ก็เป็นไปตามคาด คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติเอกฉันท์ คงดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 0.50% ต่อปี เพื่อพยุงเศรษฐกิจที่อ่อนแอให้ฟื้นตัว นักวิเคราะห์คาดว่า กนง.อาจต้องตรึงดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 0.50% ตลอดปี 2565 เพื่อพยุงเศรษฐกิจ ท่ามกลางเงินเฟ้อที่พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว จากต้นทุนพลังงานที่เพิ่มขึ้น ค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้น สินค้าอาหารที่เพิ่มขึ้น จนทำให้ อัตราเงินเฟ้อเดือนมกราคม 2565 พุ่งขึ้นไปสูงถึง 3.23% สูงสุดในรอบ 8 เดือน และเพิ่มขึ้นจากเดือนธันวาคมปีที่แล้วถึง 2.17%กระทรวงพาณิชย์ แถลงว่า ปัจจัยหลักของเงินเฟ้อมาจาก สินค้ากลุ่มพลังงานที่เพิ่มขึ้น 19.22% ส่งผลให้เงินเฟ้อเพิ่มขึ้นถึง 2.25% ในขณะที่ สินค้ากลุ่มอาหารที่เพิ่มขึ้น ทำให้ค่าครองชีพของประชาชนสูงขึ้น (แต่รายได้เท่าเดิมหรือต่ำกว่าเดิม)กนง.ระบุว่า อัตราเงินเฟ้อปี 2565 มีแนวโน้มสูงกว่าที่ประเมินไว้ และ อาจสูงกว่ากรอบเป้าหมายในช่วงแรกของปีนี้ จากการปรับขึ้นราคาของสินค้าบางหมวด โดยเฉพาะราคาพลังงานและอาหารสด อาจส่งผ่านต้นทุนด้านการผลิตไปในวงกว้าง แต่เงินเฟ้อด้านอุปสงค์ (กำลังซื้อ) ยังอยู่ในระดับต่ำดังนั้น เงินเฟ้อที่เกิดขึ้นในประเทศไทย จึงเป็น เงินเฟ้อที่อันตราย เป็นเงินเฟ้อที่เกิดจาก ต้นทุนที่เพิ่มขึ้น (Cost Push) ซึ่งเป็น เงินเฟ้อชนิดเลว ทำให้ประชาชนเดือดร้อนทุกหย่อมหญ้า โดยเฉพาะคนยากจน เนื่องจากทำให้ราคาสินค้าและบริการแพงขึ้น แต่รายได้ขั้นต่ำคนไทยไม่ได้เพิ่มขึ้น ไม่ใช่เงินเฟ้อที่เกิดขึ้นจาก กำลังซื้อของประชาชนเพิ่มขึ้น (Demand Pull) เหมือน เงินเฟ้อที่เกิดขึ้นในสหรัฐฯ ทำให้ ธนาคารกลางสหรัฐฯ ต้องเร่ง ขึ้นดอกเบี้ยในปีนี้ 4–7 ครั้ง โดยจะเริ่ม ขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกในเดือนมีนาคม 0.25–0.50% เพื่อลดความร้อนแรงของเงินเฟ้อที่สูงถึง 7% ให้ลดลงมาสู่กรอบเงินเฟ้อ 2%เงินเฟ้อที่เกิดขึ้นในประเทศไทย ทำให้ประชาชนมีความทุกข์ จากค่าครองชีพที่แพงขึ้น น้ำมันที่แพงขึ้น ราคาก๊าซที่แพงขึ้น ค่าไฟฟ้าที่แพงขึ้น ราคาสินค้าที่แพงขึ้น แต่ค่าแรงขั้นต่ำไม่เพิ่มขึ้น รัฐบาลไร้ประสิทธิภาพแก้ปัญหาไม่ได้ แต่เงินเฟ้อที่เกิดขึ้นในสหรัฐฯ เป็นเงินเฟ้อที่ประชาชนชาวอเมริกันมีความสุข เป็นเงินเฟ้อที่เกิดจาก กำลังซื้อชาวอเมริกันที่เพิ่มขึ้น จากรายได้ค่าแรงขั้นต่ำที่เพิ่มขึ้น จนสินค้าขาดแคลนต้องขึ้นราคาทำให้เงินเฟ้อกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ แถลงว่า ปี 2021 สหรัฐฯขาดดุลการค้าเพิ่มขึ้นถึง 27% แตะระดับสถิติใหม่ที่ 859,100 ล้านดอลลาร์ หรือกว่า 28 ล้านล้านบาท จากการนำเข้าสินค้าเพิ่มขึ้นตามความต้องการของผู้บริโภคและธุรกิจต่างๆ เศรษฐกิจสหรัฐฯกำลังเติบโตร้อนแรงจากกำลังซื้อของชาวอเมริกัน จีดีพีสหรัฐฯ ไตรมาส 4 ปี 2564 เติบโตเพิ่มขึ้นถึง 6.9%สาเหตุที่ จีดีพีสหรัฐฯเติบโตร้อนแรง ชาวอเมริกันร่ำรวยมากขึ้น สวนกระแส การแพร่ระบาดของโควิด–19 ที่ยังระบาดอย่างหนัก ก็เพราะ นักการเมืองเขารักษาคำพูด ไม่เหมือน นักการเมืองไทยที่ พูดอย่าง ทำอีกอย่าง และ ไม่รักษาคำพูด โกหกหน้าไม่อายโจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐฯ หาเสียงว่าจะขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ เมื่อได้เป็นประธานาธิบดี เขาทำจริงตามที่พูด ออกคำสั่งขึ้นค่าแรงขั้นต่ำเป็น 15 เหรียญสหรัฐฯต่อชั่วโมง จากเดิม 10.95 เหรียญต่อชั่วโมง ภายใน 100 วันแรกที่รับตำแหน่ง ไม่ใช่ยื้อจนจะครบเทอมอยู่แล้วยังทำไม่รู้ไม่ชี้ ผู้นำสหรัฐฯสั่งขึ้นค่าแรงขั้นต่ำกับลูกจ้างรัฐทั้งหมด แต่ ส่งผลให้เอกชนต้องขึ้นค่าแรงขั้นต่ำเป็น 15 เหรียญต่อชั่วโมงไปด้วย ทำให้มีกำลังซื้อเพิ่มขึ้นมหาศาลทั่วประเทศ ส่งผลให้เศรษฐกิจสหรัฐฯเติบโตอย่างร้อนแรงทั้งที่มีโรคระบาดผมก็เก็บเอามาเล่าสู่กันฟังครับ ผู้นำเก่งที่รักษาคำพูด กับ ผู้นำไม่เก่งและไม่รักษาคำพูด ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนและเศรษฐกิจของประเทศอย่างไร.“ลม เปลี่ยนทิศ”