ตำรวจออกหมายจับหลานสาว และแฟนหนุ่มร่วมกันฆ่ายายวัย 62 ปี ยัดถังขนาด 200 ลิตร ทิ้งเชิงเขาชะโอย อ.เดิมบางนางบวช จ.สุพรรณบุรี หลังพบหลักฐานกล้องวงจรปิดและแชตไลน์ คุมตัว 2 ผู้ต้องหาไปชี้จุดสังหารในห้องเช่า ตัวเมืองโคราช คาดปมเหตุหลานสาวไปขอเงินยายเพื่อไปสร้างเนื้อสร้างตัวอยู่กับแฟนหนุ่ม แต่ยายกลับดุด่า เกิดความโมโหบีบคอยายสิ้นลมแล้วช่วยกันอำพรางศพ จากเหตุคนร้ายฆ่านางสมศรี ม่านกระโทก อายุ 62 ปี นำร่างยัดใส่ถังสีฟ้า 200 ลิตรถูกทิ้งในพงหญ้าริมถนนสาย 340 สุพรรณบุรี-ชัยนาท บริเวณเชิงเขาชะโอย หมู่ 10 ต.เขาพระ อ.เดิมบางนางบวช จ.สุพรรณบุรี สภาพเน่าเฟะเสียชีวิตแล้วไม่ต่ำกว่า 4-5 วัน ต่อมาตำรวจสืบสวนมุ่งประเด็นคนร้ายเป็นคนใกล้ตัว ตรวจพบหลานสาววัย 17 ปี หลังเกิดเหตุหลบหนีไปกับแฟนหนุ่ม ประสานตำรวจพื้นที่ใกล้เคียงรีบติดตามตัว กระทั่งตำรวจภูธรจังหวัดตากร่วมกับกำลังทหารตั้งด่านตรวจความมั่นคงสกัดกั้นยาเสพติดที่จุดตรวจบ้านห้วยยะอุ ต.ด่านแม่ละเมา อ.แม่สอด จ.ตาก เรียกตรวจค้นรถตู้โดยสารแม่สอด-ตาก ขอตรวจบัตรประชาชนผู้โดยสาร ปรากฏว่ามีผู้โดยสาร 2 คน เป็นชายและหญิงออกอาการพิรุธ เชิญทั้งคู่ลงจากรถทราบชื่อนายปฏิพล จันทรมณฑล อายุ 23 ปี ชาว อ.แม่สอด และ น.ส.อร (นามสมมติ) อายุ 17 ปี แฟนสาวเป็นหลานนางสมศรีเหยื่อฆ่ายัดถังที่ตำรวจสุพรรณบุรีประสานให้ช่วยตามหาตัว เนื่องจากสงสัยว่าเป็นคนสังหารยายของตัวเอง เบื้องต้นหลานสาวยังไม่ยอมให้การ ตำรวจนำตัวไปลงบันทึกประจำวันที่ สภ.พะวอ จ.ตาก พร้อมประสานตำรวจ กก.สส.ภ.จ.สุพรรณบุรี มารับตัว กลับไปสอบสวนที่ สภ.เดิมบางนางบวชความคืบหน้าเมื่อช่วงเช้าวันที่ 16 ก.พ.ร.ต.อ.นรากร แซ่เอง รอง สว.(สอบสวน) สภ.เดิมบางนางบวช จ.สุพรรณบุรี รวบรวมพยานและหลักฐานยื่นขออนุมัติหมายจับจากศาลจังหวัดสุพรรณบุรี จับกุมผู้ต้องหา 2 คนประกอบด้วยนายปฏิพล จันทรมณฑล อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 217 หมู่ 10 ต.มหาวัน อ.แม่สอด จ.ตาก และ น.ส.อร (นามสมมติ) อายุ 17 ปี ในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่น ร่วมกันซ่อนเร้น เคลื่อนย้ายทำลายศพ หรือส่วนของศพเพื่อปิดบังสาเหตุการตาย ภายหลังออกหมายจับตำรวจชุดสืบสวน สภ.เดิมบางนางบวช ร่วมกับตำรวจ กก.สส.ภ.จ.สุพรรณบุรี พร้อมเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานนำตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ไปห้องเช่าที่นางสมศรีเช่าอยู่กับน.