ผู้ประกอบการท่องเที่ยวเฮ หยุดยาว 4 วัน คนไทยแห่ เที่ยวทั่วไทยคึกคักทั้งบนดอยยันทะเล ขณะที่ภาคเอกชน ขานรับ หลัง ศบค. ประกาศปลดล็อก 17 จังหวัดนำร่องท่องเที่ยว-เลิกเคอร์ฟิว-กำหนดชัดเจนประเทศเข้าไทยไม่ต้องกักตัว ภายใต้มาตรการด้านสาธารณสุขเคร่งครัด คาดช่วงไฮซีซันจะมีนักท่องเที่ยวทะลักเข้าไทยกว่าล้านคน กระตุ้นเศรษฐกิจ 2 เดือนสุดท้ายของปีนี้ให้โตได้ แต่สมาคมร้านอาหารเชียงใหม่ วอนรัฐ ขอดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในร้านอาหารได้แบบกำหนดเวลา ไม่ต้องรอ 1 ธ.ค. ด้าน รมว.การท่องเที่ยวฯ ปิ๊งอีก เล็งปรับจุดตรวจเชื้อในโรงแรม/ที่พัก ลดแออัด ที่สนามบิน ส่วนภาพรวมการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 ดีวันดีคืน แต่ยังหนักเฉพาะ 5 จังหวัดใต้ในที่สุดรัฐบาล โดยศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. ประกาศเป็นทางการพื้นที่ 17 จังหวัดนำร่องเปิดให้ชาวต่างชาติเข้ามาเที่ยวได้ รวมถึงรายชื่อประเทศเสี่ยงต่ำที่เข้ามาโดยไม่ต้องกักตัว กับยกเลิกเคอร์ฟิวบางพื้นที่ รับแผนการเปิดประเทศ 1 พ.ย.นี้ ประกาศ 17 จว.นำร่องท่องเที่ยวเมื่อช่วงดึกวันที่ 21 ต.ค. เว็บไซต์ราชกิจจา นุเบกษา เผยแพร่คําสั่ง ศบค. ที่ 18/2564 เรื่องพื้นที่นำร่องด้านการท่องเที่ยว ตามข้อกำหนดออกตามความ ในมาตรา 9 แห่ง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน กำหนดบัญชีรายชื่อจังหวัดพื้นที่นำร่องด้านการท่องเที่ยว 17 จังหวัด ประกอบด้วย กรุงเทพมหานคร จ.กระบี่ จ.ชลบุรี เฉพาะ อ.บางละมุง เมืองพัทยา อ.ศรีราชา อ.เกาะสีชัง และ อ.สัตหีบ เฉพาะ ต.นาจอมเทียนและ ต.บางเสร่ จ.เชียงใหม่ เฉพาะ อ.เมืองเชียงใหม่ (ดอยเต่า แม่ริม และแม่แตง) จ.ตราด เฉพาะ อ.เกาะช้าง จ.บุรีรัมย์ เฉพาะ อ.เมืองบุรีรัมย์ จ.ประจวบคีรีขันธ์ เฉพาะ ต.หัวหิน และ ต.หนองแก จ.พังงา จ.เพชรบุรี เฉพาะเทศบาลเมืองชะอำ จ.ภูเก็ต จ.ระนอง เฉพาะเกาะพยาม จ.ระยอง เฉพาะเกาะเสม็ด จ.เลย เฉพาะอำเภอเชียงคาน จ.สมุทรปราการ เฉพาะบริเวณพื้นที่ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ จ.สุราษฎร์ธานี เฉพาะเกาะสมุย เกาะพะงัน และเกาะเต่า จ.หนองคาย เฉพาะอำเภอเมืองหนองคาย อ.สังคม ศรีเชียงใหม่ และท่าบ่อ และ จ.อุดรธานี เฉพาะอำเภอเมืองอุดรธานี บ้านดุง กุมภวาปี นายูง หนองหาน และประจักษ์ศิลปาคมเลิกเคอร์ฟิวเฉพาะพื้นที่นำร่องพร้อมกันนี้ยังประกาศข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่ง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ฉบับที่ 36 มีเนื้อหาสรุปว่าการกำหนดมาตรการควบคุมแบบบูรณาการในพื้นที่นำร่องท่องเที่ยว ให้อยู่ภายใต้เงื่อนไขมาตรการป้องกันโรคตามที่ทางราชการกำหนด เช่น มาตรการป้องกันการติดเชื้อแบบครอบ จักรวาล มาตรการปลอดภัยสำหรับองค์กร หรือโควิดฟรีเซตติ้ง พร้อมทั้งให้ยกเลิกการห้ามออกนอกเคหสถานในพื้นที่นำร่องด้านการท่องเที่ยว ซึ่งเดิมเคยกำหนดให้เป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด จากการจำแนกจังหวัดตามพื้นที่สถานการณ์ แต่ได้มีคำสั่งให้พื้นที่ดังกล่าวเป็นเขตพื้นที่นำร่องด้านการท่องเที่ยว ทั้งนี้ ให้มีผลตั้งแต่เวลา 23.00 น. ของวันที่ 31 ต.