“สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา” หรือ “สมศ.” เปิดข้อมูลผลการประเมินคุณภาพภายนอกในรอบปีงบประมาณ พ.ศ.2564 ประเมินเสร็จสิ้นแล้ว 21,277 แห่ง ซึ่งเกินกว่าเป้าหมายที่ตั้งเป้าไว้จากเดิม 17,000 แห่ง...ถึง 20%น่าสนใจว่า...การประเมินปีนี้พบว่า สถานศึกษาส่วนใหญ่กว่า 85% มีผลการประเมินตามมาตรฐานอยู่ในระดับ “ดี” ทั้ง 3 ด้าน คือ หนึ่ง...คุณภาพของเด็ก...ผู้เรียน สอง...การบริหารและการจัดการ สาม...การจัดประสบการณ์ หรือการจัดการเรียนการสอนที่เน้นเด็ก...ผู้เรียนเป็นสำคัญเกือบทั้งหมดพึงพอใจกับคุณภาพของผู้ประเมินและเทคโนโลยีที่ใช้ในการประเมินคุณภาพภายนอก ดร.นันทา หงวนตัด รักษาการผู้อำนวยการ สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) ย้ำว่า การประเมินคุณภาพภายนอกในรอบปีงบประมาณ พ.ศ.2564 ข้างต้นนี้ เราประเมินภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ด้วยรูปแบบการประเมินแบบออนไลน์ 100%เมื่อแบ่ง “สถานศึกษา” ที่เข้ารับการประเมินก็จะมี ศูนย์พัฒนาเด็ก...เข้ารับการประเมิน 7,698 แห่ง พบว่าอยู่ในระดับคุณภาพดีทั้ง 3 ด้าน คิดเป็น 65.6% ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน...เข้ารับการประเมิน 12,189 แห่ง พบว่าอยู่ในระดับคุณภาพดีทั้ง 3 ด้าน คิดเป็น 95.5%ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ประเภทวัตถุประสงค์พิเศษ...เข้ารับการประเมิน 709 แห่ง พบว่าอยู่ในระดับคุณภาพดีทั้ง 3 ด้าน คิดเป็น 78% ด้านการอาชีวศึกษา เข้ารับการประเมิน 451 แห่ง พบว่าอยู่ในระดับคุณภาพดีทั้ง 3 ด้าน คิดเป็น 78.85%นอกจากนี้ สมศ.ยังได้ประเมินคุณภาพภายนอก...“ระดับอุดมศึกษา” ตามแผนที่ได้กำหนดไว้ 13 แห่ง ในขณะนี้อยู่ระหว่างการรับรองผลและแจ้งไปยังสถาบันอุดมศึกษาต่อไป“สมศ.ยังได้สำรวจความพึงพอใจจากกลุ่มสถานศึกษาที่เข้ารับการประเมินคุณภาพภายนอกในปีงบประมาณ พ.ศ.2564 ซึ่งได้จากการประเมินผ่านระบบ QC 100 พบว่าเกือบ 100% ให้ความเห็นว่าการประเมินคุณภาพภายนอกด้วยเทคโนโลยีออนไลน์เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ” ดร.นันทาว่า “...ทำให้สถานศึกษาให้ความร่วมมือเข้ารับการประเมินกับ สมศ. เพิ่มมากขึ้น เนื่องจากขั้นตอนและระยะเวลาของการประเมินที่มีความรวดเร็ว ช่วยลดภาระและอุปสรรคการทำงานในช่วงการจัดการเรียนการสอนแบบออนไลน์ เนื่องจากในการเข้าถึงระบบต่างๆนั้นมีความง่ายและไม่ซับซ้อน”พร้อมกันนี้การประเมินในรอบปีนี้ยังเป็นการสะท้อนถึงการทำงานตัวผู้ประเมินที่สถานศึกษาต่างลงความเห็นว่า “ผู้ประเมิน” ส่วนใหญ่มี ความรู้ความเชี่ยวชาญ สามารถแนะนำในส่วนที่ต้องพัฒนา หรือแนวทางการนำผลประเมินไปใช้ให้กับสถานศึกษาได้อย่างตรงจุดมากกว่าทุกรอบที่ผ่านมานับรวมไปถึงยังทำให้เกิดการแบ่งปันแนวทางที่ประสบความสำเร็จจากสถานศึกษาที่ได้รับผลการประเมินในระดับที่ดีไปยังสถานศึกษาต่างๆ ที่กำลังพัฒนาระบบการเรียนการสอนรูปแบบใหม่ได้อีกด้วย“เกณฑ์ประเมินมาตรฐาน”...คุณภาพสถานศึกษา ก็เพื่อให้คนทั่วไปรู้ได้ว่าโรงเรียนนั้น โรงเรียนนี้ดี...มีคุณภาพเป็นมาตรฐาน หรือทางวิชาการเรียกว่า “ประกันคุณภาพ” แน่นอนว่าพ่อแม่ ผู้ปกครอง ย่อมอยากให้ลูกหลานเข้าไปเรียนในโรงเรียนที่ดีๆ และที่ว่า “ดี”...นั้นดีอย่างมีมาตรฐานกำกับ ไม่ใช่ว่าแค่ชื่อเสียง “ดัง”...วิชาการ กิจกรรม...ดนตรี กีฬาเด่นในปีงบประมาณ พ.ศ.2565 สมศ.จึงยังคงมุ่งสู่บทบาทในการช่วยยกระดับสถานศึกษา ด้วยการทำหน้าที่สะท้อนระบบการศึกษาผ่านกระบวนการประเมินคุณภาพภายนอก และยังคงเดินหน้าใช้การประเมินภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 แบบออนไลน์เช่นเดิมดร.