ส.อร บริเวณหลังวัดสมอราย เขตเทศบาลนครราชสีมา เพื่อตรวจสอบหาหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์เพิ่มเติม รวมถึงให้ผู้ต้องหาชี้จุดที่ลงมือสังหารนางสมศรีอีกด้วยสำหรับแนวทางการสืบสวนทราบว่า หลังเกิดเหตุญาตินางสมศรีติดต่อกับตำรวจ ภ.จ.สุพรรณบุรี เพราะสงสัยว่าศพที่ถูกยัดถังเป็นศพนางสมศรี เนื่องจากหายไปจากห้องเช่าที่ จ.นครราชสีมา ในระยะเวลาไล่เลี่ยกันที่ญาติติดต่อไม่ได้ กระทั่งเจ้าหน้าที่ตรวจสอบสภาพศพ เสื้อผ้า และรูปพรรณสันฐาน ญาติมาดูศพยืนยันว่าเป็นศพนางสมศรี นำไปเป็นข้อมูลสืบสวนคลี่คลายคดีฆ่าโหดต่อมาตำรวจสืบทราบว่า น.ส.อรเป็นคนลงมือฆ่ายายในห้องเช่าที่ จ.นครราชสีมา เพราะอยากได้เงินที่นายดำรงค์ ม่ามกระโทก อายุ 55 ปี สามีนางสมศรีทำงานเป็นพนักงานการเดินรถ 3 ประจำสถานีชุมทางแก่งคอย จ.สระบุรี กู้เงินมาจำนวน 1.4 แสนบาทมาเพื่อใช้จ่ายในครอบครัว น.ส.อรทราบเรื่องจึงไปขอเงินยายไปลงทุนเพื่อสร้างเนื้อสร้างตัวกับแฟนหนุ่มอยู่ จ.ตาก ซึ่งทั้งคู่รู้จักกันผ่านทางเฟซบุ๊ก สาเหตุเพราะเบื่อยายเป็นคนเจ้าระเบียบขี้บ่นและชอบดุ ช่วงเกิดเหตุ น.ส.อรโทรศัพท์ไปหานายปฏิพลให้ขับรถกระบะมาที่ห้องเช่า หวังวางแผนฆ่ายายเพื่อชิงทรัพย์ เมื่อไปถึงที่ห้องทั้งคู่พยายามเกลี้ยกล่อมขอเงินยาย แต่ยายไม่ให้จนเกิดการโต้เถียงกัน น.ส.อรใช้มือบีบคอยายเป็นสาเหตุให้เสียชีวิต จากนั้นทั้งคู่ช่วยกันใช้ผ้าห่มห่อศพนางสมศรีขึ้นท้ายรถกระบะวิ่งไปตามทางมุ่งหน้าไปที่ จ.สุพรรณบุรี เพราะฝ่ายชายเคยไปเที่ยวมาก่อนหน้านี้ทั้งนี้จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิด ตำรวจพบรถกระบะคันดังกล่าวมีนายปฏิพลเป็นคนขับ และ น.ส.อรนั่งเบาะข้าง วิ่งไปถึง จ.สุพรรณบุรีระหว่างทางไปขโมยถังขยะสีฟ้าขนาด 200 ลิตร ขึ้นท้ายรถแล้วแวะซื้อดินและปุ๋ย เพื่อนำไปปิดทับศพเนื่องจากถังขนาด 200 ลิตรไม่มีฝาปิด จากนั้นผู้ต้องหาช่วยกันนำศพยัดใส่ถัง แล้วนำดินและปุ๋ยปิดอำพรางวิ่งวนรถหาจุดทิ้งศพ กระทั่งขับไปพบที่เปลี่ยวข้างทางเป็นป่ารกร้างมีทางรถวิ่งเข้าไปถึงเชิงเขา นายปฏิพลและ น.ส.อรช่วยกันยกถังทิ้งป่า จากนั้นนายปฏิพลขับรถไปส่ง น.ส.อรที่ห้องเช่า แล้วขับรถกลับไปที่ จ.ตากภายหลังเกิดเหตุตำรวจตรวจพบว่า ผู้ต้องหาทั้ง 2 คนแชตไลน์คุยกันถึงเรื่องที่ไปก่อเหตุฆ่ายายว่าจะรอดพ้นคดีหรือไม่ เพราะ น.ส.อรจะต้องไปสอบ ขณะเดียวกันนายดำรงค์ผู้เป็นตาโทรศัพท์มาสอบถาม น.ส.