ค. และห้ามจัดกิจกรรมรวมกลุ่มกันของบุคคลที่มีจำนวนรวมกันมากกว่า 500 คน ในพื้นที่นำร่องด้านการท่องเที่ยวห้ามเปิดสถานบันเทิง ผับ บาร์สำหรับการเตรียมความพร้อมของสถานบริการหรือสถานที่เสี่ยงต่อการแพร่โรคในพื้นที่นำร่อง ด้านการท่องเที่ยว ในระยะเริ่มแรกของการดำเนินการเปิดเขตพื้นที่นำร่องท่องเที่ยว ให้สถาน บริการ สถานประกอบการที่มีลักษณะคล้ายสถานบริการ สถานบันเทิง ผับ บาร์ คาราโอเกะ ที่ตั้งอยู่ ในพื้นที่ ยังคงปิดดำเนินการไว้ก่อน ในช่วงเวลานี้ ให้หน่วยงานและผู้ประกอบการเตรียมความพร้อม เพื่อการผ่อนคลายมาตรการตามที่ได้ประกาศไว้แล้ว เพื่อให้สามารถเปิดดำเนินการได้ต่อไปตามแผนและกรอบเวลาที่รัฐบาลจะประกาศกำหนดย้ำ 6 แนวทางเข้าไทยต่อมานายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงแนวทางการรับนักเดินทางแบบไม่กักตัวและไม่จำกัดพื้นที่ สำหรับนักท่องเที่ยวจากกลุ่มประเทศเสี่ยงต่ำว่ามีเงื่อนไขหลักๆใน 6 ขั้นตอน ได้แก่ 1.นักท่องเที่ยวทั้งชาวต่างชาติและคนไทยที่เดินทางมาจากประเทศที่กำหนดทางอากาศ กรณีมาจากกลุ่มประเทศอื่น ให้พำนักในประเทศที่กำหนดอย่างน้อย 21 วัน 2.มีเอกสารหรือหลักฐานรับรองการได้รับวัคซีนครบตามเกณฑ์ที่ผู้ผลิตวัคซีนกำหนด 3.มีใบรับรองแพทย์ที่ยืนยันว่าผู้เดินทางไม่พบเชื้อโรคโควิด-19 วิธี RT-PCR โดยมีระยะเวลาไม่เกิน 72 ชั่วโมงก่อนการเดินทาง ส่วนกรณีตรวจพบการติดเชื้อ ต้องมีใบรับรองแพทย์ที่ยืนยันว่าเคยติดเชื้อมาก่อนในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา และทำประกันสุขภาพ อย่างน้อย 50,000 ดอลลาร์สหรัฐฯต้องมีใบจองที่พักชัดเจน4.มีใบจองที่พักโรงแรม อาจเป็นสถานกักกันที่ทางการกำหนด (AQ, OQ, AHQ) หรือโรงแรมที่เป็น SHA+ ที่มีโรงพยาบาลคู่ปฏิบัติการสำหรับตรวจหาเชื้อในวันแรกที่มาถึง โดยรวมค่าใช้จ่ายในการตรวจหาเชื้อโรคโควิด-19 ด้วยวิธี RT-PCR 5.เมื่อเดินทางมาถึงท่าอากาศยาน โหลดแอปพลิเคชันหมอชนะ (ภาษาอังกฤษ) เดินทางโดยรถที่จัดไว้ มีการกำกับการเดินทาง เพื่อเข้าพักตามโรงแรมที่จองไว้ และ 6.เมื่อผลการตรวจไม่พบเชื้อ สามารถเดินทางได้ตามความต้องการ และจะพักในโรงแรมที่จองและจ่ายเงินไว้แล้วล่วงหน้า หรือกลับไปพักที่บ้าน กรณีมีที่พำนักในไทยได้คาด นทท.ทะลักกว่าล้านคนนายธนกรกล่าวอีกว่า สนามบินที่ปัจจุบันมีการบินระหว่างประเทศอยู่แล้ว ได้แก่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ท่าอากาศยานดอนเมือง ท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต ท่าอากาศยานนานาชาติสมุย ท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภา (มีเที่ยวบิน Charter เท่านั้น) และท่าอากาศยานบุรีรัมย์ (มีเที่ยวบิน Charter เท่านั้น) ส่วนสนามบินที่แจ้งความพร้อมแล้ว แต่ยังไม่มีเที่ยวบินระหว่างประเทศ ได้แก่ ท่าอากาศยานนานาชาติเชียงใหม่ ท่าอากาศยานนานาชาติกระบี่ และท่าอากาศยานนานาชาติอุดรธานี จะยืนยันในวันที่ 27 ต.ค. การท่องเที่ยวแห่งประเทศ ไทย (ททท.) ได้ประมาณการแผนการเปิดประเทศของรัฐบาลในวันที่ 1 พ.