ข้อเขียนชิ้นนี้เป็นข้อเขียนส่งท้ายสำหรับปี 2564 สำหรับผมแล้วครับ เพราะพรุ่งนี้ 31 ธันวาคม “วันส่งท้ายปีเก่า” และมะรืนนี้ก็จะเป็นวันขึ้นปีใหม่ 2565 หนังสือพิมพ์ไทยรัฐจะเป็น “ฉบับพิเศษ” ไม่มีคอลัมน์ “เหะหะพาที” รวมทั้งสิ้น 2 วันกำลังนั่งนึกว่าจะเขียนอะไรดีหนอ ที่อ่านแล้วทำให้มีความสุขความสดชื่นขึ้นมาบ้าง หลังจากที่ห่อเหี่ยวกันมาตลอดทั้งปีพลันสายตาก็เหลือบไปเห็นพาดหัวยักษ์ของหน้าข่าวกีฬา “ไทยรัฐ” ซึ่งมีใจความว่า “ช้างศึกสมหวังผงาดชิงบอลซูซูกิคัพ”ต่ำลงมาหน่อยและตัวอักษรเล็กหน่อย พาดหัวรองด้วยข้อความว่า “เสมอญวน 0-0, สกอร์รวม 2-0, ดวลอิเหนา, 29 ธ.ค. 19.30 น.”ผมดีดมือเปาะทันทีได้เรื่องเขียนแล้วละเพราะนี่คือหัวข่าวที่ผมเชื่อว่าคนไทยทั้งประเทศอ่านแล้ว “มีความสุข” มากที่สุดข่าวหนึ่งในรอบปีเพราะอ่านแล้วทำให้ทราบว่าทีมฟุตบอลไทยของเราสามารถเอาชนะคู่แข่งขันในรอบรองชนะเลิศ ลอยลำเข้าไปชิงชนะเลิศฟุตบอลระดับ “อาเซียน” ได้สำเร็จแล้ว หลังจากที่ต้องรอคอยมาถึง 5 ปีที่สำคัญคู่แข่งขันที่เราเอาชนะได้ในรอบนี้ก็คือ “เวียดนาม” ซึ่งไม่ใช่เพียงแต่เป็นคู่แข่งขันด้านฟุตบอลเท่านั้นล่าสุดยังเป็นคู่แข่งด้านเศรษฐกิจอีกด้วย...แข่งกันด้วยสินค้าหลายๆอย่าง หลายๆประเภท ทั้งด้านอุตสาหกรรม และเกษตรกรรมรวมทั้ง “อัตราความเจริญเติบโต” โดยรวมหลังจากที่เคยเป็นคู่แข่งด้านการเมืองกันมายาวนานในประวัติศาสตร์ เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายต่อกันสลับกันมาตลอด...เพิ่งจะมารักกันพอสมควรในช่วงหลังๆนี้เอาชนะทีมฟุตบอลประเทศอื่นได้ แม้คนไทยจะดีใจ แต่ก็คงไม่มากเท่ากับสามารถเอาชนะเวียดนามได้...ว่างั้นเถอะจากนั้นก็จะไปสู่ขั้นตอนที่สำคัญที่สุดของการเตะฟุตบอลเพื่อความเป็น “ราชา” แห่ง “อาเซียน” ครั้งนี้ ได้แก่การแข่งขัน “ชิงชนะเลิศ” กับนักเตะอิเหนา อินโดนีเซียนัดแรกผ่านไปแล้วเมื่อวาน (พุธที่ 29 ธันวาคม) ท่านที่อ่าน ไทยรัฐ กรอบเช้าประจำวันน่าจะทราบผลแล้วว่าใครชนะ? และชนะมากน้อยแค่ไหน?ผมหวังว่าทีมช้างศึกเราน่าจะชนะตุนคะแนนไว้ก่อน และหากจะแพ้ก็อย่าให้เยอะนักเพื่อหาโอกาสแก้มือในการแข่งขันครั้งที่ 2 วันที่ 1 มกราคม 2565 เวลา 19.30 น. ณ สนามกีฬาแห่งชาติสิงคโปร์ สมรภูมิเดิมแม้เราจะประมาทอินโดนีเซียไม่ได้เลย และก็ไม่ควรประมาทเขาด้วย...แต่ผมที่นั่งดูเกมมาตลอดค่อนข้างเชื่อว่าทีมไทยเราน่าจะชนะ ทีมอิเหนาคว้าแชมป์มาครองได้สำเร็จอย่าลืมส่งใจไปช่วยเชียร์น้องๆทุกคนล่วงหน้าข้ามปีกันด้วยล่ะ ทั้งหลายทั้งปวงที่ทำให้เราบังเกิดความสุขกันได้อย่างเต็มที่ ณ จุดนี้ ผมขอยกให้เป็นผลงานของ “มาดามแป้ง” คุณ นวลพรรณ ลํ่าซํา ในฐานะผู้จัดการทีมผมมีโอกาสดูคลิปที่เธอยืนตระหง่านกล่าวปราศรัย “ปลุกใจ” นักเตะไทยก่อนลงสนามพบทีมเวียดนามแล้วยกนิ้วโป้ง 2 นิ้ว จากทั้ง 2 มือให้เธอเลยครับเธอกล่าวตอนหนึ่งว่า “วิกฤติฟุตบอล ที่เราเผชิญอยู่จะหายไปทันทีถ้าเราชนะวันนี้ และชนะไปเรื่อยๆจนถึงคว้าแชมป์มาครองได้สำเร็จ”ผมเห็นด้วยว่าแชมป์ซูซูกิคัพจะแก้วิกฤติฟุตบอลได้ในทันที...หรือแม้แต่ชัยชนะ เวียดนาม ในรอบรองชนะเลิศเนี่ย ผมก็เห็นว่าแก้ไปได้กว่าครึ่งแล้วด้วยซํ้าไม่เพียงแต่วิกฤติฟุตบอลเท่านั้น...ผมว่าวิกฤติอื่นๆก็จะพลอยบรรเทาเบาบางลงไปด้วยเป็นอันมากถ้าเราได้แชมป์ฟุตบอลอาเซียนครั้งนี้ขอยกให้มาดามแป้งเป็น “ผู้หญิงแห่งปี” ของปี 2564 นะครับ และหากช้างศึกพิชิตอินโดนีเซียสำเร็จในวันที่ 1 มกราคม 2565 ก็ขอเลื่อนชั้นให้เป็น “บุคคลแห่งปี” ได้คะแนนเหนือทั้งผู้หญิงและผู้ชายทุกๆคนในประเทศล่วงหน้าเอาไว้เลยลาก่อน 2564 และสวัสดี 2565 อย่าลืมส่งใจไปเชียร์นักเตะไทย และรอรับของขวัญชิ้นใหญ่จากมาดามแป้งกันนะครับ.“ซูม”