กลยุทธ์ที่ 10 ใน “56 กลยุทธ์แห่งชัยชนะ” ในการสัประยุทธ์ทุกปริมณฑล (บุญศักดิ์ แสงระวี แปล สำนักพิมพ์ดาว 2564) หลายคนรู้จัก ซ่อนดาบในรอยยิ้มกล่าวขานกันว่ากงซุนเอียง หนึ่งในนักการเมืองยุคจ้าวกว๋อ (สะกดตามต้นฉบับ) เป็นต้นแบบชาวเมืองเว่ย แซ่กงซุน ชื่อเอียง ที่ปรึกษากงซู่จ้อ อัครมหาเสนาบดีแคว้นเว่ย แสดงความรอบรู้เรื่องการเมืองในแคว้นต่างๆ จนกงซู่จ้อประจักษ์ คิดจะแนะนำให้เข้าไปรับราชการกับเว่ยฮุ่ยอ๋อง ผู้ครอง แคว้นเว่ยแต่เกิดป่วยหนักโงหัวไม่ขึ้น วันที่เว่ยฮุ่ยอ๋องมาเยี่ยม ถามว่า คนเป็นอัครมหาเสนาบดีแทน ควรเป็นใคร กงซู่จ้อแนะนำกงซุนเอียง แล้วบอกว่า คนนี้เก่งมาก หากไม่เลี้ยงไว้ใช้ ก็ต้องฆ่าเสียเว่ยฮุ่ยอ๋องคิดว่ากงซู่จ้อป่วยเลอะเลือน แสดงสีหน้าไม่เชื่อแล้วลากลับกงซู่จ้อเรียกกงซุนเอียงมาหา บอกเรื่องที่แนะนำเว่ยฮุ่ยอ๋อง แล้วว่าให้รีบหนีไปไกลๆ กงซุนเอียงตอบว่า เมื่อท่านอ๋องไม่เชื่อท่านแล้ว เภทภัยถึงตายข้าพเจ้าคงไม่มี แล้วก็ยังอยู่แคว้นเว่ยต่อกงซู่จ้อตาย มีข่าวจากอ๋องแคว้นฉิน ต้องการคนดีมีฝีมือ กงซุนเอียงจึงเดินทางไป มีโอกาสแสดงภูมิปัญญาต่อหน้าฉินเสี้ยวกงสองครั้ง อ๋องแคว้นฉินยังเฉยๆครั้งที่สาม กงซุนเอียงบรรยายวิถีแห่งการตั้งตัวเป็นใหญ่ของสี่อ๋องผู้ยิ่งยงยุคชุนชิว ฉินเสี้ยวกงเริ่มสนใจครั้งที่สี่ กงซุนเอียงพูดถึงการสร้างบ้านเมืองให้มั่งคั่งเข้มแข็ง ฉินเสี้ยวกงต้องมนต์สะกด นั่งฟังไม่ยอมหลับนอนสามวันสามคืนฉินเสี้ยวกงตั้งกงซุนเอียง เป็นจ่อซู่จ่าง ควบคุมทั้งฝ่ายปกครอง ฝ่ายทหาร ให้อำนาจดำเนินตามนโยบาย ยกเลิกการสืบฐานันดรศักดิ์ในวงตระกูล ให้เลื่อนตำแหน่งขุนนางตามความดีความชอบส่งเสริมการเพาะปลูก ที่ผลิตได้มากก็ไม่ต้องเกณฑ์แรงงาน ผู้ทำผิด ครอบครัวและเพื่อนบ้านต้องรับผิดชอบ10 ปีต่อมา แคว้นฉินก้าวหน้า ของตกไม่หาย โจรขโมยไม่มี ราษฎรสุขสมบูรณ์ ปลื้มปีติกันทั่วหน้า บ้านเมืองเข้มแข็ง พลเมืองมั่งคั่งการเมืองระหว่างแคว้นสมัยนั้น แคว้นเว่ยเป็นหนามยอกอกแคว้นฉิน หากเว่ยไม่กลืนฉิน ฉินก็ต้องกลืนเว่ย แล้วก็ถึงวันที่กงซุนเอียง เป็นแม่ทัพนำพลห้าหมื่น มุ่งไปหาเว่ยขณะเว่ยฮุ่ยอ๋องเรียกประชุมขุนนางน้อยใหญ่ กงจื่ออั้งเสนอตัวอาสา บอกว่าตอนกงซุนเอียงอยู่แคว้นเว่ยเป็นเพื่อนรักกัน หากคุยกันแล้วหย่าศึกไม่ได้ ชัยภูมิฝ่ายเว่ยได้เปรียบ ก็จะรบต้านให้ฉินแตกพ่ายทัพสองแคว้นเผชิญหน้า กงจื่ออั้งส่งหนังสือขอเจรจาสงบศึก กงซุนเอียงก็เขียนหนังสืบตอบ เราใจตรงกัน นัดวันเวลาสถานที่ ก่อนวันนัด กงซุนเอียงสั่งถอยทัพฉิน แต่แอบซุ่มไพร่พลไว้ถึงวันนัดกงจื่ออั้งวางใจ นั่งรถพร้อมไพร่พลมือเปล่า 300 คน กงซุนเอียงก็ออกมาพบด้วยมือเปล่าเหมือนกันเมื่อพบหน้า สองแม่ทัพฉินเว่ย สนทนากันถึงเรื่องเก่าๆครั้งกระโน้นอย่างสำราญใจ เข้าสู่หัวข้อสงบศึกเป็นมิตรแก่กัน กงซุนเอียงก็เชิญกงจืิ่ออั้ง นั่งโต๊ะเลี้ยงสุราอาหารสุราหมดไม่กี่จอก เสียงประทัดสัญญาณดัง ไพร่พลฉินโผล่ออกมา จับกงจื่ออั้งใส่รถนักโทษคุมตัวไปถวายอ๋องแคว้นฉิน ความพ่ายแพ้ครั้งนี้ เว่ยฮุ่ยอ๋องต้องย้ายเมืองหลวง จากนครอันอี้ไปอยู่เมืองต้าเหลียง (ไคฟงปัจจุบัน)เว่ยฮุ่ยอ๋องรำพัน เสียใจที่ไม่ฟังคำกงซู่จ้อ หากไม่เลี้ยงกงซุนเอียง ให้เป็นใหญ่ ก็ให้รีบฆ่าทิ้ง มารู้เอาตอนนั้นก็สายเกินไปแล้วผมอ่านเรื่องนี้เอาสนุก ไม่กล้าเปรียบเทียบ คนชนิดไม่เลี้ยงต้องฆ่าในบ้านเมืองยุคใหม่มีหรือไม่ ถ้ามี แบบไม่เลี้ยงแล้วก็ไม่ฆ่า สุดท้ายก็จะเหมือนแคว้นเว่ย ถูกแคว้นฉินกลืนไปเรียบร้อย.กิเลน ประลองเชิง