ช่วงเนื้อหมูราคาตกต่ำ พ่อค้าฉวยโอกาสนำเนื้อหมูมาผสมขายเป็นเนื้อวัว เพียงเพราะหวังกำไรจากส่วนต่าง...แต่หารู้ไม่ ผลระยะยาวจะเป็นทั้งการทำร้ายตัวเอง พ่อค้าแม่ขายด้วยกันที่ถูกตัดราคา ทำลายความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่สำคัญถือเป็นการทำลายภาพลักษณ์ของประเทศอีกทางหนึ่ง เพราะนักท่องเที่ยวหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะคิดว่ากะอีแค่เนื้อในตลาดยังหลอกกันได้ ต่อไปคงไว้ใจอะไรไม่ได้ตั้งแต่ปีที่แล้ว กรมปศุสัตว์ได้รับแจ้งเกี่ยวกับเรื่องนี้มาในบางพื้นที่ ไม่เว้นแม้แต่ชุมชนมุสลิมดังที่ปรากฏตามข่าว โดยปศุสัตว์ทั่วประเทศได้ลงพื้นที่ตรวจเฝ้าระวังการจำหน่ายเนื้อโคจำนวนมากกว่า 1,123 แห่ง เพื่อเป็นการป้องปรามผู้ค้าอยู่เป็นระยะแต่ยังเบาใจได้ในระดับหนึ่ง หลังช่วง ต.ค.-พ.ย. จากการสุ่มตัวอย่างเนื้อวัว 200 ตัวอย่าง จาก 81 แหล่ง ทั้งในตลาด นอกตลาด และช่องทางออนไลน์ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล เพื่อตรวจหาโปรตีนเนื้อหมูด้วยชุดทดสอบ ยังไม่พบเนื้อหมูปลอมปนในเนื้อโคแต่อย่างใดสำหรับกรณีที่พบการกระทำผิดจริง จะดำเนินคดีความผิดตามพระราชบัญญัติควบคุมการฆ่าสัตว์เพื่อการจำหน่ายเนื้อสัตว์ พ.ศ.2559 มาตรา 38 จำหน่ายเนื้อสัตว์ที่มิได้รับรองให้จำหน่าย...มีโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี ปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับและความผิดตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค มาตรา 47 ผู้กระทำผิดมีเจตนาก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในแหล่งกำเนิด สภาพ คุณภาพ ปริมาณ หรือสาระสำคัญประการอื่น...โทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกินห้าหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ รวมถึงขั้นตอนการสอบสวนเพื่อขยายผลไปยังต้นตอของสถานที่กระทำผิดหนทางที่ดีที่สุดสำหรับผู้บริโภคในขณะนี้คือ เลือกซื้อเนื้อวัวที่มีตราสัญลักษณ์ “ปศุสัตว์ ok” ที่กรมปศุสัตว์รับรอง และตราสัญลักษณ์ Halal ที่รับรองโดยสำนักงานคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทยประชาชนทั่วไปสามารถแจ้งเบาะแสการกระทำผิดผ่านทางแอปพลิเคชัน DLD 4.0 ตลอด 24 ชั่วโมง เมื่อกรมปศุสัตว์ได้รับแจ้งแล้ว จะสั่งการให้ชุดเฉพาะกิจลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง พร้อมเก็บตัวอย่างส่งตรวจหาดีเอ็นเอสุกรทางห้องปฏิบัติการ.สะ–เล–เต