เมื่อปลายสัปดาห์ที่แล้วมีข่าวพาดหัวไม่ใหญ่ไม่เล็กข่าวหนึ่งบนหน้า 1 ของหนังสือพิมพ์ทุกฉบับที่ผมตัดเข้าแฟ้มไว้ตั้งใจจะเขียนในฉบับเมื่อวาน...แต่เผอิญไปตรงกับ 1 พ.ย. วันเปิดประเทศเข้าพอดีก็เลยตัดสินใจเขียนเรื่องเปิดประเทศเสียก่อนเพื่อให้ทันเหตุทันกาลท่านผู้อ่านคงจำได้เมื่อวันเสาร์ที่แล้วนี่เอง หนังสือพิมพ์ทุกฉบับพาดหัวว่านายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เกือบล้มคะมำ ขณะจะเดินไปขึ้นโพเดียมแถลงข่าวที่ทำเนียบรัฐบาลผมขอหยิบหัวข่าวของมติชนมาลงเป็นตัวอย่างก็แล้วกันนะครับ “บิ๊กตู่ สะดุดโพเดียม หวิดคะมำ...เพลียประชุมถี่” พาดหัวได้โดดเด่น กว่าเพื่อนส่วนเนื้อข่าวนั้นผมขอคัดลอกจากไทยรัฐที่รายงานไว้ตอนหนึ่งว่า “จากนั้นเวลา 13.15 น. พล.อ.ประยุทธ์เดินออกมายังห้องโถงตึกสันติไมตรีเดินไปที่โพเดียมที่ตั้งบนเวทียกสูงขึ้นจากพื้นเพื่อแถลงข่าว ช่วงกำลังก้าวเท้าขึ้นเกิดสะดุดพื้นเวทีจนเกือบคะมำถึงกับเซ 2 ครั้ง แต่พยายามทรงตัวตั้งหลักขึ้นจนได้”“เมื่อแถลงข่าวจบแล้ว พล.อ.ประยุทธ์เดินลงมาคุยกับกลุ่มสื่อ มวลชน ซึ่งถามว่าบิ๊กตู่เกือบล้มเพราะเกิดอาการเพลียจากการฉีดวัคซีนบูสต์เข็ม 3 ซึ่งเป็นไฟเซอร์หรือไม่...ท่านนายกฯตอบว่า “ไม่ใช่หรอก เป็นเพราะนั่งมาตลอดทั้ง 3 วัน ร่วมประชุมสุดยอดอาเซียนมากกว่า” แต่ก็ยอมรับว่าฉีดวัคซีนเข็มนี้เจ็บแขนนิดหน่อยต่างกับเข็มก่อนๆที่ไม่เจ็บเลย ซึ่งคณะแพทย์ผู้ฉีดให้ก็ได้แจ้งให้ท่านทราบก่อนแล้ว”เหตุที่ผมหยิบยกข่าวนี้มาเขียนถึงก็เพราะนึกถึงคำเตือนของคุณหมอทุกหมอที่ผมไปตรวจร่างกายในช่วง 4-5 ปีหลังๆนี้ว่าสิ่งที่ผมในฐานะที่เป็น “สว.” จะต้องระวังมากที่สุด คือ การ “หกล้ม” นี่แหละล่าสุดเมื่อ 2 สัปดาห์นี่เอง ผมไปตรวจร่างกายประจำปี ที่ศูนย์การแพทย์สิริกิติ์ โรงพยาบาลรามาธิบดี เสร็จแล้วจะต้องไปเอกซเรย์อีกตึกหนึ่ง พยาบาลประจำศูนย์การแพทย์สิริกิติ์ก็หยิบสติกเกอร์แผ่นค่อนใหญ่พอสมควรมาติดให้ที่กระเป๋าเสื้อมีข้อความว่า “โปรดระวังพลัดตกหกล้ม” และวาดการ์ตูนเป็นรูปคนกำลังลื่นหกล้มประกอบไว้ด้วยพยาบาลบอกผมว่าติดเครื่องหมายนี้ไว้ให้เป็นที่สังเกตง่ายๆ เวลาคุณลุงเดินไปตึกโน้นตึกนี้ในโรงพยาบาลเจ้าหน้าที่จะได้ช่วยดูแลผมยังเก็บสติกเกอร์วงกลมสีเขียวอ่อนของโรงพยาบาลรามาธิบดี กลับมาบ้านด้วยแล้วก็เอามาแปะเตือนใจตัวผมเองไว้ที่กระดานขาวในห้องทำงานที่บ้านผมจนถึงวันนี้ขณะที่เขียนต้นฉบับวันนี้ผมลองเข้า “กูเกิล” โดยพิมพ์ภาษาไทยลงไปว่า “ผู้สูงอายุหกล้ม”...เห็นข้อมูลขึ้นมาแล้วก็สะดุ้ง เพราะมีข่าวมีบทความ มีข้อคิด ข้อเสนอแนะยาวเหยียดไปหมดอย่างเช่น “อย่าให้ผู้สูงวัยล้มเดี๋ยวไม่ลุก” เป็นพาดหัวจากเว็บไซต์ ของ โรงพยาบาลกรุงเทพ ตามมาด้วย “หกล้มในผู้สูงวัยไม่ใช่เรื่องเล็ก” ของเว็บไซต์โรงพยาบาลสมิติเวชในส่วนของ โรงพยาบาลรามาธิบดี เจ้าประจำของผมก็พาดหัวว่า “หกล้มในผู้สูงวัย อันตรายกว่าวัยอื่นหลายเท่าตัว”เอ้า...ลองดูอีกสักโรงพยาบาลก็แล้วกัน จากเว็บไซต์ของ ราชวิถี พาดหัวไว้เป็นคำถามให้เราต้องไปค้นหาคำตอบเอาเองว่า “หกล้มในผู้สูงอายุ...สำคัญไฉน?”ผมลองเข้าไปดู ก็ทราบคำเฉลยว่าสำคัญมาก เพราะอาจทำให้เกิดบาดเจ็บที่รุนแรงได้ เช่น กระดูกหัก, ภาวะเลือดคั่งในสมอง ซึ่งสำหรับคนมีอายุแล้วแค่กระดูกส่วนใดส่วนหนึ่งหักก็ยากที่จะรักษาเหมือนคนหนุ่มๆ แถมต้องใช้เวลาเนิ่นนานกว่ากระดูกจะกลับมาติดกันที่สำคัญ...แม้ การหกล้ม จะทำให้บาดเจ็บเพียงเล็กน้อยก็เถอะ แต่ก็อาจเป็นสัญญาณชี้ให้เห็นว่าเรามีโรคภัยไข้เจ็บอะไรอื่นๆซ่อนเร้นอยู่ก็ได้...จำเป็นจะต้องตรวจหรือติดตามผลอย่างละเอียดต่อไปทุกๆบทความจะให้คำจำกัดความสำหรับผู้สูงอายุว่า หมายถึง บุคคลอายุ 60 ปีขึ้นไป ซึ่งสำหรับ “บิ๊กตู่” ท่าน 67 แล้ว แม้จะยังแข็งแรง ออกกำลังได้อย่างสม่ำเสมอ...แต่ก็ถือว่าเป็นผู้สูงอายุเช่นกันก็ขอขอบคุณสำหรับข่าวพาดหัวข่าวนี้ที่ช่วยเตือนใจพวกเราชาว สว. ไม่ให้ประมาทหรือลืมตัวได้อย่างดียิ่ง...ผมเองอายุมากกว่าบิ๊กตู่ 12 ปี ยิ่งต้องระวังมากกว่าท่านอย่างน้อย 2-3 เท่าเลยนะครับเนี่ย.“ซูม”