมีหนี้สงสัยว่าจะเสียกว่า 2 ล้านล้านบาทยังจะเพิ่มภาระหนี้ครัวเรือนที่ขณะนี้สูงกว่า 1.435 ล้านล้านบาทแล้วขณะที่รัฐบาลเหลือกระสุนน้อยที่จะอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบที่สำคัญ ณ วันนี้ คนไทยส่วนใหญ่ไม่มีเงินไปจับจ่ายใช้สอย เพราะเศรษฐกิจเรายังไม่ฟื้นยังสงสัยว่า “พระรามตู่” จะรอดสันดอนจากศึก “ทศกัณฐ์โลก” ไปได้หรือไม่.เพลิงสุริยะ