กสม.มีมติส่งเรื่องนักโทษยาเสพติดเรือนจำเขาบิน ร้องตำรวจ สภ.นครชัยศรี ไม่คืนทรัพย์ สินของกลางให้ ป.ป.ช.พิจารณา หลังไม่คืนทรัพย์สินที่ริบระหว่างจับกุม ต่อมาศาลฎีกาเห็นว่าทรัพย์สินไม่เกี่ยวกับการกระทำผิดสั่งให้คืน แต่ของกลางหาย ต้องเอาเงินสด 1.6 แสนบาทไปคืนแทน พร้อมจี้ “สำนักงานตำรวจแห่งชาติ” ตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมายต่อตำรวจผู้ละเมิดสิทธิผู้ต้องหา และละเลยต่อหน้าที่ตามกฎหมายกำหนด กำชับตำรวจทั่วประเทศ ปฏิบัติตามระเบียบการรักษาทรัพย์ของกลางในคดีอาญาอย่างเคร่งครัดที่สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 24 ก.พ. นายวสันต์ ภัยหลีกลี้ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และนายชนินทร์ เกตุปราชญ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ แถลงมติ กสม.ว่า ที่ประชุม กสม.ด้านการคุ้มครองและมาตรฐานการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนครั้งที่ 7/2565 เมื่อวันที่ 21 ก.พ. พิจารณาเรื่องร้องเรียนของนายน้อย (นามสมมติ) ผู้ต้องขังในเรือนจำกลางเขาบิน จ.ราชบุรี อ้างว่า เมื่อเดือน ธ.ค.2549 ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.นครชัยศรี จ.นครปฐม จับกุมความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ 2522 และพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน 2490 ตำรวจยึดทรัพย์สินไว้เป็นของกลางในคดีอาญาหลายรายการ เช่น สร้อยคอทองคำ แหวนทองคำ พระเลี่ยมทอง สมุดบัญชีเงินฝาก สมุดคู่มือจดทะเบียนรถ และปืนสั้น ต่อมาศาลฎีกามีคำพิพากษาถึงที่สุดไม่ริบทรัพย์สินดังกล่าว ผู้ร้องติดต่อขอรับทรัพย์สินคืนหลายครั้งแต่ไม่ได้รับขอให้ กสม.ตรวจสอบ นายวสันต์ ภัยหลีกลี้ กล่าวว่า คดีนี้ กสม. รับเรื่องร้องเรียนเมื่อเดือน ก.ย.2564 จากการพิจารณาคำร้องและข้อเท็จจริงจากทุกฝ่ายเห็นว่า สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (สำนักงาน ป.ป.ส.) มีหนังสือตั้งแต่เดือน ก.ค.2550 ถึง ผกก.สภ.นครชัยศรี จ.นครปฐม แจ้งผลการตรวจสอบรายการทรัพย์สินนายน้อยผู้ถูกจับกุม ระบุยังไม่มีเหตุอันควรสงสัยว่าทรัพย์สินดังกล่าวเกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด จึงไม่มีคำสั่งให้ตรวจสอบทรัพย์สินผู้ร้องประกอบกับศาลฎีกามีคำพิพากษาเมื่อเดือน ต.ค.2553 ให้คืนทรัพย์สินแก่นายน้อย จึงให้ญาติติดต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.นครชัยศรี ขอรับคืนทรัพย์สินแล้วหลายครั้ง แต่ทรัพย์สินดังกล่าวสูญหาย ภายหลังตำรวจขอชดใช้ค่าเสียหายบางรายการเป็นเงิน 160,000 บาท มีทรัพย์สินบางรายการคือ สมุดคู่มือจดทะเบียนรถยังไม่ได้รับคืน“การที่เจ้าหน้าที่ตำรวจผู้ถูกร้องไม่ได้รีบดำเนินการส่งคืนทรัพย์สินให้นายน้อยภายในเวลาอันควร ต้องให้นายน้อยติดตามทวงถามและร้องเรียนต่อหน่วยงานอื่น ยอมขอชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ผู้ร้องแต่เป็นการชดใช้ค่าเสียหายภายหลังนายน้อยร้องเรียนต่อ กสม.ให้ตรวจสอบ เป็นเวลากว่า 14 ปีนับแต่วันที่สำนักงาน ป.ป.ส. มีคำสั่งไม่ตรวจสอบทรัพย์สิน รวมทั้งศาลฎีกามีคำพิพากษาถึงที่สุดให้คืนทรัพย์สินแก่นายน้อยด้วย การกระทำของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.นครชัยศรี เป็นการละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนด ส่งผลกระทบต่อสิทธิของบุคคลในทรัพย์สิน เป็นเหตุให้ทรัพย์สินนายน้อยสูญหาย อันเป็นการกระทำที่ไม่สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 มาตรา 37 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 85 และไม่เป็นไปตามประมวลระเบียบการตำรวจเกี่ยวกับคดีลักษณะ 15 บทที่ 1 ข้อ 415 ที่กำหนดไว้” นายวสันต์ระบุนายวสันต์กล่าวอีกว่า กสม.เห็นว่ากรณีนี้เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนต่อนายน้อยมีมติให้เสนอแนะมาตรการป้องกันหรือแก้ไขการละเมิดสิทธิมนุษยชนต่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้ตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมายต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ เป็นผู้ละเมิดสิทธิมนุษยชนเป็นเหตุให้ทรัพย์สินของผู้ร้องสูญหาย และกำชับเจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัดทั่วประเทศที่มีหน้าที่จัดการหรือรักษาทรัพย์ของกลางในคดีอาญาให้ปฏิบัติตามกฎหมายและประมวลระเบียบการตำรวจเกี่ยวกับคดีอย่างเคร่งครัด เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินที่เป็นของกลางในคดีอาญา พร้อมกันนี้ให้ส่งเรื่องไปยังคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) พิจารณาตามหน้าที่และอำนาจต่อไป