เปิดเรื่องซีนแรกมาก็ลิเกเกรอะกรังอลังการ ประดิษฐ์ประดอยฉากจนหลอกใจหลอนตา นางร้าย-นางอิจฉาออกมาเชิดหน้าชูคอคางคกขึ้นวอตระหง่าน “ปานวาด เหมมณี”เหมือนชะนีชราอาละวาดจอแทบพังพินาศมา 9 ปี สาดใส่ความเว่อร์วังพลังร้ายราวมรสุมขุมโลกันตร์ มาฟันฟาดใครต่อใครไม่มียั้ง โอเว่อร์โอวังเกินยั้งเกินยับทุกเบอร์เป็น “ขนบแอ็กติ้ง” ของนางร้ายหนังไทยเมื่อกว่า 50 ปีที่ล่วงเลย ยั่งยืนยาวนานถึงยุคดาวพระศุกร์ยุคบ้านทรายทองยุคสุวัจนี ก็ไม่มีทีท่าจะแปรเปลี่ยนหมดไปเสียทีเนื้อเรื่อง–รูปแบบการนำเสนอโชยฟุ้งจรุงจิตริษยาอาฆาตแค้น บทฯประดักประเดิดขาดๆเกินๆ ไม่อยู่กับร่องกับรอยทั้งบทประพันธ์ของ “ร่มเกศ”, บทโทรทัศน์ของพิมพ์มาดากับอีก 5 ชีวิตแท็กทีมกันบดขยี้บท ผนึกกำลังกับผู้กำกับฯ “วรฐคงคาลัย” รังสรรค์สร้างให้ออกมาเป็นละครไทย “อัครอภิมหาเมลโลดราเม่า” (ดราม่า+น้ำเน่า) สุดกู่กลับไม่น่าเชื่อว่าช่องวันอันสุดทันและสุดล้ำสมัย ยังนิยมนำเอาเรื่องราวประโลมย์โลกล้าหลังแบบนี้มารังสรรค์สร้าง ทั้งที่มีซีรีส์ล้ำๆออกมานำเสนอกันมากแล้วสงสารจับใจ นักแสดงเจนฯใหม่อย่าง “ทอย-ปฐมพงศ์-นิว-ฐิติภูมิ” ต้องถูกดูดกลืนดึงมาหมักหมมจมปลักกับละครแนวนางร้ายสุดแสนน่าสะอิดสะเอียนเช่นนี้ปานวาด เหมมณี ไม่ได้มีการเรียนรู้เทคนิคใหม่ๆใดๆในการแสดงที่มีรูปแบบเป็นสากล ว่าเขาพากันพัฒนาเดินทางไปถึงไหนๆกันแล้ว ยังจกจิกตาลุกถลนแทบหล่นออกมาจากเบ้าโลเกชันย้อนยุคที่ซ้ำแล้วซ้ำเล่ากับทุกเรื่องในแนวพีเรียดใกล้เคียงกัน ดูน่าเบื่อหน่ายเสียเต็มประดาดารา-นักแสดงรุ่นกลางเก่ากลางใหม่อย่างปราบ-ยุทธพิชัย, น็อต-วรฤทธิ์, เต๋า-สโรชา, เคลลี่-ธนพัฒน์ ดับสนิทนิทรารมณ์กลาง “เวรวาดซะหนา” มาแทน “วานวาสนา” อย่างน่าอเนจอนาถที่สุดครับ.“ดร.ศาสตร์ธนิก จุลมณี”‘‘แจ๋วริมจอ’’jaewrimjor@gmail.com