อรเรื่องยายเสียชีวิต ทำให้เกิดความเครียดน.ส.อรนั่งรถ บขส.ไปหานายปฏิพลที่ จ.ตาก เพื่อหลบหนีนายปฏิพลไปรับที่สถานีขนส่ง จ.ตาก ทั้งคู่นั่งรถตู้โดยสารไป อ.แม่สอด กระทั่งถูกเจ้าหน้าที่ตั้งด่านตรวจจับกุมต่อมาช่วงสายวันเดียวกัน แม่นายปฏิพลเดินทางมาที่ สภ.เดิมบางนางบวช เพื่อขอพบลูกชายแต่ตำรวจคุมตัวนายปฏิพลไปชี้จุดฆ่า ระหว่างที่รอลูกชายแม่นายปฏิพลเปิดเผยว่าครอบครัวมีอาชีพขายของตามตลาดนัดใน จ.ตาก เมื่อวันที่ 8 ก.พ.ลูกขับรถกระบะคันดังกล่าวออกจากบ้าน บอกว่าจะไปเที่ยวเขื่อนภูมิพล จ.ตาก กระทั่งเมื่อเช้าวันที่ 14ก.พ. ลูกขับรถกลับบ้านทำตัวปกติไม่พบพิรุธ ยังมาขอแม่พาไปซื้อทีวีจอแบน ภายหลังเพิ่งมารู้ว่าลูกไปฆ่าคนตาย เพราะตำรวจมาเอารถกระบะคันที่ลูกชายขับไปก่อเหตุไปตรวจสอบ ไม่อยากเชื่อว่าลูกจะทำได้ขนาดนี้ที่ดูข่าวบอกว่าผู้หญิงทะเลาะกับยายบ่อยครั้งนั้น ตนคิดว่าผู้หญิงเป็นคนชวนไปก่อเหตุด้านนายอุดร แม้นชัยภูมิ ผู้ช่วยนายสถานีรถไฟแก่งคอย เปิดเผยว่า ตนเป็นผู้บังคับบัญชาของนายดำรงค์ ม่ามกระโทก อายุ 55 ปี สามีนางสมศรีพนักงานการเดินรถ 3 ประจำสถานีชุมทางแก่งคอย มีบ้านพักอยู่ใน ต.บ้านป่า อ.แก่งคอย จ.สระบุรีส่วนนางสมศรีไปพักอยู่กับหลานสาวที่ห้องเช่า จ.นครราชสีมา เพราะหลานสาวไปเรียนหนังสือ หลังเกิดเหตุนายดำรงค์ตกเป็นผู้ต้องสงสัยตำรวจคุมตัวไปสอบสวน กระทั่งทราบข่าวว่าหลานสาวและแฟนหนุ่มเป็นคนฆ่า ตนรู้สึกตกใจเพราะนางสมศรีรักหลานสาวคนนี้มากต่อมาเวลา 18.00 น. พ.ต.ท.ชาญ เอี่ยมวิจารณ์ รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.เดิมบางนางบวช จ.สุพรรณบุรี พร้อมด้วยชุดสืบสวนและตำรวจพิสูจน์หลักฐานภาค 3 และ 7 คุมตัวนายปฏิพล จันทรมณฑล อายุ 23 ปี และ น.ส.อร (นามสมมติ) อายุ 17 ปี สองผู้ต้องหาไปที่บ้านเช่า ซอยลำปรุ หลังวัดสมอราย ต.ในเมือง อ.เมืองนครราชสีมา เพื่อชี้จุดเกิดเหตุ มีชาวบ้านจำนวนมากต่างมารอดูหน้าผู้ต้องหาพร้อมด่าสาปแช่ง ตำรวจต้องกั้นพื้นที่ไม่ให้ชาวบ้านเข้าใกล้ห้องที่เกิดเหตุ ขณะที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานเก็บหลักฐานภายในห้อง โดยให้ผู้ต้องหาทั้ง 2 คนอยู่ในรถกระบะ 4 ประตู เพื่อความปลอดภัยหวั่นถูกรุมประชาทัณฑ์ เจ้าหน้าที่ใช้เวลาเก็บหลักฐานร่วม 1 ชม. จากนั้นคุมตัวผู้ต้องหากลับ สภ.เดิมบางนางบวช และในวันที่ 17 ก.พ. ตำรวจจะคุมผู้ต้องหาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ และชี้จุดที่ทิ้งศพต่อไป