เทศกาลช็อปปิ้งกระจายของโลกตะวันตก “แบล็ก ฟรายเดย์” (Black Friday) ซึ่งจะตรงกับวันศุกร์หลังวันขอบคุณพระเจ้า ได้หวนกลับมาอีกครั้งโดยในปีนี้ตรงกับวันที่ 26 พ.ย. หลังวันขอบคุณพระเจ้าวันที่ 25 พ.ย. ท่ามกลางการประเมินว่า ยอดคนใช้จ่ายจะกลับมาสูงดังเดิม หลังสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ได้ทำให้แบล็ก ฟรายเดย์ปีที่ผ่านมาเงียบเหงาที่สุดในรอบ 20 ปี อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์การตลาดระบุด้วยว่า สินค้าอย่างของเล่น เสื้อผ้า เครื่องใช้ไฟฟ้าทั่วไป จะมีราคาแพงขึ้น 5-17 เปอร์เซ็นต์ เนื่องจากห้างร้านต่างๆ ต้องการส่วนต่างมาหักลบส่วนต่างกับสินค้าราคาแพงที่ลดราคาขณะที่สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า บริษัทสินค้าออนไลน์ยักษ์ใหญ่อย่าง “แอมะซอน” (Amazon) ที่มีผลกำไรเพิ่มสามเท่าตัวในช่วงสถานการณ์โควิดปีก่อน คิดเป็นมูลค่าสูงถึง 8,100 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือกว่า 267,300 ล้านบาท ได้ตกเป็นเป้าการโจมตีของกลุ่มสหภาพแรงงานต่างๆอีกครั้ง โดยกลุ่มต่างๆ ได้จัดแคมเปญรณรงค์ให้พนักงานบริษัทแอมะซอน ในกว่า 20 ประเทศ ทำการหยุดงานประท้วงในวันแบล็ก ฟรายเดย์ เพื่อเรียกร้องให้แอมะซอนเพิ่มค่าแรง ค่าชดเชยล่วงเวลา ดูแลความปลอดภัย รวมถึงยุติการสอดส่องการทำงานของพนักงาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน ขยายวันลาป่วย ยกเลิกการใช้สถานะลูกจ้างชั่วคราวแก่พนักงานก่อนหน้านี้ ผลการศึกษาของกลุ่มสหภาพ แรงงานในสหรัฐฯพบว่า พนักงานในโกดังสินค้าของแอมะซอนมีอัตราการบาดเจ็บจากการทำงานสูงกว่าพนักงานของบริษัทอื่นๆในอุตสาหกรรมเดียวกันเกือบ 80 เปอร์เซ็นต์ ทั้งคิดเป็นสัดส่วนได้ว่าในพนักงานทุกๆ 100 คน จะมีผู้ได้รับบาดเจ็บรุนแรง 5.9 คน พร้อมกล่าวโทษว่าเป็นผลพวงจากการที่บริษัทแอมะซอนต้องการให้พนักงานทำงานให้เร็วที่สุด จนเกิดเหตุการณ์ฉาวช่วงต้นปี 2564 พนักงานส่งสินค้าของแอมะซอนถูกพบว่าต้องทำการปัสสาวะใส่ขวดน้ำ เนื่องจากไม่มีเวลาแวะห้องน้ำสำนักข่าวบลูมเบิร์กของสหรัฐฯยังรายงานด้วยว่า การช็อปปิ้งสินค้าผ่านระบบออนไลน์ในวันขอบคุณพระเจ้าก่อนหน้าวันแบล็ก ฟรายเดย์ ในสหรัฐฯ อาจพุ่งแตะสถิติอีกครั้ง โดยจากการประเมินตัวเลขพบว่า ผู้บริโภคในสหรัฐฯได้มีการใช้จ่ายเงินทางออนไลน์ประมาณ 5,100-5,400 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 168,300-178,200 ล้านบาท หรือเฉลี่ยแล้วมีการใช้จ่ายเงินคิดเป็นนาทีละ 3.5 ล้านดอลลาร์ หรือนาทีละกว่า 115.5 ล้านบาท โดยสินค้าประเภทยอดนิยมที่สุดคือ สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ เสื้อผ้า ขณะที่สินค้าที่คนซื้อมากที่สุด มีทั้งกล้องวีอาร์สวมตาโอคูลัสเควสของเฟซบุ๊ก ไอแพดของแอปเปิล นาฬิกา และเครื่องเล่นเกมนินเทนโดสวิตช์.