ย.2564 แบบไม่ต้องกักตัว จะทำให้เศรษฐกิจและการท่องเที่ยวกลับมาฟี้นตัว ไตรมาสที่ 4/2564 และไตรมาสที่ 1/2565 ช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว (ไฮซีซัน) ไทยจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติไม่ต่ำกว่า 1 ล้านคน ภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทยจะเติบโตในรูปแบบตัววี และปีหน้าจะมีรายได้ประมาณ ร้อยละ 50 ของปี 62 ที่มีรายได้ 2 ล้านล้านบาท และมีรายได้เพิ่มร้อยละ 80 ของปี 62 ในปี 66 ขอให้ทุกภาคส่วนปฏิบัติตามมาตรการควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 อย่างเข้มงวด เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนเศรษฐกิจควบคู่ไปกับการดูแลความมั่นคงด้านสาธารณสุขตามแผนการเปิดประเทศของรัฐบาล ติดเชื้อต่ำหมื่นต่อเนื่องต่อมาเมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 22 ต.ค.พญ. อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษก ศบค.แถลงที่ทำเนียบรัฐบาล ถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคโควิด-19 ในประเทศไทยว่า พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 9,810 คน แยกเป็นการติดเชื้อในประเทศ 9,680 คน จากเรือนจำ 120 คน เป็นผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ 10 คน จำแนกเป็น 2 คน เดินทางมาในโครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ ได้แก่ ชายชาวสวิส มาจากสิงคโปร์และชายชาวคาซัค มาจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ นอกนั้นเป็นชายชาวอินเดีย 1 คน นศ.ไทยจากสหรัฐอเมริกา 1 คน หญิงไทยจากไต้หวัน 1 คน ชายไทย 2 คน มาจากกัมพูชาทางด่านพรมแดนทางบก หญิงเมียนมา 2 คน และชายเมียนมา 1 คน มาจากเมียนมาทางช่องทางธรรมชาติ หายป่วยเพิ่มขึ้น 10,513 คน อยู่ระหว่างรักษา 102,317 คน อาการหนัก 2,585 คน ใส่ท่อช่วยหายใจ 583 คนภาพรวมดับยังต่ำร้อยผู้ช่วยโฆษก ศบค.กล่าวอีกว่า ส่วนผู้ป่วยเสียชีวิต เพิ่มขึ้น 66 คน เป็นชาย 31 คน หญิง 35 คน เป็นผู้เสียชีวิตที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป 50 คน มีโรคเรื้อรัง 12 คน และไม่มีประวัติโรคเรื้อรัง 4 คนพบผู้เสียชีวิตมากสุดอยู่ใน กทม.10 คน อย่างไรก็ตามทิศทางสถานการณ์ทั้งผู้ป่วยอาการหนัก ปอดอักเสบ ใส่ท่อช่วยหายใจ รวมถึงยอดผู้เสียชีวิตพบว่ามีตัว เลขลดลงอย่างต่อเนื่อง แต่ยอดผู้เสียชีวิตในวันนี้ยังมีตัวเลขสูงอยู่ที่ภาคใต้ 25 คน ส่วนยอดผู้ได้รับวัคซีนเพิ่มเติม 714,104 โดสภาคใต้น่าห่วงยอดตายสูงพญ.อภิสมัยกล่าวว่า สำหรับ 10 จังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อสูงสุดวันที่ 22 ต.ค. ได้แก่ กทม. 908 คน สงขลา 676 คน นครศรีธรรมราช 662 คน ยะลา 432 คน ปัตตานี 422 คน เชียงใหม่ 412 คน ประจวบคีรีขันธ์ 341 คน ตาก 309 คน สมุทรปราการ 307 คน และนราธิวาส 306 คน ทั้งนี้ กทม.และปริมณฑลลดลงต่อเนื่อง ขณะที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีตัวเลขเพิ่มขึ้น โดย 5 จังหวัดภาคใต้มีตัวเลขสูงอยู่ใน 10 อันดับแรก อย่างไรก็ตาม ฝากให้ประชาชนปฏิบัติตามมาตรการป้องกันแบบครอบ จักรวาลตามที่กระทรวงสาธารณสุขแนะนำ ทั้งนี้มียอดผู้ติดเชื้อสะสมยืนยันตั้งแต่ปี 2563 จำนวน 1,831,389 คน ยอดหายป่วยสะสมตั้งแต่ปี 2563 จำนวน 1,710,447 คน และมียอดผู้เสียชีวิตสะสมตั้งแต่ปี 2563 จำนวน 18,625 คน โดยมียอดฉีดวัคซีนสะสมตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ.รวมทั้งสิ้น 69,217,162 โดส1 พ.ย.เปิดรับ 45 ปท.–ฮ่องกงพญ.อภิสมัยกล่าวถึงการเดินทางมาตรการเดินทางเข้าราชอาณาจักรหรือการเดินทางเข้าประเทศไทย รวมถึงคนไทยและคนต่างชาติที่ประสงค์ที่จะเดินทางเข้าประเทศไทยว่า ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย.2564 จะมีมาตรการแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม 3 ประเภท กลุ่มแรก คือกลุ่มที่เดินทางเข้ามาโดยไม่จำเป็นต้องมีการกักตัว จะมี 45 ประเทศ บวก 1 เขตบริหารพิเศษฮ่องกง ต้องมีข้อจำกัดของผู้ที่จะเดินทางจะต้องพำนักในประเทศนั้นๆ กำหนดต่อเนื่องอย่างน้อย 21 วัน ก่อนที่จะเดินทางเข้ามาในประเทศไทย ยกเว้นสำหรับผู้ที่เพิ่งเดินทางออกจากประเทศไทย ตรงนี้ไม่จำเป็นต้องอยู่ในประเทศที่เดินทางไปก่อนหน้านี้จนครบ 21 วัน ประเทศกลุ่มแรกที่เดินทางเข้ามาไม่ต้องกักตัว ประกอบด้วย ออสเตรเลีย ออสเตรีย บาห์เรน เบลเยียม ภูฏาน บรูไนดารุสซาลาม บัลแกเรีย กัมพูชา แคนาดา ชิลี จีน ไซปรัส สาธารณรัฐเช็ก เดนมาร์ก เอสโตเนีย ฟินแลนด์ ฝรั่งเศส เยอรมนี กรีซ ฮังการี ไอซ์แลนด์ ไอร์แลนด์ อิสราเอล อิตาลี ญี่ปุ่น ลัตเวีย ลิทัวเนีย มาเลเซีย มอลตา เนเธอร์แลนด์ นิวซีแลนด์ นอร์เวย์ โปแลนด์ โปรตุเกส กาตาร์ ซาอุดีอาระเบีย สิงคโปร์ สโลวีเนีย สาธารณรัฐเกาหลี สเปน สวีเดน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ สหรัฐอเมริกา และเขตบริหารพิเศษฮ่องกงผล RT–PCR 72 ชม.ต้องเป็นลบพญ.อภิสมัยกล่าวว่า หลักเกณฑ์กลุ่มประเทศที่จะเดินทางเข้ามาคือ 1.จะต้องได้รับวัคซีนครบ 2 เข็ม อย่างน้อยเข็มที่สองจะต้องมีระยะ 14 วัน ก่อนวันเดินทาง 2.จะต้องมีการตรวจหาเชื้อโควิดด้วยวิธี RT-PCR ภายใน 72 ชั่วโมงก่อนการเดินทางและมีผลยืนยันเป็นลบ 3.ต้องมีประกันสุขภาพอย่างน้อย 50,000 ยูเอสดอลลาร์ 4.เมื่อมาถึง ได้รับการตรวจด้วยวิธี RT-PCR หาเชื้อโควิด-19 ทันที การเข้าพักคืนแรกในโรงแรมหรือสถานที่ราชการกำหนด เมื่อรอครบหนึ่งคืนมีผลยืนยัน จาก RT-PCR เป็นลบ กลุ่มนี้จะสามารถเดินทางไปในพื้นที่อื่นได้ไม่ต้องกักตัว แต่ต้องเน้นย้ำมาตรการตามพระราชกำหนดฉบับที่ 36 คนไทยไม่ต้องทำประกัน 5 หมื่นพญ.อภิสมัยยังกล่าวถึงกรณีมีข้อสงสัย คนไทยที่เดินทางมาจากกลุ่มประเทศที่อนุญาตไม่ต้องกักตัวเหล่านี้ ไม่จำเป็นต้องมีหลักประกัน 50,000 ยูเอสดอลลาร์เหมือนนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศ โดยเฉพาะคนที่มีสัญชาติไทยที่มีหลักประกันสุขภาพ มีสิทธิ์การรักษาพยาบาลตามที่กฎหมายบัญญัติสำหรับกลุ่มดังกล่าว ในมาตรการป้องกันโรคสำหรับผู้เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรไทย ฉบับที่ 17 ระบุชัดเจนว่าไม่จำเป็นต้องมีประกัน 50,000 ยูเอสดอลลาร์ เช่นเดียวกับคนไทยและคนต่างชาติที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย การเดินทางไปต่างประเทศจะกลับมาไม่จำเป็นจะต้องอยู่ในประเทศนั้นครบ 21 วัน ขอเน้นย้ำว่าการอนุญาตนี้เน้นเฉพาะการเดินทางทางอากาศเท่านั้นเกณฑ์เข้ากลุ่มแซนด์บ็อกซ์พญ.อภิสมัยกล่าวว่า กรณีที่เดินทางเข้ามาในไทยไม่เข้าเกณฑ์ในกลุ่มที่หนึ่ง (45 ปท.+1) จะเลือกเข้าโปรแกรมแซนด์บ็อกซ์ (Sandbox) วันที่ 1 พ.ย. นอกจากภูเก็ตแล้ว ยังมีสมุย พังงา กระบี่ เป็นต้น ใช้หลักการเดียวกันคือได้รับวัคซีนครบ 2 เข็ม ตรวจหาเชื้อโควิดก่อนเดินทาง 72 ชั่วโมงด้วยวิธี RT-PCR และมีประกันสุขภาพอย่างน้อย 50,000 ยูเอสดอลลาร์ ส่วนที่เพิ่มเติมของโปรแกรมแซนด์บ็อกซ์ (Sandbox) คือต้องมีหลักฐาน จองที่พักมาตรฐานและต้องเป็นโรงแรมที่อยู่ใน Sandbox area เท่านั้น ไม่สามารถจะไปพักที่ไหนตามอิสระ ต้องมีหลักฐานการชำระเงินอย่างเรียบร้อย เพื่อให้เราติดตามได้ว่าพักอยู่ที่ไหน 7 วัน และจะตรวจโควิด-19 ซ้ำวันที่ 6 หรือ 7 คือนอกจากเมื่อมาถึงต้องตรวจหาเชื้อในวันแรกแล้ว วันที่ 6 หรือ 7 ก่อนออกจากพื้นที่แซนด์บ็อกซ์ก็ตรวจหาเชื้อ และเมื่อผลตรวจหาเชื้อวันที่หนึ่งเป็นลบ เดินทางในพื้นที่แซนด์บ็อกซ์ที่กำหนดได้ และเมื่อครบ 7 วันแล้ว จะเดินทางไปยังพื้นที่อื่นได้ถ้าไม่เข้าเกณฑ์ต้องกักตัวผู้ช่วยโฆษก ศบค.กล่าวอีกว่า กรณีที่ 3 คือกลุ่มคนที่ไม่เข้าเกณฑ์ 2 ประเภทแรก เช่น คนที่ยังไม่ได้รับวัคซีนเลย หรือได้รับแล้วยังไม่ครบ อาจเพิ่งได้รับเพียงเข็มเดียวหรือฉีดเข็มสองยังไม่ถึง 14 วันก่อนวันเดินทาง รวมทั้งผู้ที่มาจากประเทศอื่นๆ นอกเหนือจากกลุ่ม 45 ประเทศบวก 1 เดินทางเข้าประเทศไทยได้ภายใต้เงื่อนไขการกักกันในสถานที่ทางราชการกำหนด ทั้งสถานกักกันโรคที่รัฐจัดให้หรือสถานกักกันโรคทางเลือกโดยเอกชน (AHQ) หรืออาจมาลักษณะหน่วยงาน หรือองค์กร (OQ) เช่น กลุ่มนักกีฬาที่จะเดินทางเข้ามาแข่งขัน ในส่วนของโรงพยาบาล เป็นกลุ่มที่เดินทางเข้ามาประเทศไทยเพื่อเข้ารับการรักษาพยาบาล แต่ละกรณีจำเป็นต้องเข้ากักตัวโดยจะมีรายละเอียดแตกต่างกัน บางกลุ่มจะกักตัว 7 วันบ้าง 10 วันบ้าง แล้วแต่กรณีต้องไปดูรายละเอียด กลุ่มนี้นอกจากการกักตัวที่ยังคงมีไว้คล้ายปัจจุบัน ยังต้องตรวจหาเชื้อในวันที่หนึ่งที่มาถึงและตรวจซ้ำกรณีก่อนออกจากที่พัก กรณีมีการเปลี่ยนแปลง เช่น สถานการณ์การแพร่ระบาด อาจมีการเปลี่ยนแปลงทางสาธารณสุข และ ศบค.จะติดตามใกล้ชิด หากปรับเปลี่ยนจะแจ้งให้ทันการ ส่วนกรณีคำถามเพิ่มเติมโดยเฉพาะคนไทยที่อยู่ต่างประเทศ หรือคนต่างชาติที่จำเป็นต้องเดินทางเข้ามาติดต่อการค้าธุรกิจหรือท่องเที่ยว เข้าดูข้อมูลเพิ่มเติมในเว็บไซต์หรือ Facebook ของกระทรวงการต่างประเทศจะมีฉบับภาษาอังกฤษที่มีรายละเอียดให้ตรวจสอบได้เอกชนขานรับประกาศ ศบค.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากประกาศของศบค.เกี่ยวกับการกำหนด 17 พื้นที่นำร่องท่องเที่ยวและประเทศความเสี่ยงต่ำ จาก 10 ประเทศเป็น 45 ประเทศบวก 1 ออกมาแล้ว ทำให้ภาคเอกชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาคธุรกิจท่องเที่ยวและบริการ ต่างออกมาแสดงความคิดเห็นไปในทางเดียวกันว่าเป็นเรื่องที่ดี และจะช่วยเพิ่มปริมาณนักท่องเที่ยวให้สามารถเดินทางเข้ามาในไทยเพิ่มขึ้น รวมถึงส่งผลดีต่อเศรษฐกิจไทยในช่วงปลายปี น่าจะมีส่วนทำให้เศรษฐกิจไทยปีนี้โตได้ และน่าจะทำให้ต่างชาติเชื่อมั่นเดินทางมาไทยเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ทั้ง นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทย นายวิศิษฐ์ ลิ้มลือชา รองประธานกรรมการหอการค้าไทยเล็งให้ตรวจหาเชื้อในที่พักขณะที่นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า คำสั่งล่าสุดของ ศบค.ถือ เป็นข่าวดีที่สุดที่จะมาช่วยฟื้นการท่องเที่ยวของไทย และทำให้การท่องเที่ยวในช่วง 2 เดือนสุดท้ายปีนี้มีความคึกคักขึ้นมามาก แต่ยังมีเรื่องที่น่าเป็นห่วงคือการตรวจหาเชื้อด้วยวิธี RT-PCR เมื่อนักท่องเที่ยวเดินทางมาถึง จำเป็นต้องปรับรูปแบบจากเดิมที่ทำเมื่อมาถึงสนามบิน จะต้องปรับเป็นการตรวจหาเชื้อที่โรงแรม หรือที่พักแทน เพื่อลดความแออัดในพื้นที่สนามบิน โดยนักท่องเที่ยวจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเองในอัตราไม่เกินคนละ 2,000 บาทเคอร์ฟิวเมืองคอนสี่ทุ่มถึงตีสี่สำหรับสถานการณ์ใน 5 จังหวัดภาคใต้ ยังมีผู้ติดเชื้อโรคโควิด-19 เพิ่มขึ้นอีก เมื่อวันที่ 22 ต.ค. นายไกรศร วิศิษฎ์วงศ์ ผวจ.นครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจาก สสจ.นครศรีธรรมราชว่ามียอดผู้ป่วยโควิด-19 รายใหม่จำนวน 665 คน พบใน อ.เมืองมากสุดถึง 216 คน ทำให้คณะกรรมการโรคติดต่อนครศรีธรรมราช มีคำสั่งประกาศเคอร์ฟิวใน จ.นครศรีธรรมราช ตั้งแต่เวลา 22.00 น. ถึง 04.00 น. เริ่มตั้งแต่วันที่ 22 ต.ค.นี้เป็นต้นไป จนกว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิดในจังหวัดจะดีขึ้น ยะลาเร่งฉีดวัคซีนตามชุมชนขณะที่ จ.ยะลา ผู้ป่วยเพิ่มอีก 432 คน เสียชีวิต 2 ศพ ด้าน นพ.วิเศษ สิรินธรโสภณ นายแพทย์ สสจ.ยะลา เปิดเผยว่า สาเหตุที่มียอดผู้ติดเชื้อสูงจากการร่วมกิจกรรมชุมชนแล้วนำไปแพร่ระบาดสู่ครอบครัวตลอดจนที่ทำงาน และผู้เสียชีวิตร้อยละ 84 พบว่าไม่ฉีดวัคซีน ที่ฉีดเข็มเดียวเสียชีวิตร้อยละ 14 ส่วน ศบค.จ.ยะลามีคำสั่ง 298-299/2564 ห้ามเข้าออกและงดการละหมาดพื้นที่บ้านดูซงกือจิ หมู่ 1 ต.สะเอะ อ.กรงปินัง ถึงวันที่ 4 พ.ย.2564 และคำสั่งที่ 300/2564 ยกเลิกพื้นที่เสี่ยงบ้านสะเอะใน หมู่ 4 ต.สะเอะ อ.กรงปินัง พร้อมกันนี้ รพ.ศูนย์ยะลา ร่วมกับ สสจ.ยะลาและเทศบาลนครยะลา ในเขต อ.เมืองยะลา ระดมฉีดวัคซีนอย่างต่อเนื่องตามชุมชนและตลาดตลอดเดือนนี้ปิด 18 หมู่บ้าน อ.มายอส่วนสถานการณ์ใน จ.ปัตตานี ที่ยังคงหนัก ทำให้จังหวัดประกาศสั่งปิดพื้นที่เสี่ยงใน 11 อำเภอ 28 หมู่บ้าน เมื่อวันที่ 20 ต.ค.ที่ผ่านมา โดยอำเภอมายอเป็นอำเภอที่มีจำนวนหมู่บ้านที่มีการปิดมากที่สุดคือ 18 หมู่บ้าน ด้านนายสมชาย เพ็งคำภู ปลัดอำเภอมายอ เปิดเผยว่า พื้นที่นี้มีการติดเชื้อยืนยันอยู่ที่ 223 คน เป็นเหตุให้มีการขออนุมัติจากทางควบคุมโรคของจังหวัดให้ปิดหมู่บ้านเพื่อเป็นการลดการแพร่ระบาดของเชื้อ จำกัดสิทธิ์ของคนในหมู่บ้านให้อยู่ภายในบ้าน และขอความร่วมมือร้านค้าภายในหมู่บ้านให้ปิด หากมีความจำเป็นที่ต้องการเข้าออกหมู่บ้านก็อนุญาตผู้ที่ฉีดวัคซีนอย่างน้อย 1 เข็มขึ้นไปเท่านั้นติดเชื้อในศูนย์ฝึกสุนัขทหารนอกจากนี้ หลายจังหวัดยังพบผู้ป่วยรายใหม่และเสียชีวิตเพิ่มโดย จ.สุพรรณบุรี พบผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มอีก 45 คน จำนวนนี้เชื่อมโยงกับคลัสเตอร์โรงโม่หิน อ.อู่ทอง 5 คน และมีผู้ป่วยเสียชีวิตเพิ่มอีก 3 ศพ จ.ราชบุรี พบผู้ป่วยรายใหม่ 238 คน โดยมี 3 อำเภอที่พบผู้ติดเชื้อสูงสุดได้แก่ อ.เมืองราชบุรี มีผู้ติดเชื้อ 52 คน อ.สวนผึ้ง มีผู้ติดเชื้อ 46 คน และ อ.บ้านโป่ง มีผู้ติดเชื้อ 45 คน ขณะที่ผลการตรวจเชิงรุก โรงเรียนศูนย์ฝึกสุนัขทหาร (วอร์ด๊อก) กองพันสุนัขทหาร อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา จำนวน 315 คน ผลพบเชื้อ 4 คนคนแห่เที่ยวเกาะเสม็ด-สีชังขณะเดียวกัน แม้ จ.ระยอง พบผู้ป่วยโรคโควิด-19 ณ วันที่ 22 ต.ค.เพิ่มขึ้นอีก 228 คน เสียชีวิตเพิ่ม 1 คน แต่ไม่มีผลต่อสถานการณ์การท่องเที่ยวของคนไทยในช่วงวันหยุดยาว 4 วัน โดยที่เกาะเสม็ด จ.ระยอง นางสริญทิพญ ทัพมงคลทรัพย์ นายกสมาคมท่องเที่ยวเกาะเสม็ด กล่าวว่า ได้เตรียมความพร้อมไว้แล้วในการรองรับนักท่องเที่ยวแบบนิว นอร์มอล ขอให้เที่ยวได้อย่างมั่นใจ เช่นเดียวกับ จ.ชลบุรี แม้พบผู้ติดเชื้อเพิ่มอีก 299 คน เสียชีวิตเพิ่ม 2 คน แต่ที่ท่าเรือท่องเที่ยวเกาะลอย อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี มีนักท่องเที่ยวจำนวนมากรอลงเรือข้ามฟากศรีราชา-เกาะสีชัง ทำให้การจราจรภายในเกาะลอย ติดขัดเป็นอย่างมาก ที่จอดรถไม่เพียงพอต้องออกมาหาที่จอดด้านนอก ขณะที่ผู้ประกอบการเรือโดยสารต้องเพิ่มเที่ยวเรือให้เพียงพอต่อจำนวนนักท่องเที่ยว โดยมีการปฏิบัติตามมาตรการควบคุมโรคอำเภอเกาะสีชัง ทั้งการตั้งจุดคัดกรองนักท่องเที่ยวที่จะลงไป อ.เกาะสีชัง จะต้องฉีดวัคซีนแล้ว 2 เข็ม หากไม่ได้ฉีดจะต้องตรวจหาเชื้อพร้อมใบรับรองมาไม่เกิน 72 ชม.หรือตรวจแบบ ATK ก่อนจองเที่ยวหลีเป๊ะล้นหลามที่บริเวณท่าเรือปากบารา อ.ละงู จ.สตูล เป็นท่าเรือที่เดินทางลงไปเที่ยวยังเกาะแก่งต่างๆของ จ.สตูล เป็นไปด้วยความคึกคัก มีนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มาจากภาคกลางและภาคใต้ เดินทางเข้ามายังบริเวณท่าเรือปากบารา ที่มีจุดคัดกรอง แบ่งแยกเป็น 2 ช่อง เพื่อความสะดวกและลดความแออัด นักท่องเที่ยวที่เข้ามาเที่ยวในพื้นที่ จ.สตูล ต้องเป็นนักท่องเที่ยวที่มีการจองล่วงหน้าเท่านั้น ยังไม่เปิดรับนักท่องเที่ยวแบบวอล์กอิน ด้านนายเจตกร หวันสู ประธานสภาการท่องเที่ยว อบจ.สตูล กล่าวว่า หลังจาก จ.สตูลเปิดเกาะตั้งแต่วันที่ 15 ต.ค. แนวโน้มการท่องเที่ยวของเราเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น มีนักท่องเที่ยวเข้ามาร้อยละ 25-30 โดยเฉพาะเกาะหลีเป๊ะ นักท่องเที่ยวจองทัวร์กันมามาก ส่วนในช่วงวันหยุดยาวในสัปดาห์นี้ เกาะหลีเป๊ะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาเฉลี่ยวันละไม่ต่ำกว่า 800 คน ลุยรับลมหนาวยอดดอยส่วนที่ดอยม่อนแจ่ม อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ คึกคักรับวันหยุดยาว นักท่องเที่ยวพากันเดินทางขึ้นไปสูดอากาศบริสุทธิ์และสัมผัสกับลมหนาวและสายหมอกบริเวณจุดชมวิวดอยม่อนแจ่ม และชมความสวยงามของดอกไม้ที่กำลังเบ่งบาน เป็นที่ถูกใจนักท่องเที่ยวอย่างมาก เช่นเดียวกับที่ จ.น่าน นักท่องเที่ยวแห่ขับรถมาท่องเที่ยวช่วงวันหยุดต่อเนื่อง 4 วัน จนรถที่รอเข้าด่านคัดกรองโควิด บริเวณห้วยน้ำอุ่น ต.อ่ายนาไลย์ อ.เวียงสา เป็นด่านคัดกรองเข้าจังหวัดน่าน รถติดยาวกว่า 3 กิโลเมตร นอกจากนี้ สถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังหลายแห่งมีนักท่องเที่ยวเข้ามาต่อเนื่อง อาทิ ที่วัดภูมินทร์ อ.เมืองน่าน และหมู่บ้านสะปัน ต.ดงพญา อ.บ่อเกลือ มีการจองที่พักเต็มยาวไปถึงเดือนหน้านทท.มาแน่นภูกระดึงขณะที่อุทยานแห่งชาติภูกระดึง จ.เลย นักท่องเที่ยวแห่เที่ยวล้นหลาม ทั้งมาโดยรถส่วนตัวและรถประจำทาง จนลานจอดรถแน่นขนัด และลานกางเต็นท์บนยอดภูกระดึงก็เต็มหมด ด้านนายสำเร็จ ภูแสนศรี หัวหน้าอุทยานแห่งชาติภูกระดึง เปิดเผยว่าตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.64 เปิดบริการท่องเที่ยวภูกระดึง และในวันหยุดยาวต่อเนื่องหลายวัน นักท่องเที่ยวเดินทางมาจนแน่น ทำให้ลานจอดรถไม่เพียงพอต้องไปจอดตามสำนักงานของอุทยานฯ ส่วนลูกหาบก็ไม่เพียงพอ ต้องมีการจองล่วงหน้า ทั้งลูกหาบ ที่พัก และเต็นท์ ทางอุทยานฯให้นักท่องเที่ยวขึ้นไปได้วันละ 1,000 คนเท่านั้น และเป็นช่วงปลายฝนต้นหนาว นักท่องเที่ยวจะพักค้างแรม 2-3 วัน เพื่อสัมผัสความสวยงาม ดูพระอาทิตย์ขึ้นที่ผานกแอ่น ท่ามกลางทะเลหมอก และดูพระอาทิตย์ตกที่ผาหล่มสัก ส่วนการป้องกันการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 นักท่องเที่ยวต้องปฏิบัติมาตรการความปลอดภัย และข้อบังคับของทางอุทยานฯ ต้องมีการฉีดวัคซีนมา 2 เข็มวอนรัฐขอดริงก์ในร้านอาหารขณะเดียวกัน ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก นายธนิต ชุมแสง นายกสมาคมร้านอาหารและสถานบันเทิงเชียงใหม่ ว่า การประกาศนำร่อง 17 จังหวัดท่องเที่ยว ส่งผลดีชัดเจนกับจังหวัดพื้นที่สีแดงเข้ม แต่เชียงใหม่ไม่ได้มีเคอร์ฟิวถือว่าได้รับอานิสงส์ในส่วนของภาพลักษณ์ เพราะในทางปฏิบัติเชียงใหม่เปิดการท่องเที่ยวมาตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.ที่ผ่านมา แต่ก็ยังต้องการให้ ศบค.พิจารณาอนุญาตให้นั่งดื่มแอลกอฮอล์ภายในร้านอาหารในโรงแรมและร้านอาหารทั่วไปที่ผ่านมาตรฐาน Sha+ โดยกำหนดเวลาที่เหมาะสมคือ 17.00-21.00 น. เป็นเวลาดื่มในมื้ออาหาร ไม่ได้ดื่มเพื่อความบันเทิง ที่นายกฯ ประกาศจะอนุญาตให้ดื่มได้ตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค.เป็นต้นไป ถือว่าช้าไป เพราะเมื่อมีการเปิดเมืองท่องเที่ยว แต่นักท่องเที่ยวที่เข้ามากลับดื่มแอลกอฮอล์ในร้านอาหารไม่ได้ ถือว่าย้อนแย้ง อยากให้อนุญาตพร้อมกับเปิดเมืองท่องเที่ยวอย่างเป็นทางการตั้งแต่ 1 พ.ย.เป็นต้นไป ในวันที่ 25 ต.ค.นี้ สมาคมจะเข้ายื่นหนังสือเรียกร้องในเรื่องนี้ถึง ศบค.ผ่านนายประจญ ปรัชญ์สกุล ผวจ.เชียงใหม่ เพื่อให้พิจารณาในเรื่องนี้