ชาวไทยเชื้อสายจีนออกจับจ่าย ซื้อของไหว้เจ้าเทศกาลตรุษจีน อย่างเนืองแน่นสร้างความคึกคักให้ตลาดต่างๆ หลังจากอยู่ในภาวะซบเซาเพราะพิษโควิดและราคาหมูแพง ตลาดเยาวราช คนแห่ซื้อของเซ่นไหว้มากกว่าทุกปี ขณะที่ตลาดวโรรสคนแห่ซื้อของไหว้แบบจัดเต็ม หวังบรรพบุรุษอวยพรให้ทำมาค้าขึ้น ส่วนพ่อค้าแม่ค้าแต่งชุดแดง สวมกี่เพ้าเข้าบรรยากาศ ที่กำแพงเพชรคนแห่เลือกซื้อของไหว้มากกว่าปีก่อนๆ เพราะอ้อยและมันสำปะหลังราคาดีทำให้มีกำลังซื้อ ส่วนสงขลา ภูเก็ต ค่อนข้างกร่อย คนซื้อของลดลงเพราะพิษเศรษฐกิจ “สวนดุสิตโพล” เผยผลสำรวจความคิดเห็นกรณีการใช้ชีวิตของคนไทยในยุคข้าวของแพง ระบุเนื้อหมูแพงกว่าปกติ รองลงมาคือข้าวแกง อาหารตามสั่ง ส่วนการแก้ปัญหาอยากให้รัฐบาลพูดความจริง ไม่ปิดบังข้อมูล และให้ตรึงราคา บรรยากาศการจับจ่ายซื้อของเซ่นไหว้เทศกาลตรุษจีนเป็นไปอย่างคึกคัก โดยเมื่อวันที่ 30 ม.ค. เป็น วันจ่ายช่วงเทศกาลตรุษจีน ที่ตลาดเก่าเยาวราช กรุงเทพฯ ชาวไทยเชื้อสายจีนต่างออกมาซื้อเครื่องเซ่นไหว้รวมถึงของที่จะใช้ในการไหว้เจ้าต่างๆในปีนี้ โดยราคาไก่ต้มสำหรับไหว้เจ้า ไก่บ้านเฉลี่ยตัวละ 500-600 บาทแล้วแต่ขนาด หากเป็นไก่เนื้อราคาตัวละ 300 บาท เป็ดพะโล้ตัวละ 450 บาท หมูต้มชิ้นละ 250 บาท แม่ค้ายอมรับว่า ลดขนาดหมูลงเพื่อให้ยังขายได้ในราคาเดิม ที่ชิ้นละ 200-250 บาท ขนมเข่งเฉลี่ยคู่ละ 25-35 บาท ขนมเทียนลูกละ 8-10 บาท ขนมปุยฝ้ายขายชิ้นละ 50 บาท แอปเปิ้ล สาลี่ผลใหญ่ขายคู่ละ 90 บาท และส้มไหว้เจ้า ซึ่งส่วนใหญ่เป็นส้มนำเข้ากิโลกรัมละ 150 บาทนอกจากนี้ ยังมีคนเดินทางมาเลือกซื้อของ สำหรับทำพิธีกงเต๊กในหลากหลายรูปแบบ เช่น เสื้อผ้า กระดาษเงินกระดาษทอง หรือแม้แต่สินค้าแบรนด์เนมที่ถูกทำในรูปแบบกระดาษก็มี เพื่อให้ลูกหลานเลือกเผาส่งไปให้บรรพบุรุษผู้ล่วงลับ รวมถึงเลือกซื้อเสื้อผ้าสีแดงไว้ใส่ในช่วงเทศกาล และซองเพื่อใส่อั่งเปามอบให้กับลูกหลานเป็นขวัญถุงเพื่อความสิริมงคลของผู้รับเป็นจำนวนมากอีกด้วย พ่อค้าแม่ค้าในตลาดส่วนใหญ่บอกว่า บรรยากาศคนมาเดินซื้อของในช่วงก่อนวันไหว้ปีนี้ถือว่าคึกคักกว่าปีที่แล้ว เนื่องจากปีนี้วันไหว้เทศกาลตรุษจีนตรงกับวันจันทร์ เป็นวันทำงาน หลายคนไม่สามารถลางานได้จึงมาซื้อของไหว้เพื่อนำไปไหว้เจ้าก่อนถึงวันจริง ตลอดสัปดาห์จึงมีคนมาเดินซื้อสินค้าเยอะขึ้นที่ตลาดเทศบาลเมืองราชบุรี อ.เมืองราชบุรี ประชาชนออกไปจับจ่ายซื้อของไหว้เจ้า ไหว้บรรพบุรุษอย่างคึกคัก ของเซ่นไหว้เกือบทุกชนิดปรับราคาเพิ่มขึ้น อาทิ หมูสามชั้นต้ม กก.ละ 300 บาท จากเดิม 250 บาท ไก่ต้มเพิ่มตัวละ 20-40 บาท ขนมเข่งเพิ่มจาก กก.