นันทา บอกอีกว่า เราได้วางเป้าหมายให้สถานศึกษาเข้ารับการประเมินในปีงบประมาณ พ.ศ.2565 ทั้งสิ้น 18,050 แห่ง แบ่งออกเป็น ศูนย์พัฒนาเด็ก 6,376 แห่ง ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน 10,468 แห่ง การศึกษาขั้นพื้นฐาน ประเภทวัตถุประสงค์พิเศษ 326 แห่ง การศึกษาขั้นพื้นฐาน (โรงเรียนนานาชาติ) 50 แห่งการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย 360 แห่ง ด้านการอาชีวศึกษา 440 แห่ง ระดับอุดมศึกษา 30 แห่ง ตามมติที่ประชุมคณะกรรมการ สมศ. ครั้งที่ 12 เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2564 ให้ปรับคำที่ใช้ในการสรุปผลการประกันคุณภาพภายนอก ในระดับดี ดีมาก และดีเยี่ยม ปรับเป็น...“เป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนด” และในระดับพอใช้ และปรับปรุง ปรับเป็น...“ควรได้รับการพัฒนาให้เป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนด”เพื่อลดการนำผลการประเมินคุณภาพภายนอกไปใช้ไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ พร้อมกันนี้ยังได้ยกระดับกำหนด 3 กลยุทธ์สำคัญ ที่จะช่วยให้การประเมินมีประสิทธิภาพเข้ามาเสริมเติมเต็มข้อแรก...เทคโนโลยีที่ใช้ในการประเมิน ซึ่งจะเน้นการนำระบบดิจิทัลเข้ามาช่วยตั้งแต่การประเมินระยะที่ 1 หรือการประเมินผ่าน SAR และระยะที่ 2 ที่เป็นการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมแบบออนไลน์พร้อมนำระบบเทคโนโลยีสารสนเทศที่ได้รับการพัฒนาเข้ามาสนับสนุนการตรวจเยี่ยมต่างๆเช่น กิจกรรมสำรวจห้องเรียน การสัมภาษณ์ผู้เรียน ฯลฯ ให้มีประสิทธิภาพในยุคที่เทคโนโลยีเสมือนจริงและการสื่อสารทางไกลกำลังทวีบทบาทมากยิ่งขึ้น รวมถึงเดินหน้าพัฒนาแอปพลิเคชันสำหรับผู้ประเมิน...เพื่อใช้สำหรับกรณีที่มีสถานศึกษาร้องขอให้มีการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมจริง “แอปพลิเคชันนี้จะมีความสามารถในการบันทึกเสียงพร้อมรายงานออกมาเป็นตัวอักษร รวมถึงบันทึกสภาพแวดล้อม โดยพัฒนาพร้อมใช้งานแล้วสำหรับศูนย์พัฒนาเด็กและระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน และกำลังอยู่ระหว่างพัฒนาเพิ่มเติมเพื่อรองรับการประเมินคุณภาพภายนอกในด้านการอาชีวศึกษา”ถัดมา...การยกระดับผู้ประเมิน ซึ่งจะพัฒนาให้มีประสิทธิภาพตั้งแต่ความสามารถและความเชี่ยวชาญในการใช้เทคโนโลยี การผลักดันให้มีการอบรมกับหน่วยงาน หรือสถาบันวิจัยที่มีชื่อเสียงที่เป็นที่ยอมรับเพื่อให้เกิดศักยภาพในด้านการให้คำปรึกษาสำหรับการจัดการเรียนการสอนในปัจจุบัน “การปรับตัวในอนาคต ตลอดจนแนวทางการนำผลประเมินที่สามารถนำไปใช้ได้จริงกับบริบทต่างๆ เช่น ผู้เรียน การพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ นอกจากนี้ยังมุ่งสร้างความรู้ความเข้าใจในการเตรียมตัวก่อนและหลังการประเมิน...การตรวจเยี่ยม เพื่อให้เกิดความไว้วางใจกับสถานศึกษาที่มีต่อผู้ประเมิน”กลยุทธ์ข้อสุดท้าย...การผลักดันให้สถานศึกษานำผลประเมินไปใช้ในการพัฒนาการเรียนการสอน ซึ่ง สมศ.จะมีการติดตามให้สถานศึกษานำข้อเสนอแนะที่ได้หลังจากการประเมิน ไปปรับปรุง พัฒนาทั้งในด้านคุณภาพผู้เรียน มาตรฐานผู้สอน การจัดการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับยุคปัจจุบัน“ในส่วนนี้จะดำเนินอย่างค่อยเป็นค่อยไป เนื่องจากตระหนักดีว่าหลายๆสถานศึกษายังคงเผชิญกับความไม่แน่นอนของสถานการณ์ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ที่ยังคงแพร่ระบาดอย่างต่อเนื่อง”“QA” หรือ...“Quality Assurance” ระบบการศึกษาไทย อีกจิ๊กซอว์สำคัญเพื่อสร้างฐานที่เข้มแข็ง...“ปฏิรูประบบการศึกษาไทย”.