ภาพความเสียหายที่เกิดขึ้นหลังการชุมนุมเมื่อวันที่ 10 ส.ค.บริเวณสามเหลี่ยมดินแดง ต่อเนื่องอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ที่มีการเข้าปะทะของกลุ่มผู้ชุมนุมกับชุดควบคุมฝูงชน นอกจากการบาดเจ็บของตำรวจและผู้ชุมนุมบางส่วนแล้ว ความเสียหายที่เห็นชัดเจนกับสิ่งที่ถูกนำออกไปเผยแพร่ไปทั่วในโลกโซเชียลคือ สถานีตำรวจส่วนแยกอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ และป้อมจราจร ถูกก่อไฟเผาทิ้งทำลายจนไม่เหลือซากเดิมเป็นควันหลงเหตุชุมนุมพนักงานสอบสวน สน.พญาไท และเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน เข้าตรวจเก็บหลักฐาน สถานีส่วนแยกและป้อมจราจรถูกกลุ่มผู้ชุมนุมเผาวอดเสียหายทั้งหมด สน.ส่วนแยก ถูกเผาทั้งที่ตัวอาคาร และทรัพย์สินภายในเครื่องใช้สำนักงาน กล้องวงจรปิด มูลค่าความเสียหาย 6-7 แสนบาท ส่วนป้อมจราจรถูกทุบทำลายกระจกแตกทุกบานทั้งชั้น 1 และชั้น 2 ทรัพย์สินภายในเสียหายทั้งหมด มูลค่าความเสียหาย 2-3 แสนบาทตรวจพบชิ้นส่วนของระเบิดปิงปองที่ขว้างมาแล้วไม่ระเบิด ลูกแก้วที่ใช้ยิงตำรวจ ตรวจเก็บอุปกรณ์ที่ใช้วางเพลิงเพื่อติดตามคนร้าย สถานีตำรวจ ส่วนแยกอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เป็นสถานีตำรวจส่วนแยกของ สน.พญาไท จัดตั้งขึ้นเพื่อเป็นหน่วยบริการประชาชนนอกสถานที่ เพื่อลดความแออัดของสถานีตำรวจหลัก ให้เข้าถึงที่เกิดเหตุได้อย่างรวดเร็ว ให้บริการประชาชนได้รับความสะดวกสบายยิ่งขึ้น ป้องกันอาชญากรรมในพื้นที่ด้วยตามแนวคิดของ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. ที่ต้องการกระจายพื้นที่รับแจ้งความเดือดร้อนให้ได้อย่างทั่วถึงและรวดเร็ว สถานีตำรวจส่วนแยกอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิเพิ่งเปิดทำงานเมื่อวันที่ 1 มิ.ย.เป็นสถานีนำร่องของ บช.น. ซึ่ง พล.ต.อ.สุวัฒน์มาเป็นประธานเปิดที่ทำการใหม่ด้วยตนเองเปิดบริการใช้ได้แค่ 2 เดือนมีพี่น้องประชาชนคนที่อยู่บริเวณนั้นได้เข้ามาใช้บริการ และได้รับการบริการที่รวดเร็ว เป็นที่พอใจ เนื่องจากเป็นการลดความแออัดของ สน.พญาไท ซึ่งมีจำนวนผู้พักอาศัยในพื้นที่รับผิดชอบเป็นจำนวนมากที่สำคัญยังทำให้คดีอาชญากรรมในพื้นที่บริเวณอนุสาวรีย์โดยรอบลดลงด้วยประชาชนกำลังได้ประโยชน์จากสถานีตำรวจส่วนแยก ตามที่ ผบ.ตร. คิดริเริ่มนำร่องน่าเสียดายถูกกลุ่มผู้ชุมนุมเผาวอดไม่เหลือให้ประชาชนเข้าไปใช้บริการได้อีกต่อไปการชุมนุมเรียกร้องขับไล่รัฐบาลของกลุ่มผู้ชุมนุมในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา เริ่มมีการใช้ความรุนแรง มีอุปกรณ์เข้ามาทำร้ายร่างกาย และเผาทำลายทรัพย์สินของทางราชการให้เกิดความเสียหายต้องถามว่า... เผาทรัพย์สินราชการเพื่ออะไร.“เพลิงพยัคฆ์”pluengpayak@thairath.co.th