เมื่อวานนี้ผมเขียนต้นฉบับล่วงหน้าทิ้งไว้ เล่าให้ท่านผู้อ่านทราบว่า ในวันขึ้นปีใหม่ผมวางแผนว่าจะไปไหว้พระ 9 วัดในปีนี้อย่างไร และที่ไหนบ้างข้อใหญ่ใจความก็คือ ผมจะใช้วิธีให้ลูกๆขับรถผ่านหน้าวัดในเกาะรัตนโกสินทร์และรอบๆแล้วก็ยกมือไหว้อธิษฐานขอพรจากบนรถ โดยไม่ลงมาเบียดเสียดผู้คนเหมือนปีก่อนๆเพื่อรักษาระยะห่างทางสังคมตามที่ ศบค.ท่านขอความร่วมมืออีกครั้ง เนื่องในโอกาสที่โควิดกลายพันธุ์ “โอมิครอน” กำลังระบาดหนักทั่วโลก และเริ่มพบผู้ติดเชื้อในบ้านเราแล้วนับพันรายวันนี้ผมขออนุญาตเล่าต่อนะครับ เพื่อบันทึกไว้เป็นส่วนหนึ่งของเกร็ดประวัติศาสตร์เล็กๆ ว่าบรรยากาศวันขึ้นปีใหม่ของปี “เสือดุ” 2565 และการตระเวน “ไหว้พระ” บนรถของผมกับครอบครัวเป็นอย่างไรบ้างขอย้อนหลังไปตั้งแต่คืนวันที่ 31 ธันวาคม 2564 ว่าด้วยบรรยากาศ “เคาต์ดาวน์” ทั่วประเทศที่มีการถ่ายทอดสดมาให้ดูทางโทรทัศน์ทุกช่องต้องยกนิ้วให้ในความใจสู้ ความไม่ท้อแท้ของแต่ละจังหวัดที่พยายามจะจัดงานอย่างยิ่งใหญ่เท่าที่จะจัดได้ด้วยความระมัดระวังทุกแห่งทุกที่มีความสวยงาม มีแสงสีเสียงละลานตา มีผู้คนไปร่วมไม่มากเกินไป ไม่น้อยเกินไป เพราะส่วนใหญ่มีการจำกัดจำนวนล่วงหน้าไว้แล้วแต่ถ้าจะถามผมว่าที่ไหนจัดได้สวยงามและยิ่งใหญ่ที่สุด? ผมขอโหวตให้ “ไอคอนสยาม” ริมฝั่งเจ้าพระยาครับ...งดงามจับใจ และหากเผยแพร่ออกไปทั่วโลก ผมก็เชื่อว่าน่าจะได้รับความนิยมชมชอบของชาวโลกอยู่ในระดับต้นๆแน่นอน สำหรับการตระเวนไหว้พระของผมในวันรุ่งขึ้น แม้จะออกมาช่วงบ่ายๆเกือบ 2 โมงแล้วก็พบว่า พี่น้องประชาชนไปไหว้อย่างหนาแน่นทุกวัดโดยเฉพาะวัด พระศรีรัตนศาสดาราม หรือวัด พระแก้ว นั้น เพื่อนๆผมส่งไลน์ ส่งเฟซมาตั้งแต่สายๆแล้วว่า ผู้คนแน่นมาก...แน่นอย่างคาดไม่ถึงเลยทีเดียวก็ปรากฏว่าแน่นจริงๆครับ แม้ในช่วงบ่ายที่ผมผ่านไปก็พบว่ารถจอดเต็มสนามหลวง ผู้คนเดินเข้าออกประตูวังและประตูวัดตลอดจนบริเวณรอบๆแน่นไปหมดศาลหลักเมือง ก็แน่นมาก...วัดพระเชตุพนฯ ถัดไปหน่อยก็แน่นจนล้นออกมาเต็มถนนรอบๆจำได้ว่าปีกลาย...รถของเราไหลลื่นไปง่ายกว่านี้ แต่ปีนี้ติดตลอด...ติดมาจนถึง วัดราชบพิธ และ วัดสุทัศน์ฯ ในช่วงที่เราย้อนกลับมาผมก็เดาว่าคงเป็นเพราะ...ความทุกข์ยากและความเดือดร้อนอันแสนสาหัสที่มีผลกระทบต่อพี่น้องชาวไทยหลายสิบล้านคนตลอด 2 ปีที่แล้ว คงจะทำให้พี่น้องหันเข้าหาที่พึ่งทางใจมากขึ้นเพื่อขอพรและขอกำลังใจจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในการที่จะสู้กับปี “เสือดุ” ที่เราได้รับคำขู่ขวัญล่วงหน้าไว้ว่า อาจจะดุกว่าปีที่ผ่านๆมาสำหรับผมเมื่อตระเวนไหว้ครบตามที่ตั้งใจไว้แล้ว ก่อนกลับบ้านตัดสินใจแวะห้างบนทางผ่านเพื่อหาอาหารเย็นรับประทานก็พบอีกว่าผู้คนแน่นห้างพอสมควร อาจไม่ถึงกับแน่นมาก แต่ก็หนาตาว่าอย่างนั้นเถอะ โดยเฉพาะหน้าร้านสินค้า “แบรนด์เนม” ผู้คนแน่นมาก เข้าคิวซื้อและหิ้วของพะรุงพะรังอย่างเหลือเชื่อแสดงว่าคนไทยเรากลุ่มหนึ่งยังมีเงินทองอยู่พอสมควรและยังจับจ่ายอยู่พอสมควร...ผมภาวนาขอให้ท่านเหล่านี้จ่ายเงินต่อและหันมาจ่ายซื้อสินค้า “โอทอป” บ้างสินค้า “แบรนด์เนม” หลายยี่ห้อที่ท่านหิ้วพะรุงพะรังที่ผมพบเห็นเมื่อวันขึ้นปีใหม่อาจช่วยต่อชีวิตคนไทยในชนบทได้อีกหลายๆชีวิตผมกลับถึงบ้านทันเวลา 1 ทุ่มครึ่งตามที่ตั้งเป้าหมายไว้ และได้มี โอกาสเป็นสักขีพยานและตักตวงความสุขหน้าจอช่อง 7 สี สำหรับชัยชนะได้ “แชมป์อาเซียน” อีกครั้งของทีมฟุตบอลไทย...สรุปว่าวันที่ 1 มกราคม 2565 ขึ้นปีใหม่ปีนี้มีสัญญาณดีๆหลายอย่างนะครับ...พลุสวย, คนไหว้พระแน่น, ห้างแน่น, แบรนด์เนมขายดีและฟุตบอลไทยได้แชมป์อาเซียน และ ฯลฯถือว่าคนไทยได้อัดฉีดกำลังใจกันทั่วหน้าแล้ว...มาเลยปีเสือดุ...คนไทยพร้อมสู้...ถึงไหนถึงกันซีน่ะ!“ซูม”