ศาลอาญาพระโขนง พิพากษา จำคุก 12 ปี คดี “อาม่าฮวย” ถูกลูกสาวลักทรัพย์รวมมูลค่ากว่า 24.7 ล้านบาท หลังอาศัยจังหวะเป็นผู้ดูแลแม่ขณะเจ็บป่วยไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ทยอยถอนเงินออกจากบัญชี ต่อมาศาลให้ประกันตัวไปด้วยหลักทรัพย์มูลค่า 1.69 ล้านบาท เผยยังมีอีกคดีที่พนักงานอัยการและ “อาม่าฮวย” เป็นโจทก์ร่วมในคดีแบบเดียวกันแต่มูลค่าทรัพย์สินสูงถึง 250 ล้านบาทที่ศาลอาญาพระโขนง เมื่อวันที่ 17 ส.ค. ศาลอ่านคำพิพากษา คดีอาญาหมายเลขดำ อ.1668/2563 (คดีหมายเลขแดง อ.942/2564) ที่นางฮวย ศรีวิรัตน์ หรืออาม่าฮวย อายุ 82 ปี มารดาเป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนางมาวดี ศรีวิรัตน์ อายุ 53 ปี ลูกสาว เป็นจำเลย ในคดีลักทรัพย์ ตาม ป.อาญา ม.334สืบเนื่องจากนางฮวย ศรีวิรัตน์ หรืออาม่าฮวย ร้องเรียนกับสื่อมวลชนว่าถูกนางมาวดี ศรีวิรัตน์ บุตรสาวแท้ๆทยอยถอนเงินในบัญชี รวมทั้งยักย้ายถ่ายโอนทรัพย์สินอื่นหลายสิบล้านบาท ขณะนางฮวยนอนพักฟื้นรักษาตัวด้วยอาการเส้นเลือดหัวใจตีบที่โรงพยาบาล และมีพนักงานธนาคารอีก 4 คน คอยให้การสนับสนุนปลอมหนังสือมอบอำนาจเพื่อนำไปถอนเงิน ต่อมาพนักงานอัยการฟ้องคดีบุตรสาวและพนักงานธนาคารทั้ง 4 คน โดยแยกสำนวนฐานร่วมกันลักทรัพย์ ปลอมเอกสารและใช้เอกสารปลอมศาลมีพิพากษาว่านางมาวดีมีความผิดตามป.อาญา ม.334 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิด ตาม ป.อาญา ม.91 ให้จำคุก 6 กระทง กระทงละ 2 ปี รวมจำคุก 12 ปี และเมื่อพิเคราะห์พฤติกรรมแห่งคดีแล้ว การกระทำความผิดของจำเลยเป็นการกระทำต่อโจทก์ซึ่งเป็นบุพการีโดยใช้โอกาสที่จำเลยเป็นผู้ดูแลระหว่างโจทก์เจ็บป่วยไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ อีกทั้งเงินที่จำเลยลักไปเป็นเงินจำนวนสูง ถือเป็นเรื่องร้ายแรง ดังนั้น แม้ปรากฏว่าจำเลยไม่เคยได้รับโทษจำคุกมาก่อนก็ไม่เป็นเหตุให้รอการลงโทษต่อมาเวลาประมาณ 18.00 น. ศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ประกันตัวนางมาวดีจำเลยคดีนี้ หลังยื่นหลักทรัพย์ขอประกันตัวในวงเงิน 1,695,000 ล้านบาทสำหรับคดีนี้ข้อเท็จจริงเดิมโจทก์ฟ้องว่าโจทก์เปิดบัญชีเงินฝากที่ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาบิ๊กซีสวนหลวง และสาขาถนนศรีนครินทร์ รวม 2 บัญชี เมื่อระหว่างเดือน ก.พ.57-ม.ค.59 จำเลยได้ให้โจทก์ลงลายมือชื่อในใบถอนเงินในขณะที่โจทก์นอนรักษาตัว เพื่อถอนเงินเมื่อวันที่ 17 ก.พ.57 จำนวน 12 ล้านบาท วันที่ 18 มี.ค.57 จำนวน 2 ล้านบาท วันที่ 24 มี.ค. เบิกรวม 2 ครั้ง 2 บัญชี จำนวน 2.5 ล้านบาท วันที่ 6 พ.ย.57 จำนวน 1 ล้านบาท และวันที่ 18 ม.ค. 59 จำนวน 2, 257,400 บาท รวมยอดเงินที่จำเลยถอนออกจากบัญชีเป็นเงิน 24,757,400 บาททั้งนี้ มีรายงานว่า นอกจากนี้ยังมีคดีที่เกี่ยวกับทรัพย์สินของ “อาม่าฮวย” ที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ฟ้องในคดีเลขดำที่ 3228/62 โดย “อาม่าฮวย” ขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม มีบุตรสาวและพนักงานธนาคาร รวมทั้งหมด 5 คนเป็นจำเลย หลังร่วมกันก่อเหตุเบิกเงินของ “อาม่าฮวย” กว่า 200 ครั้ง ยอดเงินสูงถึง 250 ล้านบาท คดียังอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล