ผมเกิดริมคลองบางเรือหัก ปากอ่าวแม่กลอง เข้ากรุงฯเป็นนักข่าวโรงพิมพ์อยู่บางรัก ผ่อนบ้านหลังแรกที่บางบอน ปี 2526 บางบอนน้ำท่วมใหญ่ ถึงหกเดือน ย้ายมาอยู่ริมคลองบางซื่อสะดุดหยุดคิด ไปอยู่ที่ไหนก็ไม่พ้นบาง...ตอนเด็กๆเคยดูหนังกลางแปลง เรื่อง “ล้มบาง” เรื่องของไม้ เมืองเดิม พระเอก “ไอ้เอื้อง” หนุ่มพลัดถิ่น ที่แท้จริง เป็นขุนโจรชื่อกระฉ่อน “ขุนทุ่ง”ครึ้มมากเป็นหนุ่มทะเลหากินกับเรืออวน แต่มีสิทธิ์เป็นลูกทุ่ง เหมือนไอ้ขุนทุ่ง น้ำขึ้นลงเป็นเรื่องธรรมดา หน้าน้ำปลาจากต้นน้ำลอยเป็นแพ หาเรือตักปลาตะเพียนมากินบ้าง สนุกจะตาย“บาง” ความหมายที่ 1 พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตย์ อธิบาย...ทางน้ำเล็กๆที่ไหลขึ้นลง ตามระดับน้ำในแม่น้ำ ลำคลอง หรือทะเล สำนึกคนที่เกิดใน “บาง” เรื่องน้ำท่วม ควรเป็นเรื่องธรรมดาถ้าเป็น “น้ำป่า” ทะลักมาเป็นก้อนๆ พังบ้านเรือนก็ควรตื่นเต้นตกใจได้บ้างผมทำข่าวน้ำท่วมภาคใต้ครั้งแรก ต้นปี 2518 แถวร่อนพิบูลย์ น้ำป่าพังบ้านหลายหลัง ที่บ้านหินตก ที่บ้านเขาพัง อ้าว!ชื่อบ้าน ก็บอก หินตก เขาพัง เป็นทางน้ำเดิมๆบ้านน้ำก้อ ที่แพร่...เพื่อนไปนั่งสัมภาษณ์ชาวบ้าน ที่ประคองตัวมากับก้อนน้ำที่มากับแพต้นไม้...จากภูเขามาถึงบ้าน...บ้านหายไปกับสายน้ำ...เรื่องก็ยิ่งเป็นที่เข้าใจ ก็ชื่อบ้านน้ำก้อ “ก้อ” ภาษาถิ่น คือม้วน ถึงเวลาน้ำมาเป็นม้วน...ชื่อก็บอกอยู่แล้ว เมื่อมีบ้านเรือนอยู่ก็ต้องทำใจที่พิษณุโลก อำเภอบางระกำ น้ำท่วมซ้ำซาก นักข่าวไปถามชาวบ้านก็ต้องบอกเรื่องเศร้า แต่เรื่องจริงในใจก็รู้พอๆกัน คนทุ่งบางระกำ ก็ต้องระกำเพราะน้ำท่วมหากยังไม่สามารถสร้างระบบ เปลี่ยนวิกฤติน้ำท่วม เป็นโอกาส หากินกับน้ำให้ร่ำรวยไปข้างหนึ่งบางแห่ง เช่น ที่อำเภอลำสนธิ ลพบุรี ผมฟังจากข่าวทีวีคนอ่านข่าว เขาจำได้ ว่าน้ำท่วมใหญ่ครั้งก่อน มีการอนุมัติงบก้อนใหญ่ แล้วคุยกันว่า ปัญหาน้ำท่วมจะหมดไป เขามีคำถาม...แล้วเงินก้อนนั้น เอาไปทำอะไรกันอยู่ทั้งชีวิตคลุกอยู่กับบาง ก็ใช่จะเจนจบเรื่องน้ำ ยังมีเรื่องต้องเรียนรู้ เช่น ตอนอยู่บางบอน น้ำท่วมจึงรู้ บ้านที่ผ่อนอยู่ อยู่ตรงจุดที่ก้นแอ่งท้องกระทะของพื้นที่ฝั่งธนบุรี...นั่นซี! จึงท่วมไม่ยอมลด นานถึงครึ่งปีเพื่อนสองคนอยู่แถวหัวหมาก ทนวิดน้ำไม่ไหว ต้องขายไปซื้อบ้านใหม่ นี่เป็นอีกบทเรียน จะซื้อบ้านดูแต่ทำเลถูกใจไม่พอ ต้องดูเรื่อง “ระดับ” น้ำไว้บ้างบ้านริมคลองบางซื่อ ที่ผมอยู่วันนี้...ผมรู้จักมากขึ้น เดิมทีเป็นพื้นที่ท้องบึงพระยาเวิก น้ำท่วมปี 54 นายกฯยิ่งลักษณ์ทิ้งที่มั่นสู้น้ำท่วมจากดอนเมือง มาปักหลักอยู่ในอาคารใกล้บ้านคุณยิ่งลักษณ์ออกปาก “เอาอยู่” ชาวบางซื่อก็อุ่นใจ อยู่ในบารมีนายกฯ ยังไงๆก็รอด ไม่ตระเตรียมอะไรไว้นัก ถึงเวลาน้ำไหลท่วมบ้าน...ยกตู้เย็นหนีน้ำแทบไม่ทันผมเป็นคนบางซื่อ ซื่อตามชื่อคลอง ไม่เชื่อคำ “เอาอยู่” ของคนระดับนายกฯแล้วจะเชื่อใครนี่ก็เพิ่งดูข่าวนายกฯประยุทธ์ไปเยี่ยมชาวสุโขทัย...น้ำท่วมหนักอย่างนั้น อย่าว่าแต่ชาวบ้านเขาก็เหนื่อยจะทุกข์...ข้าราชการพื้นที่ บ้านเขาก็น้ำท่วม แต่เขาก็ต้องไปดูแลชาวบ้านไปตามหน้าที่เหนื่อยแค่ไหน ทำได้ก็ทำไป แล้วเรื่องอะไร พวกเขาจะต้องมาเหนื่อยมากขึ้น กับการตั้งรับ ขบวนแห่นักการเมืองหาเสียง แบบที่โบราณประชดว่า ช้างเหยียบนา พระยาเหยียบเมืองไหนๆจะทักกันแล้ว ก็ต้องทักต่อ เรื่องที่ว่าจะทำให้พรรคเป็น เอกภาพ...พูดได้ก็พูด...ชาวบางซื่ออย่างผมซื่อแต่ไม่โง่จึงไม่เชื่อ ยังไงๆ ท่านเป็นเอกภาพกับพี่ป้อม น้องธรรมนัส และน้องนฤมลไม่ได้.กิเลน ประลองเชิง