ละ 100 บาท เป็น 120 บาท แม้กระทั่งกระดาษไหว้เจ้าก็ขึ้นราคา คนขายอ้างสาเหตุจากค่าขนส่งแพง ส่วนผักแม้จะราคาสูงขึ้นแต่ไม่มากนักเหมือนช่วงตรุษจีนที่ผ่านมา ทำให้การซื้อขายผักเป็นไปอย่างคล่องตัว ที่ตลาดวโรรส อ.เมืองเชียงใหม่ มีประชาชนมาจับจ่ายหาซื้อของไหว้เจ้า หมู เป็ด ไก่ ขนมเข่ง ขนมถ้วยฟู และขนมเทียนกันอย่างคึกคัก แม้เศรษฐกิจไม่ดี แต่เมื่อถึงช่วงเทศกาลตรุษจีน ต้องจัดเต็มของเซ่นไหว้ เพื่อเคารพบรรพบุรุษตามประเพณี บรรพบุรุษจะได้อวยพรให้ทำมาค้าขายขึ้นประสบความสำเร็จตลอดทั้งปีขาลนี้ ขณะที่บรรดาพ่อค้าแม่ค้าเกาะกระแสเทศกาลตรุษจีน แต่งกายด้วยชุดสีแดงและกี่เพ้า เข้ากับบรรยากาศและเป็นการสร้างสีสันในช่วงเทศกาลตรุษจีนที่ตลาดสดศูนย์การค้ากำแพงเพชร อ.เมืองกำแพงเพชร นายบรมัตถุ พงษ์เยี่ยม พาณิชย์จังหวัดกำแพงเพชร พร้อมนายสิทธิชัย สุขโรจน์ เจ้าของตลาด ออกตรวจดูราคาสินค้าในวันจ่ายตรุษจีน พร้อมแจกคูปองส่วนลด 40 บาทให้ผู้เลือกซื้อหมูนำไปเซ่นไหว้ด้วย บรรยากาศการจับจ่ายของไหว้เจ้าเป็นไปอย่างคึกคัก เป็ด ไก่ต้มยังราคาเท่าปีที่แล้ว ส่วนหมูช่วงต้มเดิมขายชิ้นละ 180 บาท เพิ่มเป็นชิ้นละ 200 บาท เนื่องจากหมูแพง ส่วนขนมไหว้ และผลไม้ราคาเพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่อาหารทะเลราคาเพิ่มกว่าเดิมถึงร้อยละ 20-30 ผู้ขายอ้างต้นทุนสูงขึ้นเนื่องจากน้ำมันแพง สาเหตุที่การซื้อหาของไหว้เจ้าปีนี้คึกคักสวนภาวะเศรษฐกิจ น่าจะเป็นเพราะพืชผลการเกษตร เช่น อ้อย และมันสำปะหลังราคาดี ทำให้ประชาชนมีแรงซื้อมากขึ้นจ.นครสวรรค์ ตลาดสดเทศบาลนครนครสวรรค์ คึกคักมากกว่าช่วงที่ผ่านมา แต่การจับจ่ายซื้อของเซ่นไหว้ยังน้อยกว่าช่วงตรุษจีนของปีก่อนๆ เนื่องจากสถานการณ์โควิด ทำให้ประชาชนต้องระมัดระวังในการใช้จ่ายมากขึ้น โดยเตรียมไหว้เจ้าตามความจำเป็น ราคาของไหว้ไม่ได้สูงกว่าปกติมากนัก ไก่ต้ม ตัวละ 180 บาท เป็ดพะโล้ตัวละ 350 บาท หมูช่วงต้มชิ้นละ 160 บาท ส่วนผลไม้มงคลที่นิยมในการไหว้เจ้า ส้มสายน้ำผึ้งราคา กก.ละ 45-60 บาท กล้วยหอมราคาเพิ่มขึ้นหวีละ 10-20 บาทจ.นครราชสีมา ที่ตลาดใหม่แม่กิมเฮง อ.เมืองนครราชสีมา ชาวไทยเชื้อสายจีนต่างพากันออกมาเลือกซื้อของเซ่นไหว้จำนวนมาก ทั้งกระดาษไหว้ ในรูปแบบคฤหาสน์หรู คอนโดมิเนียม ไอโฟน รวมถึงพาสปอร์ตท่องเที่ยวทั่วโลกทั่วพิภพ รวมทั้งขนมเทียน ขนมเข่ง หมู เป็ด ไก่ และผลไม้สด ส่วนใหญ่ไม่ได้ปรับราคาขึ้น อาทิ หมูสำหรับไหว้ กก.ละ 250 บาท ไก่บ้านต้มตัวละ 250 บาท ไก่พันธุ์ต้มตัวละ 150 บาท เป็ดตัวละ 300 บาท ส่วนร้านขายทองรูปพรรณ มีครอบครัวคนไทยเชื้อสายจีนมาเลือกซื้อทองคำเป็นอั่งเปาแจกลูกหลานและผู้สูงอายุ แต่ไม่คึกคักเท่าปีที่ผ่านมา ที่ตลาดสดเทศบาล 1 ถนนระนอง อ.เมืองภูเก็ต มีพ่อค้าแม่ค้านำของไหว้ในเทศกาลตรุษจีนมาวางจำหน่ายเหมือนทุกปี เช่น ไก่ต้ม เป็ดต้ม ขนมไหว้ชนิดต่างๆ แต่บรรยากาศการซื้อของไหว้ในวันจ่ายเป็นไปด้วยความเงียบเหงา มีคนไทยเชื้อสายจีนฮกเกี้ยน แต้จิ๋วออกมาซื้อหาของไหว้บางตา ส่วนใหญ่ลดจำนวนของไหว้ลง เนื่องจากเศรษฐกิจหลักของภูเก็ตด้านการท่องเที่ยวยังไม่ฟื้นตัวเท่าที่ควร รายได้ต่อครัวเรือนลดลง ส่งผลให้การซื้อของไหว้ในเทศกาลตรุษจีนลดลงเช่นเดียวกัน โดยเน้นเฉพาะของไหว้หลักที่จำเป็นต้องใช้เท่านั้นจ.สงขลา ชาวไทยเชื้อสายจีนออกไปซื้อของเซ่นไหว้ตามตลาดสดอย่างเนืองแน่น ตลาดทรัพย์สินพลาซ่า ในเมืองสงขลา ประชาชนออกมาซื้อไก่ หมู ตลอดทั้งวัน ราคาปรับขึ้นกิโลกรัมละ 10 บาทรวด ไก่พื้นเมือง กก.ละ 170 บาท ไก่เนื้อ กก.ละ85บาท หมูสามชั้นปรับขึ้นเป็น กก.ละ 220 บาท หัวหมูต้มสุกเพิ่มค่าต้ม 50 บาท เฉลี่ยอยู่ที่หัวละ 650 บาทส่วนผักผลไม้ราคายังทรงตัว ส่วนขนมเทียน ขนมเข่งราคายืนเท่าปีที่ผ่านมา ขณะที่ร้านขายเครื่องประดับมงคล เครื่องประดับบ้าน สิ่งของประกอบการไหว้เจ้า มีลูกค้าอุดหนุนเนืองแน่น นายธนพงศ์ ชัยหิรัญวงศ์ เจ้าของร้านบุญมาพานิช กล่าวว่า ปีนี้ยอดขายสิ่งของมงคลประดับบ้านลดลงกว่าปีที่แล้ว เพราะภาวะเศรษฐกิจไม่ดี ส่วนราคาสินค้ายังคงเดิมขณะที่สวนดุสิตโพลเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนต่อกรณีการใช้ชีวิตของคนไทยในยุคข้าวของแพง กลุ่มตัวอย่างจำนวน 1,383 คน สำรวจระหว่างวันที่ 24-27 มกราคม 2565 พบว่าสินค้าที่พบเห็นหรือซื้อแพงกว่าปกติ อันดับ 1 คือ เนื้อหมู ร้อยละ 92.75 รองลงมาคือ ข้าวแกง กับข้าวถุง อาหารตามสั่ง ร้อยละ 72.44 สาเหตุที่ทำให้สินค้าแพง คือ เกิดโรคระบาดในสัตว์ ร้อยละ 65.02 มีการกักตุนและปั่นราคาสินค้า ร้อยละ 64.22 ประชาชนแก้ปัญหาด้วยการควบคุมการใช้จ่าย ประหยัด ร้อยละ 77.20 รองลงมาคือ ใช้สินค้าชนิดนั้นลดลง ร้อยละ 66.67 อยากให้รัฐบาลพูดความจริง ไม่ปิดบังข้อมูล ร้อยละ 58.99 ตรึงราคา ร้อยละ 58.27 หน่วยงานที่ควรเข้ามาแก้ปัญหาสินค้าแพง คือกระทรวงพาณิชย์ ร้อยละ79.60 ประชาชนไม่ค่อยเชื่อมั่นในการแก้ปัญหาสินค้าแพงของรัฐบาล ร้อยละ 47.27 ไม่เชื่อมั่น ร้อยละ 35.42 ภาพรวมประชาชนคาดว่าจะแบกรับภาระราคาสินค้าแพงไปได้อีกประมาณไม่เกิน 3เดือน ร้อยละ 34.93 ไม่เกิน 6 เดือน ร้อยละ 28.53 ไม่เกิน 1 เดือนร้อยละ 18.56 และมากกว่า 6 เดือนร้อยละ 17.98