กรมวิชาการเกษตร แนะเกษตรกรผู้ปลูกมันเทศให้เตรียมตัว เฝ้าระวัง ด้วงงวงมันเทศ ที่มักระบาดในช่วงฤดูแล้งและภาวะฝนทิ้งช่วง โดยจะเข้าทำลายต้นมันเทศในระยะเริ่มลงหัวเริ่มแรกจะพบตัวเต็มวัยเข้าทำลายทุกส่วนของพืช ในขณะที่ตัวหนอนจะเข้าทำลายที่บริเวณหัวและเถา สำหรับหัวมันเทศที่ถูกด้วงงวงมันเทศเข้าทำลายจะมีลักษณะเป็นทางคดเคี้ยวสีเขียวและสีดำส่วนหัวมันเทศที่ถูกด้วงงวงมันเทศเข้าทำลายเพียงเล็กน้อยจะไม่สามารถรับประทานได้ เพราะหัวมันเทศที่มีรอยทำลายจะมีกลิ่นเหม็นและมีรสขม กรณีที่หัวมันเทศถูกทำลายรุนแรง หัวมันเทศจะเน่าและมีกลิ่นเหม็นการป้องกันและกำจัดด้วงงวงมันเทศ ก่อนปลูกเกษตรกรควรรองก้นหลุมด้วย ฟิโพรนิล 0.3% จี หรือ คาร์แทปไฮโดรคลอไรด์ 4% จี หรือ ไดโนทีฟูแรน 1% จี หรือ คาร์แทปไฮโดรคลอไรด์/ไอโซโปรคาร์บ 3%/3% จีอาร์ ในอัตรา 2.8 กิโลกรัมต่อไร่ และโรยบริเวณรอบโคนต้นทุก 1 เดือนก่อนปลูกให้แช่เถามันเทศด้วย ไทอะมีทอกแซม 25% ดับเบิลยูจี อัตรา 2 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร นาน 5 นาที อีกทั้งควรเลือกใช้เถามันเทศที่สมบูรณ์แข็งแรง หลีกเลี่ยงการนำเถามันเทศจากแหล่งที่มีการระบาดของด้วงงวงมันเทศมาปลูกในแหล่งที่มีการระบาดของด้วงงวงมันเทศ ไม่ควรปลูกมันเทศซ้ำที่เดิม ให้ปลูกพืชต่างตระกูลกับมันเทศหมุนเวียนเพื่อลดการระบาดการปลูกในสภาพมันสวน เมื่อต้นมันเทศอายุ 1 เดือน ให้เกษตรกรพ่นด้วยสารฆ่าแมลง อิมิดาโคลพริด 70% ดับเบิลยูจี อัตรา 2 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร หรือฟิโพรนิล 5% เอสซี อัตรา 20 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร โดยพ่นที่โคนต้นและเถาด้วยอัตราน้ำ 160 ลิตรต่อไร่ทุกสัปดาห์และเมื่อมันเทศมีอายุได้ 60 วันหลังปลูก ให้เกษตรกรใช้ ไส้เดือนฝอย สไตเนอร์นีมา คาร์โปแคปซี อัตรา 50 ล้านตัวต่อน้ำ 20 ลิตรต่อ 267 ตร.ม. พ่นหรือราดลงดินในแปลงปลูกมันเทศ และใช้ติดต่อกันทุก 15-20 วัน รวม 3-4 ครั้ง โดยพ่นในตอนเย็นหลังเวลา 17.00 น. และถ้าขณะนั้นสภาพอากาศแห้งแล้ง ควรพ่นน้ำให้ความชุ่มชื้นก่อนฉีดพ่นไส้เดือนฝอย.สะ–เล–เต