ในการชุมนุมขับไล่นายกรัฐมนตรี ของหลายกลุ่ม เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมามีกิจกรรมที่น่าสนใจอย่างหนึ่ง คือการขับรถแท็กซี่ชนรถถัง เพื่อสานต่อเจตนารมณ์ของนายนวมทอง ไพรวัลย์ พนักงานการไฟฟ้า ที่ขับแท็กซี่ชนรถถัง เพื่อต่อต้านรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 เมื่อ 15 ปีก่อน ต้องถือเป็นวีรกรรมหนึ่งของประชาธิปไตยไทยแม้ประเทศไทยจะเคยมีรัฐประหาร ทั้งที่สำเร็จและล้มเหลวมาแล้วถึง 24 ครั้ง แต่ไม่เคยมีประชาชนคนใด ออกมาต่อต้านรัฐบาลอย่างกล้าหาญ เหมือนกับนายนวมทอง ผู้ต่อต้านการรัฐประหารในอดีต ได้แก่ทหารด้วยกันเอง หลายครั้งต่อต้านสำเร็จ รัฐประหารกลายเป็น “กบฏ” เป็นความ ผิดร้ายแรงถึงประหารชีวิตนักวิชาการบางคนระบุสาเหตุสำคัญ ที่ทำให้เกิดการยึดอำนาจ โค่นรัฐบาล ที่มาจากเลือกตั้งบ่อยครั้ง เนื่องจากรัฐบาลพลเรือนอ่อนแอ พลังการเมืองของประชาชนก็อ่อนแรง ขณะที่กองทัพเป็นองค์กรที่เข้มแข็ง มีวินัยและมีอาวุธสงคราม จึงมักจะยึดอำนาจสำเร็จ เว้นแต่จะเกิดความแตกแยกในกองทัพรัฐบาลพลเรือนที่มาจากเลือกตั้งบางคณะ นอกจากอ่อนแอแล้วยังถูกกล่าวหาว่าใช้อำนาจหน้าที่ เพื่อแสวงผลประโยชน์โดยมิชอบ สร้างความร่ำรวยให้ตนเองและพวกพ้อง ยิ่งกว่านั้น ยังมีนักการเมืองและนักวิชาการบางส่วนกลายเป็นกองเชียร์ ให้เกิดรัฐประหาร ด้วยการชุมนุมเรียกร้อง และกลายเป็นเหยื่อรัฐประหารส่วนวิธีการต่อต้านรัฐประหาร นักวิชาการด้านนิติศาสตร์บางคนเสนอให้บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ กฎหมายสูงสุดของประเทศ โดยระบุโทษทางอาญาและทางการเมืองที่ร้ายแรง แต่มีผู้โต้แย้งว่าเพ้อฝัน และล้มเหลวแน่นอน เพราะเมื่อคณะรัฐประหารยึดอำนาจสำเร็จ สิ่งแรกที่ต้องทำคือฉีกทิ้งรัฐธรรมนูญรัฐธรรมนูญ 2540 ที่ทุกฝ่ายยอมรับว่าดีที่สุด เป็นรัฐธรรมนูญ “ฉบับประชาชน” น่าจะเป็นฉบับแรกที่บทบัญญัติต่อต้านรัฐประหาร ว่าบุคคลมีสิทธิต่อต้าน การกระทำเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศ นอกวิธีทางรัฐธรรมนูญ ฉบับ 2550 ก็เขียนไว้แบบเดียวกัน แต่ทั้งสองฉบับถูกฉีกทิ้งโดยคณะรัฐประหารส่วนรัฐธรรมนูญ 2560 ไม่มีบทบัญญัติรับรองสิทธิของประชาชน ในการต่อต้านรัฐประหาร เพราะรัฐธรรมนูญปัจจุบัน เป็นกลไกสืบทอดอำนาจรัฐประหารเสียเอง มาตรการป้องกันรัฐประหารจึงได้แก่การทำให้พรรคการเมืองเข้มแข็ง นักการเมืองซื่อสัตย์ ประชาชนเข้มแข็ง และกล้าหาญแบบนายนวมทอง.