วิกฤติการแพร่ของเชื้อไวรัสไข้หวัดโควิด-19 ก้าวกลืนโลกสู่ปีที่ 3 พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก.ประเมินสถานการณ์จะส่งผลกระทบต่ออาชญากรรมในปี 2565 โดยเฉพาะปัญหาอาชญากรรมประเภทไซเบอร์ รวมถึงอาชญากรรมที่เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์แม้เดิมทีดูเหมือนจะเป็นภัยยังห่างไกลตัวคนทั่วไป ช่วงแรกอาจไม่คุ้นชินด้วยซ้ำกับคำว่า แฮกเกอร์ สปายแวร์ มัลแวร์ หรือดาร์กเว็บปัจจุบันกลับได้ยินข่าวเกี่ยวกับคดีอาชญากรรมประเภทนี้เพิ่มมากขึ้น เช่น การขโมยข้อมูลส่วนตัวในคอมพิวเตอร์ การเรียกค่าไถ่ข้อมูล การใช้เทคโนโลยีการสื่อสารมาช่วยในการก่ออาชญากรรมได้ง่าย อาทิ คดีโรแมนซ์สแกม คดีแชร์ลูกโซ่ หลอกร่วมลงทุนทางออนไลน์ คดีแนวการลวงเอาข้อมูลส่วนตัว ข้อมูลการเงิน คดีประเภทปฏิบัติการจิตวิทยาบนสื่อออนไลน์ทุกคนมีโอกาสเสี่ยงที่จะตกเป็นเหยื่อง่ายมากขึ้น กระทั่งเป็น “ภัยใกล้ตัว” ที่ไม่อาจมองข้าม“แทบทุกคนมีโทรศัพท์ และใช้งานอินเตอร์เน็ต มีคอมพิวเตอร์ใช้งาน ยิ่งด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดยังเป็นตัวผลักดันให้ทำงานอยู่บ้าน หรือ Work from home มีการสั่งสินค้าทางออนไลน์ เพื่อลดความเสี่ยงจากการติดเชื้อ” พล.ต.ท.จิรภพให้ทัศนะกลายเป็นการเพิ่มช่องทางในการก่อคดีคนร้ายไปโดยปริยายตำรวจต้องปรับเปลี่ยนให้รู้เท่าทัน อาชญากรรมไซเบอร์ เพื่อเผชิญความท้าทายใหม่ถึงความซับซ้อนในรูปแบบวิธีและพฤติการณ์ในการกระทำความผิดโครงการนักสืบ 5 G ของ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ที่มี พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. อยู่ในคณะทำงาน “ครูพี่เลี้ยง” ถึงพยายามติวเข้ม “ตำรวจต้นแบบ” ตามดักหน้าดักหลัง กวาดล้างอาชญากรประเภทที่ว่าให้เร็วที่สุดกำจัดเงาร้ายแฝงกายตามติดตัวสุจริตชนบนโลกอินเตอร์เน็ต.สหบาท